วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2557

PRASAT SDOK KOK THOM

ปราสาทสด๊กก๊อกธม 
มรดกแห่งความภาคภูมิใจของไทย


เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๗ นี้ได้มีโอกาสไปเที่ยวอรัญประเทศ เห็นพัฒนาการที่แตกต่างจากเมื่อสิบปีที่แล้วเป็นอย่างมาก ตลาดโรงเกลือคึกคักและมีการขยายพื้นที่ออกไป จนปัจจุบันมีรุ่นที่สาม พัฒนาเป็นศูนย์การค้าอินโอจีน เป็นพื้นที่ค้าขายทันสมัยบนที่ดินกว่า ๑๐๐๐ ไร่ มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ น่าจะเจริญเติบโตต่อไปอีกมากในอนาคต
หลังจากเที่ยวดูตลาดแล้ว ก็ถือโอกาสแวะชมแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญที่สุดของจังหวัดสระแก้ว นั่นคือ"ปราสาทสด๊กก๊อกธม" หรือ ปราสาทในดงต้นกกมากมายมหาศาล

มีเว็บไซท์ที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องของปราสาทสด๊กก๊อกธมอยู่มากมายแล้ว ที่นี่คงไม่เขียนอะไรซ้ำแต่จะทำเชิงอรรถให้ท่านได้ค้นคว้าต่อไป ยังไงก็ขอชื่นชมบทความสั้น ๆ ของ อาจารย์วสุ โปษยะนันท์ที่เขียนไม่เหมือนใครและมีสาระกระชับ เปิดทางให้ผู้สนใจไปค้นคว้าต่อได้ โปรดติดตามงานเขียนของท่านได้ที่ http://vasuposh.blogspot.com/2008/12/blog-post_4036.html



เมื่อได้เยี่ยมชมปราสาทขอมที่อยู่ในประเทศไทยนี้ และเมื่อได้ฟังคำบรรยายจากวิทยากรอาสา คุณปรีชา (ไม่ทราบนามสกุล) ทำให้เกิดความปราบปลื้มและความกังวลปะปนกันไป สรุปความรู้สึกได้ดังนี้
๑. จุดที่ตั้งของปราสาทเมื่อรวมกับบาราย (สระน้ำ) ขนาดใหญ่ประมาณ ๗๒๐๐๐ ตารางเมตร อยู่ห่างจากพรมแดนไทยเขมรเพียง ๘๕๐ เมตร (ประมาณจากแผนที่กูเกิ้ลแมป) ค่อนข้างเสี่ยงที่สักวันเมื่อจบเรื่องประสาทเขาพระวิหาร เราอาจจะต้องสูญเสียปราสาทสด๊กก๊อกธมให้เขาด้วยอีก แม้แผ่นดินจะเป็นของไทย

๒. เห็นความตั้งใจของกรมศิลปไทยที่ได้บูรณะซากกองหินของปราสาทขึ้นเกือบสมบูรณ์เหมือนปราสาทเดิม น่าเสียดายที่สัดส่วนหินเก่าและหินใหม่คือ 40 ต่อ 60 ที่สูญหายไปมาก ๆ คงเป็นตอนที่มีการจัดสร้างค่ายผู้อพยพหนองเสม็ด ส่วนของปราสาททั้งถูกนำไปใช้เป็นบังเกอร์ เตาหุงหาอาหาร และถูกขโมยไปขาย สภาพหลังค่ายอพยพคงสิ้นหวังพอสมควร ชื่นชมทีมงานกรมศิลปากรที่สามารถกู้ซากปราสาทให้กลับตระหง่ายสง่างามอีกครั้ง









๓. เมื่อมีของใหม่ ๖๐ เปอร์เซนต์ เราคงไม่สามารถหวังว่าปราสาทนี้จะได้รับการพิจารณาการขึ้นเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ได้  แต่นั่นก็คงไม่ใช่ความกังวลที่รุนแรงอะไรนัก ชนรุ่นหลังที่มาเที่ยวชมคงพอทำใจ และเข้าใจได้  สภาพที่กู้ขึ้นมาก็ดูดีมากทีเดียว แม้จะไม่มีรายละเอียดเหมือนเดิม แต่ก็ได้คงสภาพความแตกต่างของหินเก่ากับหินใหม่ไว้ให้สังเกตได้
๔. ความสำคัญของปราสาทแห่งนี้ ตามที่ได้เผยแพร่ในเว็บไซท์ที่ให้ความรู้ทั้งหลาย คือศิลาจารึก ๒ ชิ้นซึ่งขณะนี้อยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ซึ่งเนื้อหาในหลักศิลาจารึกที่ ๒ มีความสำคัญยิ่งกว่าปราสาทขอมใด ๆ ที่เคยมี  แต่น่าเสียดายว่าเนื้อหาเช่นนั้นไม่ได้แสดงให้เห็น ณ จุดที่ตั้งของปราสาทปัจจุบัน จะเป็นประโยชน์ไม่น้อยหากจะทำองค์จำลองของศิลาจารึกพร้อมคำแปลให้ผู้เยี่ยมชมได้อ่านทำความเข้าใจ
Inscription Stele number 2 written in Sanskrit and Ancient Khmer

คุณปรีชา (ไม่ทราบนามสกุล) วิทยากรจากกรมศิลปากร เล่าประวัติและขั้นตอนการบูรณะปราสาท

เสาหิน ทำขึ้นใหม่ ปราศจากรายละเอียด

เสาหินเดิม 
เสาหินทางเดินเข้าสู่ตัวปราสาท จำนวน ๘๑ ต้น


สรุป ความเป็นปราสาทสด๊กก๊อกธม
โบราณสถานที่ใหญ่และสำคัญของจังหวัดสระแก้ว แล้วยังเป็นโบราณสถานขอมที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองเสม็ด ตำบลโคกสูง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 14 เพื่อใช้ประดิษฐานรูปเคารพและใช้ประกอบพิธีกรรมตามคติความเชื่อในลัทธิ ศาสนาฮินดู โบราณสถานประกอบด้วยองค์ปราสาท 3 หลัง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีคูน้ำล้อมรอบ 4 ด้าน มีกำแพงแก้ว 2 ชั้น ชั้นนอกทำด้วยศิลาแลงชั้นในทำด้วยหินทราย ตัวปราสาทก่อด้วยหินทราย    มีโคปุระหรือซุ้มประตูเหลืออยู่เพียงด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเท่านั้น ภายในระเบียงคตมีบรรณาลัยก่อด้วยหินทราย 2 หลัง อยู่หน้าปราสาทหลังกลาง ซึ่งเป็นปรางค์ประธาน ด้านนอกปราสาททางทิศตะวันออกมีสระน้ำขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยม มีถนนปูด้วยหินจากตัวปราสาทไปจนถึงสระน้ำ  มีการค้นพบศิลาจารึก 2 หลัก จารึกด้วยอักษรขอมโบราณ เป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกถึงอายุการสร้างปราสาทสด๊อกก๊อกธมแห่งนี้ ตลอดจนบอกถึงวัตถุประสงค์ของการสร้างจารึกหลักที่ 2 ว่าพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 ได้ปฏิสังขรณ์ปราสาทแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ.1595 และกษัตริย์แห่งอาณาจักรขอมเป็นผู้อุปถัมภ์คุ้มครองศาสนา โดยมีพราหมณ์ปุโรหิตเป็นผู้นำศาสนา ให้คำปรึกษาแนะนำ และเป็นสื่อกลางระหว่างเทพเจ้าและกษัตริย์ รวมทั้งประวัติสายสกุลพราหมณ์ผู้ประกอบพิธีเทวราชา การปฏิบัติพระเทวราชและรูปเคารพ การสร้างหมู่บ้าน การบุญต่างๆ ในศาสนา เป็นต้น
คำว่าสด๊กก๊อกธม หมายถึง "เมืองที่มีต้นกกขึ้นรกในหนองน้ำใหญ่” ซึ่งปัจจุบันยังพอมองเห็นหนองน้ำใหญ่ในอดีตอยู่ใกล้ๆ ปราสาทนั่นเอง ปัจจุบันจารึกทั้ง 2 ถูกเก็บรักษาไว้ที่หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร

(คัดลอกจากเว็บไซท์สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว http://pr.prd.go.th/sakaeo/main.php?filename=pr_sk7 )

ไม่มีความคิดเห็น: