แม่ของเสนาะ
๒๘ พฤศจิกายน
วันแรกที่ข้าพเจ้าหายป่วยไปโรงเรียน ข่าวร้ายที่ได้ทราบก่อนอื่น ก็คือ แม่ของเสนาะป่วยมาก เสนาะได้ลาหยุดมาแล้วหลายวัน และที่สุดแม่ของเขาก็ได้ถึงแก่กรรมเมื่อคืนวันเสาร์
เมื่อวานนี้ พอเราเข้าห้องเรียน ครูก็บอกกับเราว่า
"เสนาะได้ประสบเคราะห์ร้ายอย่างแสนสาหัส คือแม่ของเขาได้ถึงแก่กรรมลง พรุ่งนี้เขาก็คงจะมาโรงเรียน ขอให้เธอทุกคนจงเห็นแก่ความทุกข์ระทมของเขาในเวลาที่เขาเข้าห้องเรียน พวกเธอจะต้องปลอบโยนเขาทักทายเขาอย่างสนิทสนม อย่าพูดเล่นหรือหัวเราะกับเขา"
วันนี้ตอนเช้า เสนาะได้มาถึงโรงเรียนช้าหน่อย พอเราเห็นเขาเข้า ก็ดูเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่แค่คอหอยหน้าตาเขาซูบซีด นัยน์ตาแดง ขาทั้งสองสั่น เหมือนกับตัวเขาได้เจ็บมาแล้วตั้งเดือน เขาแต่งตัวเครื่องแต่งตัวชุดดำ เกือบจะจำไม่ได้ว่าเป็นเสนาะ ทุกคนสงบอารมณ์มองดูเขา เมื่อเขาเข้าในห้องเรียนแล้ว ดูเหมือนเขาจะจำได้ว่าแม่ของเขาได้มารับเขาทุกวัน และมองดูเขาจากหลังเก้าอี้ โดยอาการเอาใจใส่ เมื่อคิดไปดังนั้น เขากลั้นความรู้สึกไม่ไหวต้องร้องไห้ ครูได้มาจูงเขาเข้าไปกอดไว้แล้วพูดค่อย ๆ ว่า
"ร้องไห้เถิด ร้องไห้เถิด เด็กผู้น่าสงสาร แต่จงอย่าท้อใจ แม่ของเธอไม่ม่กายอยู่ในโลกนี้แล้ว แต่วัญญาณของท่านก็ยังคงพิทักษ์รักษาเธออยู่เสมอ ยังคงรักเธอและวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ กับเธอ เธอคงได้พบกับแม่ของเธออีก เพราะเธอมีจิตใจอันเที่ยงตรงเหมือนกับของเธอ แต่เธอจะต้องระวังรักษาตัวของเธอให้มาก"
เมื่อพูดเสร็จแล้วก็พามานั่งข้าง ๆ ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่กล้ามองดูหน้าของเขา เขาได้หยิบเอาสมุดและหนังสือเก่าที่ไม่ได้ดูมานานแล้วนั้นออกมาดู เมื่อพลิกไปถึงตอนที่มีกระดาษแทรกไว้เพื่อเป็นเครื่องหมายว่าวันนั้น ๆ แม่ได้มาส่งเขา เขาก็ร้องไห้ขึ้นอีก ครูได้ชำเลืองตามาทางข้าพเจ้าไม่ให้ไปธุระกับเขา ในใจข้าพเจ้านั้นอยากจะพูดอะไรกับเสนาะบ้าง แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร จึงได้แต่เาอมือพาดลงบนบ่าเขา แล้วพูดด้วยเสียงอันเบาว่า
"เสนาะ อย่าร้องไห้เลย"
เสนาะไม่ตอบอะไร เพียงแต่หมอบนิ่งอยู่บนโต๊ะ แล้วเอื้อมมือมาวางลงบนบ่าข้าพเจ้า เมื่อเลิกเรียนแล้วทุกคนต่างเข้ามาล้อมรอบตัวเขา ด้วยอย่างเงียบเหงาและเคารพ พอดีคุณแม่ได้ผลักข้าพเจ้าออกมา แล้วหันไปมองดูเสนาะ ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไร แต่เมื่อเหลียวไปก็เห็นเสนาะยืนอยู่ที่นั่นมองดูเราด้วยความเศร้าโศก จากลักษณะของเขาเหมือนหนึ่งจะพูดว่า
"เธอมีแม่มารับ แต่ฉันไม่มี เธอมีแม่ แต่ฉันไม่มีแม่แล้ว"
ข้าพเจ้า จึงรู้สาเหตุที่คุณแม่ได้ผลักข้าพเจ้าออกมา เลยไม่ได้รอให้คุณแม่จูง ออกได้ก้เดินไปเองตามลำพัง
(อ่านต่อบทที่ ๖๙ "กุเซปเป มัซซินี")
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น