วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2565

บทที่ ๖๙ กูเซปเป มัซซินี


กูเซปเป มัซซินี

๒๙ พฤศจิกายน


เช้าวันนี้เสนาะหน้าซีดและตายังแดง ๆ อยู่  ของขวัญที่พวกเรากองไว้บนโต๊ะสำหรับเป็นเครื่องปลอบใจเขานั้น เขาไม่ได้เหลียวมองดูเลย  ครูได้เอาหนังสืออกมาอีกเล่มหนึ่งต่างหาก  ว่าจะอ่านให้เสนาะฟัง  ครูได้บอกกับเราล่วงหน้าว่า  วันพรุ่งนี้เวลา ๑๓ น. จะได้มีพิธีการแจกเหรียญกล้าหาญแก่เด็กที่ช่วยเด็กตกน้ำให้รอดชีวิตขึ้นมาได้  ให้ทุกคนไปดูที่ศาลากลาง และในวันจันทร์ให้ทุกคนทำรายงานการพิธีนั้นมาส่ง  สำหรับจะได้เป็นเรื่องสนทนาประจำเดือน  เมื่อแจ้งเสร็จแล้ว ก็หันไปพูดกับเสนาะซึ่งนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่ว่า

    "เสนาะ วันนี้ขอให้พยายามจดคำที่ครูจะอ่านต่อไปนี้  และทุก ๆ คนต้องจดด้วย"

    พวกเราต่างก็ถือปากกาไว้  แล้วครูก็ตั้งต้นอ่าน

    "กูเซปเป มัซซินี เกิดในเมืองเยนัว  เมื่อ พ.ศ.๒๓๔๘  และตายเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๕ ในเมืองปิซา  เป็นผู้รักชาติ  และเป็นนักประพันธ์ลือนามผู้หนึ่ง  และยังเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงประเทศอิตาลีอีกด้วย  ด้วยจิตอันรักชาติของเขา  เขาได้ต่อสู้กับความจนมาตลอด ๔๐ ปี  ยอมถูกเนรเทศและกดขี่ต่าง ๆ  และยอมเป็นผู้พเนจรแต่ไม่ยอมเปลี่ยนลัทธิและความตั้งใจของตน  เขาเป็นผู้ที่รักแม่ของเขามาก  จิตใจอันยอดเยี่ยมและบริสุทธิ์ของเขานั้น  ถือว่าเป็นเพราะแม่ของเขาได้ย้อมขึ้น  เขามีเพื่อนที่ชอบพอคนหนึ่ง  และแม่ของเพื่อนคนนั้นได้ตายไป  เขารู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง  และได้มีจดหมายไปแสดงความเสียใจ  ต่อไปนี้  คือความในจดหมายนั้น

    สหายรัก  ในชีวิตของเธอ  เธอจะไม่ได้เห็นแม่ของเธออีกแล้ว   นี่เป็นเรื่องที่น่าหวาดเสียวที่สุดในระหว่างความเศร้าโศกอย่างสุดซึ้ง  ซึ่งจะหลีกเลี่ยงไม่ได้และจำเป็นต้องผ่านไป

    "เธอจะต้องผ่านความเศร้าโศกนี้ไปให้จงได้"  เธอเข้าใจคำพูดของฉันนี้ไหม  ความเศร้าโศกนั้นทำให้เราไม่สามารถจะช่วยให้จิตใจของเราผ่องใสขึ้นได้  และยิ่งกว่านั้นยังทำให้เราตกอยู่ในความอ่อนแอด้วย  ซึ่งเราจะต้องชนะมันและจะต้องผ่านมันไปให้จงได้  และในความเศร้าโศก  อีกฝ่ายหนึ่งนั้นมีส่วนที่ทำให้จิตใจของเราผ่องใสขึ้น ซึ่งในส่วนนี้  เราจะต้องรักษาให้คงอยู่ตลอดไป  จะละทิ้งเสียไม่ได้

    ในโลกนี้  ไม่มีอะไรจะควรรักยิ่งไปกว่าแม่ของเรา  สิ่งที่โลกให้เราไม่ว่าจะเป็นความเศร้าโศก  หรือความปิติ ยินดี  เราจะลืมแม่ของเราไปไม่ได้  เราจะต้องระลึกถึงแม่  เคารพรักแม่  และเศร้าสลดใจในมรณกรรมของแม่  แต่จงอย่าทำให้แม่เสียใจได้

    จริงนะสหายรัก  จงฟังคำฉันบ้าง  ความตายนั้น  มันเป็นสิ่งที่ไม่ทรงอยู่  เป็นสิ่งว่างเปล่าไม่มีอะไร  เป็นสิ่งที่แม้จะเข้าใจก็ไม่ได้  การเกิดก็คือการเกิด  มันเป็นไปตามกฎของชีวิต  และกฎของชีวิตก็คือการก้าวหน้า  เมื่อวานนี้ในโลกนี้  เธอมีแม่  และวันนี้  เธอมีทูตสวรรค์อยู่ทุกแห่ง  คุณความดีย่อมเพิ่มพูกำลังความสามารถ  ทำให้ชีวิตในชาตินี้ไม่มีวันที่จะเสื่อมสูญไป  ความรักของแม่เธอก็มิใช่เป็นดังนี้ด้วยหรอกหรือ?  แม่ของเธอจะรักเธอมากกว่าครั้งก่อนเสียงด้วย  และเนื่องด้วยเหตุนี้เอง  เธอจะต้องมีหน้าที่ซึ่งจะปฏิบัติต่อแม่ของเธอมากขึ้นอีก  เธอจะได้พบกับแม่หรือไม่ในโลกอื่น  ก็ต้องแล้วแต่การกระทำของเธอเองเป็นที่ตั้ง  ฉะนั้นจึงควรที่เธอจะหาความรักต่อแม่ของเธอด้วยตัวของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น  เพื่อปลอบโยนวิญญาณของแม่เธอ  ต่อไปไม่ว่าเธอจะทำอะไร  จะต้องหวนคิดดูว่า  "นี่เป็นสิ่งที่แม่ชอบหรือไม่"  มรณกรรมของแม่  เป็นความจริงที่ทำให้เกิดมีผู้พิทักษ์เธอขึ้นองค์หนึ่ง  ต่อไปการกระทำตลอดชีวิตของเธอ  จะต้องได้ปรึกษาหารือกับผู้พิทักษ์นี้  ต้องกล้าหาญ  ต้องอดทน  ต่อสู้กับความทุกข์ยากและไม่ท้อถอย  รักษาความสงบเงียบในยามลำบากยากแค้น  ทั้งนี้เรพาะมันเป็นสิ่งที่แม่ของเธอชอบ"

    คุณครูได้กล่าวต่อไปอีกว่า

    "เสนาะ  เสนาะ  เธอจะต้องเป็นผู้ที่สงบเงียบ เป็นผู้มานะอดทน  เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นของชอบของคุณแม่เธอ ทราบไหม?"

    เสนาะพยักหน้า  น้ำตาเป็นใหญ่ ๆ ได้ตกลงมาที่มือ ที่สมุด และที่โต๊ะของเขา

(อ่านต่อบทที่ ๗๐ "เหรียญราชนิยม") 

ไม่มีความคิดเห็น: