วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

บทที่ ๘๑ มรณะกรรมของครูผู้หญิง



 

มรณะกรรมของครูผู้หญิง

๒๗ มกราคม


ในขณะที่เราพากันไปอยู่ที่ศาลากลางนั้น  ครูหญิงได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว  เมื่อเวลาประมาณ ๑๔.๐๐ น.  เมื่อเช้าวานนี้  ครูใหญ่ได้มาที่ห้องเรียนนำข่าวอันสลดใจนี้มาแจ้งแก่พวกเรา  และบอกว่า

    "พวกเธอที่เคยได้รับการศึกษาจากคุณครูผู้นั้นก็คงรู้ดีแล้วว่า  คุณครูเป็นคนดีเพียงไร  ท่านรักนักเรียนของท่านเหมือนกับรักลูกหลานของตน  แต่บัดนี้ท่านจากพวกเราไปเสียแล้ว  ท่านป่วยมาเป็นเวลาช้านาน  แต่เพื่ออาชีพของท่าน  จึงจำเป็นต้องทำงานไป  ที่สุดก็ได้ทำให้ชีวิตที่พอจะยืนยาวไปได้อีกช้านานนั้นสั้นลง  ถ้าท่านมีเวลาพักผ่อนรักษาโรคเสียเชั่วคราวแล้ว  ชีวิตของท่านก็จะยืนยาวไปได้อีกหลายเดือนเป็นแน่  แต่ท่านไม่ยอมทิ้งนักเรียนไป  เมื่อเย็นวันเสาร์ท่านได้กล่าวว่า  "ดิฉันเห็นจะไม่ได้เห็นนักเรียนอีกแล้ว"  แล้วก็ไปลานักเรียนด้วยตนเอง  ได้ตักเตือนสั่งสอนนักเรียนโดยดีทุกประการ  จูบผมนักเรียนทุก ๆ คน   แล้วก็ร้องไห้กลับบ้าน  คุณครูผู้นี้บัดนี้เราจะไม่ได้เห็นหน้าท่านอีกแล้ว  ขอให้พวกเราทุกคนจงอย่าลืมคุณครูผู้นี้เสีย"

    อั๋นผู้ซึ่งเคยเรียนอยู่กับคุณครูผู้นี้เมื่ออยู่ในชั้นปีที่ ๒  ได้ฟุบศีรษะลงกับโต๊ะแล้วร้องไห้

    เมื่อวานนี้ตอนบ่าย  พอโรงเรียนเลิกพวกเราพากันไปส่งศพของคุณครู  เมื่อไปถึงที่พักของคุณครูก็เห็นที่หน้าประตูมีรถศพเทียมม้าคู่จอดอยู่  มีผู้คนเป็นจำนวนมากกำลังสนทนากันด้วยเสียงเบา ๆ เฉพาะในโรงเรียนเรานับแต่ครูใหญ่จนถึงครูประจำชั้นทุกคนได้พากันมาที่นี่ทั้งหมด  และครูโรงเรียนอื่น ๆ ซึ่งครูได้เคยสอนอยู่นั้น  ต่างก็มากันพร้อมเพรียง  เด็กนักเรียนเล็กที่ครูเคยสอนส่วนมากมีแม่ถือดอกไม้ธูปเทียนจูงมา  นักเรียนในชั้นอื่น ๆ ก็มากันมาก  บ้างถือพวงหรีด  บ้างถือดอกไม้  ในรถศพนั้นมีดอกไม้กองอยู่เป็นจำนวนมากมาย  และข้างบนยังวางพวกหรีดใหญ่ใช้เขียนด้วยสีดำตัวโตว่า  "นักเรียนเก่าชั้นมัธยมปีที่ ๒  ขอคำนับต่อคุณครู"

    ใต้พวงหรีดใหญ่  มีหรีดพวงเล็ก ๆ ติดอยู่ด้วย  ซึ่งเป็นของพวกนักเรียนเล็ก ๆ ฝากมา  พวกเด็กหญิงต่างเช็ดน้ำตากันไม่หยุด

    เรารออยู่สักครู่หนึ่ง  เขาก็ชลอหีบศพออกมา  พวกเด็กเล็กพอเห็นหีบเข้าก็พากันร้องไห้  ในนั้นมีคนหนึ่งดูเหมือนเพิ่งจะรู้ว่าคุณครูได้ตายไปจริง ๆ ได้ส่งเสียงร้องไห้อย่างดัง  และไม่ยอมหยุดจนคนอื่น ๆ ต้องมาพาเขาออกไป

    ขณะเมื่อขบวนแห่ศพเคลื่อนไปตามถนน  ผู้คนต่างพากันมองออกมาทางหน้าต่างและประตู  เมื่อเห็นพวงหรีดและเด็กเล็กเดินตามขบวนศพไป  ก็กล่าวกันว่า  "ครูโรงเรียนน่ะ"

    หญิงผู้ดีที่พาเด็กเล็กมา  ต่างก็พากันร้องไห้เหมือนกัน

    เมื่อไปถึงวัด  เขาก็ยกหีบศพออกจากรถศพ เอาขึ้นวางบนแท่น  พวกครูหญิงเอาพวงหรีดวางลงบนหีบศพ  เด็กนักเรียนหญิงต่างเอาดอกไม้มาวางรอบข้าง  คนละช่อสองช่อ  เมื่อเสร็จพิธีแล้ว  พกวเราต่างพากันออกมา  ทิ้งครูผู้หญิงไว้ในหีบศพแต่ผู้เดียว

    น่าสงสาร  ครูผู้ซึ่งเป็นที่รักแห่งพวกเราขยันขันแข็ง และทำงานมาช้านาน

    ได้ยินว่าก่อนจะตาย  ครูได้เอาหนังสือและของทุกอย่างของท่านมาแจกนักเรียนจนหมด  บางคนได้ขวดน้ำหมึก บางคนได้รูปเขียน  และยังได้ยินว่า  ก่อนที่ท่านจะตายสักสองวันได้เคยบอกแก่ครูใหญ่ว่า  ถ้าท่านตายขอให้ช่วยปลอบโยนเด็ก ๆ ไม่ให้ร้องไห้และอย่าให้พวกเด็ก ๆ ไปร่วมพิธียกศพด้วย

    คุณครูได้กระทำสิ่งที่ดีไว้มากมาย  แต่ได้รับแต่ความทุกข์ยาก  ที่สุดก็ต้องตายไปท่ามกลางความแร้นแค้น  นี่แหละหนอ  ผลที่คุณครูได้รับตอบแทน

    ลาแล้ว  คุณครูที่รัก  สำหรับข้าพเจ้า  จะระลึกถึงคุณครูด้วยความรัก  ความระลึกในพระคุณและความเศร้าโศกอย่างสุดซึ้งเสมอ

(อ่านต่อบทที่ ๘๒ "ขอบคุณ")

ไม่มีความคิดเห็น: