วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561

WHY IS IT 26.2 MILES

มาราธอนไกลแค่ไหนแน่

คำถามที่นักวิ่งที่เริ่มวิ่งจะถามกันคือ "มาราธอน" วิ่งกันกี่กิโล  แต่น้อยคนจะสงสัยถามต่อไปว่าทำไมมันต้องเป็น 42.195 กิโลเมตร (หรือ 26.2 ไมล์) ด้วย

นักวิ่งที่รู้คำตอบส่วนใหญ่จะตอบเหมือน ๆ กันว่า "มันเป็นระยะทางจากทุ่งมาราธอนมาที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีก ที่ทหารคนหนึ่งวิ่งส่งข่าวการชนะศึกที่มาราธอนของชาวกรีกต่อการรุกรานของกองทัพเปอร์เซีย เมื่อส่งข่าวเสร็จเขาก็ตายที่นั่น"
นักวิ่งรุ่นน้องที่ได้ข้อมูลคำตอบแบบนี้ ก็พอใจและไม่ถามอะไรต่อ
แต่ข้อเท็จจริงหลายอย่างก็ยังไม่ได้ถูกเฉลยออกมา ทำให้ข้อมูลสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะที่มาของระยะทาง และความสำคัญของชื่อ "มาราธอน" ก็น่าเสียดายที่จะไม่ถูกขยายความต่อไปด้วย
ข้อเท็จจริงที่น่ารู้สำหรับนักวิ่งทุกคนที่วิ่งหรือกำลังจะวิ่งมาราธอนควรรู้ไว้ เช่น

  • ระยะทางจากมาราธอนมากรุงเอเธนส์คือ 26.2 ไมล์จริงหรือ 
  • ทำไมนักวิ่งมาราธอนคนแรกของโลก (ฟายดิพพีเดส หรือ Pheidippides) ต้องตายจากการวิ่งแค่ระยะมาราธอน และสมรภูมิมาราธอนนั้นสำคัญอย่างไร

Pheidippides (อ่านว่า "ฟายดิพพิเดส") วิ่งจากมาราธอนมายังกรุงเอเธนส์เพื่อส่งข่าวว่า "เป็นสุขเถิด เราชนะแล้ว" แล้วก็ตายทันที

ระยะทางจากเมืองมาราธอนมากรุงเอเธนส์

ระยะทางที่ฟายดิพพิเดสวิ่งคือ 24.8 ไมล์ หรือประมาณ 39.912 กิโลเมตร และนี่เป็นระยะทางการวิ่งแข่งขันโอลิมปิคครั้งแรก (ที่เรียกว่าโอลิมปิคสมัยใหม่) เมื่อ ค.ศ. 1896 ใช้เป็นมาตรฐานในการแข่งขัน และแม้แต่การจัดวิ่งมาราธอนครั้งแรกของบอสตันก็ใช้ระยะทางเท่านี้  แต่ความยาวนี้ถูกเปลี่ยนแปลงเมื่อปี ค.ศ.1908 ในการแข่งขันโอลิมปิคที่ลอนดอน ที่ระยะแข็งมาราธอนถูกเปลี่ยนให้เป็น 26 ไมล์กับ 385 หลา ทั้งนี้เพื่อให้จุดเริ่มต้นมาอยู่ที่ตำหนักราชนิกุลองค์น้อย ๆ ของพระราชวังวินเซอร์ และมาสิ้นสุดในอาคารสนามกีฬาโอลิมปิคกรุงลอนดอน (White City Stadium) ที่เพิ่มสร้างเสร็จใหม่ โดยเฉพาะต้องมาสิ้นสุดที่จุดที่ประทับของพระราชินีอาเล็กซานดร้า  บางทฤษฎีบอกว่าเพราะระยะทางที่ขยับเข้าไปในประสาททำให้เพิ่มอีก 385 หลา แต่บางทฤษฎีก็บอกว่าไม่ใช่เช่นนั้น 385 หลาเกิดจากระยะระหว่างทางเข้าสเตเดียมไปถึงพลับพลาที่ประทับของพระราชินีต่างหาก  จะอย่างไรก็ตามระยะทาง 385 หลาทำให้นักวิ่งจากอิตาลี Dorando Pietri ที่วิ่งเข้ามาในสนามกีฬาก่อนแต่ไปวนผิดทาง พอรู้ตัวว่าผิดทิศผิดทางก็ถึงกับล้มทั้งวิ่ง ไปต่อไม่ได้ แม้จะได้รับการประคองจากเจ้าหน้าที่ให้เดินกึ่งวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกได้ แต่ก็ถูกตัดสิทธิกลายเป็น disqualified ไป เสียตำแหน่งให้แก่นักวิ่งอเมริกัน จอห์นนี่ เฮย์ส  อย่างไรก็ดีแม้ปีต่อมาระยะมาราธอนมีการปรับเปลี่ยนอีก แต่สุดท้ายก็กลับมาเป็น 26.2 ไมล์หรือ 42.195 กม. โดยทางสมาพันธ์กรีฑานานาชาติได้กำหนดในปี ค.ศ. 1921 ตัวเลขนี้เป็นระยะมาตรฐานของมาราธอน ซึ่งทำให้การแข่งขันสนามมาราธอนอื่น ๆ ในโลก รวมถึงบอสตันมาราธอนต้องเปลี่ยนมาใช้มาตรฐานนี้ด้วย

Olympic marathon distances
ระยะวิ่งมาราธอนในการแข่งโอลิมปิค
YearDistance
(km)
Distance
(miles)
18964024.85
190040.2625.02
19044024.85
190641.8626.01
190842.19526.22
191240.224.98
192042.7526.56
1924 onward42.19526.22
Pheidippides ตายจากการวิ่งมาราธอน จริงหรือ
ถ้าไม่วิ่ง 25 ไมล์นี้ก็อาจจะไม่ตาย แต่ที่ตายก็ไม่ใช่เพียงเพราะวิ่ง 25 ไมล์  เพราะความจริง ฟายดิพพีเดส วิ่งก่อนหน้านี้จากกรุงเอเธนส์ไปกรุงสปาร์ตาเป็นระยะทางเกือบ 150 ไมล์ (ใช้เวลาประมาณวันครึ่ง) เพื่อขอกำลังทหารมาช่วยรบในสมรภูมิมาราธอน แต่เนื่องจากติดทำพิธีกรรมบางอย่างทหารสปาร์ตาจะมาช่วยรบได้เพื่อพระจันทร์เต็มดวงหรืออีก 10 วันให้หลังเท่านั้น  ฟายดิพพีเดสต้องวิ่งเอาข่าวร้ายนี้กลับมาที่เอเธนส์ แล้วต้องเดินทางพร้อมทหารอีก 9,000 นาย กับกองทหารสมทบจากพลาเทียอีก 1,000 นาย ไปที่สมรภูมิมาราธอนเพื่อสู้รบกับกองทหารเปอร์เซีย  ตรงนี้เป็นหน้าประวัติศาสตร์การรบที่สำคัญของโลกเลยทีเดียวที่กองทัพเอเธนส์ไม่ถึงหมื่นต้องสู้กับกองทัพมหึมาของเปอร์เซียที่มีกำลังถึง 300,000 คน (รวมทหารม้า 10,000 นาย) ที่มาด้วยเรือรบขนาดใหญ่จำนวน 600 ลำ ด้วยความชาญฉลาดและกล้าเสี่ยงรวมทั้งเลือกนักสู้ของทหารกรีกภายใต้การนำของ "มิลิเทียอาดิส" (Militiades) ใช้ทหารจำนวนน้อยโอบล้อมกองทหารเปอร์เซียขนาดใหญ่ ด้วยความเร็ว และเกาะเกี่ยวกันแน่นหนา สามารถตีเอาชนะได้ ทำให้ทหารเปอร์เซียตาย 6,400 นาย ในขณะที่ทหารฝ่ายกรีกตายเพียง 192 นาย  ทหารเปอร์เซียที่เหลือหนีตายกลับลงเรือมุ่งหน้าไปต่อที่กรุงเอเธนส์  แม่ทัพสั่งให้ฟายดิพพีเดสวิ่งไปบอกข่ายแก่เอเธนส์ เขาใช้เวลาวิ่งสามชั่วโมงจากสมรภูมิมาราธอนถึงกรุงเเอเธนส์เพื่อบอกข่าวดีจากนั้นก็เสียชีวิตลงจากสภาพอิดโรยที่เกินทน
ปัจจุบันนี้ระยะวิ่ง 240 กิโลกเมตรจากเอเธนส์ไปสปาร์ตาก็มีการจัด SPARTATHLON ทุกปีในเดือนกันยายน วิ่งกันสองวันเลย
Nenikikamen” เป็นสุขเถิดเราชนะแล้ว คำพูดสุดท้ายก่อนเสียชีวิตของ Pheidippides

ดังนั้นในการวิ่งมาราธอนครั้งต่อไป ขอให้นักวิ่งระลึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งของความยิ่งใหญ่ในสมรภูมิมาราธอน และขอให้ตระหนักว่าแม้การผ่านมาราธอนให้ได้นั้นจะยากยิ่งเพียงใด Pheidippides ที่เป็นต้นกำเนิดการวิ่งมาราธอนและตายจากการวิ่งครั้งนั้นทำการวิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเราหลายเท่านัก



ไม่มีความคิดเห็น: