วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

บทที่ ๘๒ ขอบคุณ

 


ขอบคุณ

๒๘ มกราคม


น่าสงสารครูผู้หญิง  ตั้งใจกระทำหน้าที่ของตนให้ตลอดปี  แต่พอเหลืออีกสามวันจะจบประมวลการสอนก็มาถึงแก่กรรมเสีย 

    วันพรุ่งนี้ จะไปโรงเรียนฟังเรื่อง "เรืออับปาง"  แล้วปีนี้ก็เป็นอันจบบทเรียน  วันที่ ๑ มกราคมเริ่มการสอบไล่แล้วก็จะสำเร็จชั้นมัธยมปีที่ ๓  เรียนชั้นมัธยมปีที่ ๔ ต่อไป

    โธ่  ถ้าคุณครูหญิงไม่ถึงแก่กรรมเสียก่อนแล้ว มันจะเป็นเรื่องที่น่าดีใจมากทีเดียว

    เมื่อหวนคิดถึงเดือนพฤษภาคม  ซึ่งเปิดภาคเรียนใหม่นั้น  รู้สึกว่าได้เพิ่มความรู้ขึ้นกว่าเก่ามากมาย  การพูดและการเขียน ดีกว่าครั้งนั้นมาก  ได้รู้ในสิ่งที่ผู้ใหญ่สามัญไม่อาจรู้  และช่วยเหลือผู้ปกครองในการงานต่าง ๆ  ได้มาก  ไม่ว่าอ่านอะไร ดูเหมือนจะเข้าใจได้ดีทั้งนั้น  เป็นความพอใจอย่างยิ่ง  แต่การที่เราได้ถีบขึ้นมาถึงขีดนี้ได้  ก็ไม่รู้ว่าได้มีผู้ทำการส่งเสริมและช่วยเหลือเรามาเท่าไรแล้ว  ไม่ใครก็ใครคนหนึ่งได้ช่วยส่งสอนอธิบายให้  ไม่ว่าจะอยู่ในบ้าน ในโรงเรียน กลางถนน หรือที่หนึ่งที่ใด  ทุกแห่งที่เราอยู่  ได้เห็น ได้ยิน ฉะนั้น ขอขอบใจทุกท่าน

    บุคคลแรกที่ขอขอบคุณ คือคุณครู  คุณครูที่รักและกรุณาเรา  ส่ิงที่ข้าพเจ้ารู้ในบัดนี้  ล้วนเป็นสิ่งที่ครูสอนให้ด้วยเต็มกำลังทั้งใจและกาย  ต่อจากนั้นขอขอบคุณประดิษฐ์  รักธรรม  ผู้ซึ่งอนุเคราะห์อธิบายเรื่องต่าง ๆ นานาให้เข้าใจให้ผ่านความลำบากต่าง ๆ ไปได้  และทำให้การทดลองได้ผลอีกคนหนึ่งคือ เดช  สุรริทธิ  เขาได้ทำตัวอย่างให้เห็นว่า  "ความพยายามนำมาซึ่งความสำเร็จ" เสนาะ นิยมธรรม  เพื่อนผู้สนิทสนมผู้ย้อมนำ้ใจเราให้เป็นผู้มีใจกรุณาและดีงาม  อั๋น ถนัดการช่าง และ อรรถ เกียรติขจร  ผู้ซึ่งทำตัวอย่างแห่งความกล้าหาญและอดทน  ต่อความยากลำบาก  และความรักในการงาน  ขอขอบคุณเพื่อนทุกคนที่กล่าวนานมาแล้ว  ตลอดถึงที่ไม่ได้กล่าว

    ผู้ที่ข้าพเจ้าขอบคุณเหนือผู้อื่น คือ คุณพ่อซึ่งเป็นทั้งครูคนแรกที่สุดของข้าพเจ้า  ได้ให้คำปรึกษาอันฉลาด และคำสอนในเรื่องทุกเรื่องที่ควรรู้  ในขณะซึ่งต้องทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยเพื่อเลี้ยงข้าพเจ้า  ได้ปิดบังความทุกข์ลำบากของตนไว้  เพื่อให้ข้าพเจ้าได้เรียนไปเพื่อความสะดวกและให้ความเป็นอยู่เต็มไปด้วยความร่าเริง

    อีกคนหนึ่ง  ก็คือคุณแม่ผู้เมตตาและรักข้าพเจ้า  คุณแม่เป็นผู้ที่ข้าพเจ้ารักมากที่สุด  เป็นทูตสวรรค์ที่เฝ้าพิทักษ์ข้าพเจ้า  ถือเอาความสุขของข้าพเจ้าเป็นความสุขของท่านและถือเอาความ  เศร้าโศกข้าพเจ้าเป็นความเศร้าโศกของท่านเอง  ได้เรียนร่วมกันทำงานร่วมกันและร้องไห้ร่วมกันกับข้าพเจ้าเสมอมา  มือหนึ่งลูบศีรษะ  อีกมือหนึ่งชี้ทางสวรรค์

    โอ้คุณแม่  ลูกขอกราบลงกับฝ่าเท้าของคุณแม่เหมือนดังได้เกลือกกลิ้งอยู่กับฝ่าเท้าคุณแม่มาแล้วในเยาว์วัย  ลูกขอขอบพระคุณในความรักและความเสียสละซึ่งซาบซ่านอยู่ในอกของลูกมาตลอดเวลา ๑๓ ปีนี้

(อ่านต่อบทที่ ๘๓ "เรืออับปาง")

ไม่มีความคิดเห็น: