วันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

บทที่ ๘๕ การสอบไล่


การสอบไล่

๔ กุมภาพันธ์


ที่สุดการสอบไล่ก็มาถึง  แถบที่ใกล้เคียงโรงเรียนนั้น  ไม่ว่าจะเป็นครูเป็นนักเรียน  หรือผู้ปกครองนักเรียนต่างสนทนากันแต่ในเรื่องคะแนน  ข้สอบร้อยละ  และผลการสอบเท่านั้น  เมื่อวานนี้สอบเรียงความวันนี้ทำเลข  เห็นบิดามารดานักเรียนอื่น ๆ ตามถนนหนทางที่สั่งลูกตนต่าง ๆ นานานั้น  ก็ยิ่งทำให้กลัวขึ้นใหญ่  ในเหล่าบิดามารดาของนักเรียนนั้น  บางคนได้ส่งลูกของตนถึงโรงเรียน  ตรวจดูในกระปุกหมึกว่ามีน้ำหมึกพอหรือไม่  และตรวจดูว่าตัวปากกานั้นจะใช้ได้หรือไม่  เมื่อเวลาจะกลับยังหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องเรียนแล้วกล่าวตักเตือนอีกว่า

    "จงระวัง  และใช้ความพยายามหน่อยนะลูก"

    ครูที่คุมการสอบคราวนี้  คือครูศักดิ์ผู้ซึ่งมีหนวดดกดำ  เป็นครูที่เสียงดังที่สุด  แต่ไม่เคยทำโทษใครเลย  ถึงกระนั้นก็ตาม  นักเรียนบางคนยังกลัวจนหน้าเซียวไปหมด

    ในเวลาที่ครูฉีกซองซึ่งส่งมาจากศาลากลางดึงข้อสอบออกมานั้น  ทั้งห้องเกือบจะเงียบไปหมด  ตลอดจนเสียงหายใจ  ครูมองกวาดดูทั่วห้องด้วยสายตาอันน่ากลัว  แจกข้อสอบให้ทุกคน  แล้วก็อ่านข้อสอบด้วยเสียงอันดัง  ดูเหมือนว่า ถ้าสามารถจะบอกคำตอบให้เรารู้  เพื่อให้พวกเราทุกคนสอบได้หมดแล้ว  จะเป็นความพอใจแก่ท่านมากทีเดียว

    ข้อสอบยากมาก  เวลาได้ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว  ทุกคนก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร  นักเรียนคนหนึ่งถึงแก่ร้อไห้  ซุ่นหลีเขกหัวตัวเอง  นักเรียนส่วนมากทำกันไม่ได้  ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น  เพราะเวลาที่พวกเขาเรียนนั้นน้อยเกินไป   และพ่อแม่ของเขาก็มิเอาใจใส่ควบคุมสั่งสอนอย่างใดเลย

    แต่พวกเราก็หาได้หมดทางไปเสียทีเดียวไม่  ประดิษฐ์ได้หาวิธีต่าง ๆ ช่วยพวกเราทุกคนโดยไม่ให้ใครเห็บางทีก็วาดเป็นภาพให้พวกเราดู  บางทีก็เขียนเป็นเลขให้ดู  ฝีมือว่องไวเหลือเกิน  เสนาะผู้ซึ่งเคยเก่งในทางเลข ก็ได้ช่วยเหลือพวกเรามากเหมือนกัน  สุนทรซึ่งเคยอวดเก่งนั้นวันนี้ก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน  ได้แต่นั่งสงบนิ่งอยู่ตลอดเวลา  ภายหลังเสนาะจึงได้ช่วยเขา

    ส่วนเดชนั้นเอามือบีบหัวไว้  จ้องมองดูขัอสอบนิ่งอยู่ตั้งชั่วโมง  แล้วก็หยิบปากกาขึ้นมา  ภายในเวลาไม่นานนักก็ทำได้เสร็จหมด

     ครูเดินตรวจไปตามโต๊ะนักเรียนแล้วกล่าวว่า

    "สงบไว้  สงบไว้  ทำไปด้วยความสงบ"

    เมื่อได้เห็นนักเรียนจนปัญญาไม่รู้จะทำอย่างไร  ครูก็อ้าปากกว้าง  ทำท่าอย่างสิงโต  เพื่อจะให้นักเรียนหัวเราะ  สมองจะได้หายมึนงง  ประมาณ ๑๑ น.  ก็ได้เห็นพ่อแม่ของนักเรียนพากันมารออยู่ที่ข้างนอก  แล้วพ่อของอั๋นสวมเครื่องแต่งตัวสำหรับทำงานมาจากโรงงาน  หน้าตายังดำมอมแมม  แม่ของซุ่นหลีซึ่งเป็นแม่ค้าขายผักสด  รวมทั้งแม่ของหวัง  ซึ่งเครื่องนุ่งห่มสีดำอยู่เสมอนั้น ก็อยู่ที่นั่นด้วย

    พอเวลาจวนจะเที่ยง  ก็ได้เห็นหน้าคุณพ่อโผล่เข้ามา  ดูพวกเราทางหน้าต่างห้องเรียน

    การสอบเสร็จเมื่อตอนเที่ยง  ตอนเลิกเรียนนั้นน่าดูมากทีเดียว  พวกพ่อแม่ต่างกระวีกระวาดเข้ามาหาลูกของตน  ตรวจสอบดูอะไรต่ออะไรต่าง  ๆ ดูสมุดร่างคำตอบแล้วก็เอามาเทียบกับของเด็กที่อยู่ใกล้เคียง

    "ข้อสอบกี่ข้อ?  ตอบได้เท่าใด?  ผลลบนี้เล่า?  ไม่ผิดทศนิยมแน่หรือ?"

    ครูได้ถูกผู้คนที่อยู่รอบข้างเรียกกันใหญ่  ต้องเดินไปมาตอบคำถามของเขาเหล่านั้น  คุณพ่อได้ดึงสมุดจากข้าพเจ้าไปดู  แล้วพูดว่า

    "ดีแล้ว  ดีแล้ว"

    พ่อของอั๋นซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ คุณพ่อ  พลิกดูสมุดของลูกเขา  แต่ดูเหมือนจะไม่เข้าใจอะไรเลย  ทำท่าเหมือนกับตกใจเล็กน้อย  แล้วหันมาพูดกับคุณพ่อว่า

    "ขอถามหน่อยครับ  คะแนนรวมนี้มันเท่าไรกันแน่"

    คุณพ่อได้บอกผลลัพธ์ให้เขาฟัง  นายช่างเหล็กรู้ว่าการคำนวณของลูกเขาไม่ผิดก็พอใจ แล้วร้องขึ้นว่า

    "ทำไม่ผิดเลย"

    คุณพ่อและช่างเหล็กหันหน้าเข้าหากัน  แล้วต่างก็หัวเราะ  คุณพ่อยื่นมือออกไปให้เขา  แล้วเขาก็ยื่นมือมาจับ

    "พบกันใหม่ในวันสอบปากเปล่า"

    กล่าวดังนี้แล้วต่างก็จากกันไป

    พอเราพากันเดินไปได้ประมาณ ๕-๖ ก้าว  ก้ได้ยินเสียงร้องเพลงอยู่ข้างหลัง  เมื่อหันไปดูก็เห็นช่างเหล็กเดินร้องเพลงอยู่อย่างสำราญใจ

(อ่านต่อบทที่ ๘๖ "การสอบครั้งสุดท้าย")


ไม่มีความคิดเห็น: