มรณะกรรมของครูผู้หญิง
๒๗ มกราคม
ในขณะที่เราพากันไปอยู่ที่ศาลากลางนั้น ครูหญิงได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว เมื่อเวลาประมาณ ๑๔.๐๐ น. เมื่อเช้าวานนี้ ครูใหญ่ได้มาที่ห้องเรียนนำข่าวอันสลดใจนี้มาแจ้งแก่พวกเรา และบอกว่า
"พวกเธอที่เคยได้รับการศึกษาจากคุณครูผู้นั้นก็คงรู้ดีแล้วว่า คุณครูเป็นคนดีเพียงไร ท่านรักนักเรียนของท่านเหมือนกับรักลูกหลานของตน แต่บัดนี้ท่านจากพวกเราไปเสียแล้ว ท่านป่วยมาเป็นเวลาช้านาน แต่เพื่ออาชีพของท่าน จึงจำเป็นต้องทำงานไป ที่สุดก็ได้ทำให้ชีวิตที่พอจะยืนยาวไปได้อีกช้านานนั้นสั้นลง ถ้าท่านมีเวลาพักผ่อนรักษาโรคเสียเชั่วคราวแล้ว ชีวิตของท่านก็จะยืนยาวไปได้อีกหลายเดือนเป็นแน่ แต่ท่านไม่ยอมทิ้งนักเรียนไป เมื่อเย็นวันเสาร์ท่านได้กล่าวว่า "ดิฉันเห็นจะไม่ได้เห็นนักเรียนอีกแล้ว" แล้วก็ไปลานักเรียนด้วยตนเอง ได้ตักเตือนสั่งสอนนักเรียนโดยดีทุกประการ จูบผมนักเรียนทุก ๆ คน แล้วก็ร้องไห้กลับบ้าน คุณครูผู้นี้บัดนี้เราจะไม่ได้เห็นหน้าท่านอีกแล้ว ขอให้พวกเราทุกคนจงอย่าลืมคุณครูผู้นี้เสีย"
อั๋นผู้ซึ่งเคยเรียนอยู่กับคุณครูผู้นี้เมื่ออยู่ในชั้นปีที่ ๒ ได้ฟุบศีรษะลงกับโต๊ะแล้วร้องไห้
เมื่อวานนี้ตอนบ่าย พอโรงเรียนเลิกพวกเราพากันไปส่งศพของคุณครู เมื่อไปถึงที่พักของคุณครูก็เห็นที่หน้าประตูมีรถศพเทียมม้าคู่จอดอยู่ มีผู้คนเป็นจำนวนมากกำลังสนทนากันด้วยเสียงเบา ๆ เฉพาะในโรงเรียนเรานับแต่ครูใหญ่จนถึงครูประจำชั้นทุกคนได้พากันมาที่นี่ทั้งหมด และครูโรงเรียนอื่น ๆ ซึ่งครูได้เคยสอนอยู่นั้น ต่างก็มากันพร้อมเพรียง เด็กนักเรียนเล็กที่ครูเคยสอนส่วนมากมีแม่ถือดอกไม้ธูปเทียนจูงมา นักเรียนในชั้นอื่น ๆ ก็มากันมาก บ้างถือพวงหรีด บ้างถือดอกไม้ ในรถศพนั้นมีดอกไม้กองอยู่เป็นจำนวนมากมาย และข้างบนยังวางพวกหรีดใหญ่ใช้เขียนด้วยสีดำตัวโตว่า "นักเรียนเก่าชั้นมัธยมปีที่ ๒ ขอคำนับต่อคุณครู"
ใต้พวงหรีดใหญ่ มีหรีดพวงเล็ก ๆ ติดอยู่ด้วย ซึ่งเป็นของพวกนักเรียนเล็ก ๆ ฝากมา พวกเด็กหญิงต่างเช็ดน้ำตากันไม่หยุด
เรารออยู่สักครู่หนึ่ง เขาก็ชลอหีบศพออกมา พวกเด็กเล็กพอเห็นหีบเข้าก็พากันร้องไห้ ในนั้นมีคนหนึ่งดูเหมือนเพิ่งจะรู้ว่าคุณครูได้ตายไปจริง ๆ ได้ส่งเสียงร้องไห้อย่างดัง และไม่ยอมหยุดจนคนอื่น ๆ ต้องมาพาเขาออกไป
ขณะเมื่อขบวนแห่ศพเคลื่อนไปตามถนน ผู้คนต่างพากันมองออกมาทางหน้าต่างและประตู เมื่อเห็นพวงหรีดและเด็กเล็กเดินตามขบวนศพไป ก็กล่าวกันว่า "ครูโรงเรียนน่ะ"
หญิงผู้ดีที่พาเด็กเล็กมา ต่างก็พากันร้องไห้เหมือนกัน
เมื่อไปถึงวัด เขาก็ยกหีบศพออกจากรถศพ เอาขึ้นวางบนแท่น พวกครูหญิงเอาพวงหรีดวางลงบนหีบศพ เด็กนักเรียนหญิงต่างเอาดอกไม้มาวางรอบข้าง คนละช่อสองช่อ เมื่อเสร็จพิธีแล้ว พกวเราต่างพากันออกมา ทิ้งครูผู้หญิงไว้ในหีบศพแต่ผู้เดียว
น่าสงสาร ครูผู้ซึ่งเป็นที่รักแห่งพวกเราขยันขันแข็ง และทำงานมาช้านาน
ได้ยินว่าก่อนจะตาย ครูได้เอาหนังสือและของทุกอย่างของท่านมาแจกนักเรียนจนหมด บางคนได้ขวดน้ำหมึก บางคนได้รูปเขียน และยังได้ยินว่า ก่อนที่ท่านจะตายสักสองวันได้เคยบอกแก่ครูใหญ่ว่า ถ้าท่านตายขอให้ช่วยปลอบโยนเด็ก ๆ ไม่ให้ร้องไห้และอย่าให้พวกเด็ก ๆ ไปร่วมพิธียกศพด้วย
คุณครูได้กระทำสิ่งที่ดีไว้มากมาย แต่ได้รับแต่ความทุกข์ยาก ที่สุดก็ต้องตายไปท่ามกลางความแร้นแค้น นี่แหละหนอ ผลที่คุณครูได้รับตอบแทน
ลาแล้ว คุณครูที่รัก สำหรับข้าพเจ้า จะระลึกถึงคุณครูด้วยความรัก ความระลึกในพระคุณและความเศร้าโศกอย่างสุดซึ้งเสมอ
(อ่านต่อบทที่ ๘๒ "ขอบคุณ")
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น