ฤดูหนาว
๒๔ ธันวาคม
นิทานเรื่องมาร์โคเด็กหนุ่มชาวเยนัวได้จบลงแล้วในภาคเรียนนี้คงมี "การสนทนาประจำเดือน" สำหรับเดือนมกราคมอีกเดือนเดียวเท่านั้น และมีการสอบสองครั้ง มีวันเรียนเต็มวัน ๒๖ วัน วันเสาร์ ๖ วัน และวันอาทิตย์ ๖ วัน ในภารเรียนนี้ ตามที่เคยเป็นมา ต้องมีลมหนาวพัดมาเสมอ ใบไม้ที่บ้านกำลังผลัดใบ ที่เครื่องออดกำลังกายนั้นมีแสงแดดอันอบอุ่น นักเรียนต่างสวมเครื่องแต่งกายสำหรับฤดูหนาวในเวลาที่ออกจากโรงเรียนรู้สึกว่าผิดกับแต่ก่อนมาก ดูเป็นที่น่าสนุกสนานขึ้น
ที่น่าดูที่สุดก็คือ "ช่างปูนน้อย" เขาสวมหมวกสักหลาดใบใหญ่ของพ่อของเขา ลักษณะเหมือนกับเทียนไขครึ่งท่อน มีฝาครอบสวมลงไป ซ้ำยังปรากฎหน้ากระต่ายภายใต้นั้น จึงทำให้น่าหัวเราะยิ่งขึ้น
ส่วนพนิช บัดนี้ใช้กระเป๋าเสื้อเป็นที่เก็บสินค้าของเขา สิ่งที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าของเขาที่มองเห็นอยู่นั้นคือ พัดที่ทำด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ หัวไม้ตะพด ศรยิงนก หญ้าต่าง ๆ นานาและยังมีตัวตั๊กแตนตำข้าว ซึ่งมันจะคลานออกมาข้างนอก มาเกาะอยู่บนเสื้อของเขาบ่อย ๆ
เด็กเล็ก ๆ บางคน เอาช่อดอกไม้ไปให้ครูผู้หญิง ต่างก็แต่งเครื่องหนาวอย่างสวยงาม มีแต่ "ยายชี" เท่านั้นที่ยังคงแต่งชุดดำอยู่ ครูคนที่ผูกโบว์ผมสีแดงก็ยังผูกสีแดงที่คอมีผ้าพันคอสีแดง ถ้าเด็กเล็ก ๆ ในชั้นไปดึงผ้าพันคอของครู ครูก็จะยิ้มแล้วหนีพวกเด็ก ๆ นั้น
บัดนี้ เป็นฤดูการเตรียมตัวจะไปแข่งขันกรีฑากันแล้วนักเรียนชั้นสูงต่างก็ซ้อมกรีฑากันอย่างขมักเขม้น ที่โรงเรียนรู้สึกสนุกขึ้นทุกวัน แต่เมื่อเห็นเสนาะสวมเครื่องแบบไว้ทุกข์แล้ว ก็ให้รู้สึกเศร้าใจลงทันที
สิ่งที่ทำให้เขาเสียใจยิ่งนัก ก็คือครูผู้หญิงยิ่งผอมลงทุก ๆ วัน แล้วก็ไอหนักกว่าเก่าด้วย ในเวลาที่ครูผู้หญิงเดินไปไหนมาไหนนั้นร่างกายของท่านโค้งไปข้างหน้า เห็นแล้วให้รู้สึกสงสารยิ่งนัก
กวีภาค
"ประเสริฐ
เจ้าคงรู้สึกแล้วซิว่าชีวิตในโรงเรียนนั้นมีรสชาดเป็นอย่างไร แต่เท่าที่เจ้าเห็นนั้นเป็นเพียงส่วนภายในของโรงเรียนเท่านั้น อีก ๒๐ ปีข้างหน้า ในเวลาที่เจ้าพาลูกของเจ้าไปโรงเรียน โรงเรียนจะสวยงามยิ่งกว่าที่เจ้าได้เห็นอยู่ในปัจจุบัน และจะมีรสชาดมากกว่า
ในเวลานั้น เจ้าก็เหมือนกับพ่อในเวลานี้ เจ้าจะมองเห็นส่วนนอกของโรงเรียน ในเวลาที่พ่อรอเจ้าอยู่นอกโรงเรียนนั้น พ่อมักเดินเล่นรอบ ๆ โรงเรียน และตะแคงหูฟังเสียงข้างใน พ่อรู้สึกสนุกมาก จากหน้าต่างด้านหนึ่ง พ่อได้ยินเสียงครูผู้หญิงกล่าวว่า
"โอ๊ย ตัว ญ เขียนอย่างนี้ได้หรือ ใช้ไม่ได้ นี่ถ้าคุณพ่อของเธอมาเห็นเข้าจะตำหนิเธอมากทีเดียว"
และเมื่อไปถึงอีกหน้าต่างหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงห้าว ๆ ของครูผู้ชายพูดขึ้นดัง ๆ ว่า
"ถ้าเราซื้อผ้ามา ๕๐ เมตร เมตรละ ๓๐ สตางค์ แล้วขายไป..."
ต่อมา ก็ได้ยินเสียงอ่านบทเรียนอันดังของครูหญิงที่ผูกโบว์สีแดงนั้นว่า
"......มดเอ๋ยมดแดง เล็ก ๆ เรี่ยวแรงแข็งขยัน........"
จากห้องเรียนข้าง ๆ เจี๊ยวจ๊าวไปด้วยเสียงเหมือนนกร้องอันเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน ทั้งนี้เห็นจะเป็นเพราะครูบังเอิญเดินออกไปข้างนอกนั่นเอง เมื่อเดินเลี้ยวไปถึงอีกมุมหนึ่ง เห็นนักเรียนคนหนึ่งกำลังร้องไห้อยู่แล้ว ก็ได้ยินเสียงดุ และเสียงปลอบของครูผู้หญิง
เสียงที่ออกมาทางหน้าต่างนั้น คือเสียงอ่านโคลงเป็นทำนอง ชื่อของมหาบุรุษและผู้ใจบุญ ตลอดจนการส่งเสิรมในศีลธรรม ความรักชาติและความมานะกล้าหาญทั้งนั้น
สักครู่หนึ่งก็เงียบไปหมด เงียบจนเหมือนกับกับว่าในบ้านใหญ่นั้นไม่มีคนอยู่เลย และไม่มีใครเชื่อได้ว่าในนั้น จะมีเด็กนักเรียนอยู่ตั้ง ๗๐๐ คน ในขณะนั้น ถ้าบังเอิญครูกล่าวคำพูดที่น่าหัวเราะขึ้นสักคำหนึ่ง เสียงหัวเราะก็จะดังขึ้นทั่วห้องเรียน คนที่เดินทางผ่านไปมานั้น ล้วนมองดูด้วยความพึงพอใจในบ้านเรือนอันมีเด็ก ๆ มากมาย และในอนาคตของเด็กเหล่านี้เป็นอย่างยิ่ง
ในขณะเดียวกันนั้น เสียงเก็บหนังสือและเครื่องเขียนได้ยินจากห้องนี้ไปถึงห้องโน้น จากชั้นบนไปถึงชั้นล่าง ภารโรงตีระฆังให้ทราบว่าเลิกเรียนแล้ว เมื่อได้ยินเสียงนี้ ชาย หญิง หญิงสาวและพวกหนุ่ม ๆ ซึ่งรอกันอยู่ข้างนอกก็เข้ามารวมกันเป็นหลุ่มอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียนรอลูก หรือน้องชาย หรือหลานของตน พวกเด็กก็เดินออกจากประตูห้องเรียนไหลเทมายังประตูโรงเรียนเหมือนกรแสน้ำ บ้างไปหยิบหมวก บ้างปัดของให้สะอาด วิ่งไปทั่วโรงเรียนร้องเสียงเอะอะ ภารโรงจัดให้นักเรียนเดินเรียงเป็นแถวออกประตูทีละคน เมื่อออกมาถึงข้างนอก พวกที่คอยกันอยู่ข้างนอกก็ถามข้อความต่าง ๆ
"เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือ? มีเลขการบ้านกี่ข้อ ? พรุ่งนี้จะต้องเตรียมบทเรียนมากน้อยเท่าไร? การสอบซ้อมประจำเดือนนี้จะสอบกันวันไหน?"
แม้ผู้ปกครองที่อ่านหนังสือไม่ออก ยังอดเปิดสมุดหนังสือออกดูไม่ได้ ที่อ่านออกเมื่อตรวจดูแล้ว ถามลูกของตนต่าง ๆ นานาว่า
"๘ คะแนนเท่านั้นหรือ? การบ้านได้เพียง ๙ คะแนนเท่านั้นหรือ?"
บ้างก็เป็นห่วง บ้างก็ดีใจ บ้างก็ไปถามครู บ้างก็สนทนาถึงความหวังในการสอบไล่
ชีวิตในโรงเรียน เพียบพร้อมไปด้วยความดีงามถึงเพียงนี้ อนาคตของเด็กจะเป็นที่เชื่อถือได้ว่าจะรุ่งเรืองขึ้นเมื่อได้สำเร็จแล้วจากโรงเรียน
จากพ่อของเจ้า"
(อ่านต่อบทที่ ๗๗ "เด็กใบ้และหูหนวก")
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น