วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2565

บทที่ ๖๘ แม่ของเสนาะ


แม่ของเสนาะ

๒๘ พฤศจิกายน


วันแรกที่ข้าพเจ้าหายป่วยไปโรงเรียน  ข่าวร้ายที่ได้ทราบก่อนอื่น ก็คือ  แม่ของเสนาะป่วยมาก  เสนาะได้ลาหยุดมาแล้วหลายวัน  และที่สุดแม่ของเขาก็ได้ถึงแก่กรรมเมื่อคืนวันเสาร์

    เมื่อวานนี้  พอเราเข้าห้องเรียน  ครูก็บอกกับเราว่า    

    "เสนาะได้ประสบเคราะห์ร้ายอย่างแสนสาหัส  คือแม่ของเขาได้ถึงแก่กรรมลง  พรุ่งนี้เขาก็คงจะมาโรงเรียน ขอให้เธอทุกคนจงเห็นแก่ความทุกข์ระทมของเขาในเวลาที่เขาเข้าห้องเรียน  พวกเธอจะต้องปลอบโยนเขาทักทายเขาอย่างสนิทสนม  อย่าพูดเล่นหรือหัวเราะกับเขา"

    วันนี้ตอนเช้า เสนาะได้มาถึงโรงเรียนช้าหน่อย พอเราเห็นเขาเข้า  ก็ดูเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่แค่คอหอยหน้าตาเขาซูบซีด  นัยน์ตาแดง  ขาทั้งสองสั่น  เหมือนกับตัวเขาได้เจ็บมาแล้วตั้งเดือน  เขาแต่งตัวเครื่องแต่งตัวชุดดำ  เกือบจะจำไม่ได้ว่าเป็นเสนาะ  ทุกคนสงบอารมณ์มองดูเขา  เมื่อเขาเข้าในห้องเรียนแล้ว  ดูเหมือนเขาจะจำได้ว่าแม่ของเขาได้มารับเขาทุกวัน  และมองดูเขาจากหลังเก้าอี้  โดยอาการเอาใจใส่  เมื่อคิดไปดังนั้น  เขากลั้นความรู้สึกไม่ไหวต้องร้องไห้  ครูได้มาจูงเขาเข้าไปกอดไว้แล้วพูดค่อย ๆ ว่า

    "ร้องไห้เถิด ร้องไห้เถิด เด็กผู้น่าสงสาร  แต่จงอย่าท้อใจ  แม่ของเธอไม่ม่กายอยู่ในโลกนี้แล้ว  แต่วัญญาณของท่านก็ยังคงพิทักษ์รักษาเธออยู่เสมอ  ยังคงรักเธอและวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ กับเธอ  เธอคงได้พบกับแม่ของเธออีก  เพราะเธอมีจิตใจอันเที่ยงตรงเหมือนกับของเธอ  แต่เธอจะต้องระวังรักษาตัวของเธอให้มาก"

    เมื่อพูดเสร็จแล้วก็พามานั่งข้าง ๆ ข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าไม่กล้ามองดูหน้าของเขา  เขาได้หยิบเอาสมุดและหนังสือเก่าที่ไม่ได้ดูมานานแล้วนั้นออกมาดู  เมื่อพลิกไปถึงตอนที่มีกระดาษแทรกไว้เพื่อเป็นเครื่องหมายว่าวันนั้น ๆ แม่ได้มาส่งเขา  เขาก็ร้องไห้ขึ้นอีก  ครูได้ชำเลืองตามาทางข้าพเจ้าไม่ให้ไปธุระกับเขา  ในใจข้าพเจ้านั้นอยากจะพูดอะไรกับเสนาะบ้าง  แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร  จึงได้แต่เาอมือพาดลงบนบ่าเขา  แล้วพูดด้วยเสียงอันเบาว่า

    "เสนาะ อย่าร้องไห้เลย"

    เสนาะไม่ตอบอะไร  เพียงแต่หมอบนิ่งอยู่บนโต๊ะ  แล้วเอื้อมมือมาวางลงบนบ่าข้าพเจ้า  เมื่อเลิกเรียนแล้วทุกคนต่างเข้ามาล้อมรอบตัวเขา ด้วยอย่างเงียบเหงาและเคารพ  พอดีคุณแม่ได้ผลักข้าพเจ้าออกมา  แล้วหันไปมองดูเสนาะ  ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไร  แต่เมื่อเหลียวไปก็เห็นเสนาะยืนอยู่ที่นั่นมองดูเราด้วยความเศร้าโศก จากลักษณะของเขาเหมือนหนึ่งจะพูดว่า

    "เธอมีแม่มารับ  แต่ฉันไม่มี  เธอมีแม่  แต่ฉันไม่มีแม่แล้ว"

    ข้าพเจ้า จึงรู้สาเหตุที่คุณแม่ได้ผลักข้าพเจ้าออกมา  เลยไม่ได้รอให้คุณแม่จูง  ออกได้ก้เดินไปเองตามลำพัง

(อ่านต่อบทที่ ๖๙ "กุเซปเป มัซซินี") 

ไม่มีความคิดเห็น: