โรงเรียนกลางคืน
๒ ตุลาคม
เมื่อคืนนี้ พ่อพาไปดูโรงเรียนกลางคืน ในโรงเรียนจุดไฟฟ้าสว่าง พวกกรรมกร จากที่ต่าง ๆ มารวมกันอยู่ที่นี่ขณะที่เข้าไป ครูใหญ่และครูน้อยหลายคนกำลังหัวเสียกันใหญ่ เพราะเมื่อก่อนหน้านี้สักครู่ มีคนเอาก้อนหินขว้างเข้ามาถูกกระจกหน้าต่างแตก ภารโรงวิ่งออกไปข้างนอกจับเด็กเข้ามาคนหนึ่ง ในทันใดนั้น เดชซึ่งอยู่บ้านตรงข้ามกับโรงเรียน ได้วิ่งเข้ามาแล้วบอกว่า
"ไม่ใช่เด็กคนนี้หรอกขอรับ ผมแลเห็นแก่น แก่นเป็นคนขว้างก้อนหิน เขายังขู่ผมเลยว่า "ถ้าแกไปบอกเขาละก็ ข้าเป็นไม่ไว้หน้าทีเดียว" แต่ผมไม่กลัวเขาหรอก"
ครูใหญ่ว่า "แก่นนี่ควรจะต้องถูกไล่ออกเหลือเกิน"
ในขณะนั้น พวกกรรมกรรวมกันอยู่ในห้องเรียนสองสามร้อยคนแล้ว รู้สึกว่าโรงเรียนกลางคืนข่างน่าสนุกเหลือเกิน นับแต่เด็กอายุ ๑๒ ปีขึ้นไป ผู้ใหญ่ที่เพิ่งกลับจากโรงงานหนวดครื้ม ๆ หอบหนังสือมาเป็นปึก ๆ มีช่างไม้ ช่างไฟ หน้าตามอมแมม ช่างปูนมือยังเปื้อนปูนขาว เด็กที่บนหัวเต็มไปด้วยผงแป้งก็มี กลิ่นน้ำมีน กลิ่นปลา และกลิ่นนต่าง ๆ ที่ติดตัวมาจากงานตอนกลางวัน ตระหลบไปหมด นอกนี้ยังมีคนงานในโรงงานช่างแสงสวมเครื่องแบบคล้ายทหารมากันเป็นหมู่ มีนายสิบโทเป็นหัวหน้าควบคุม ทุกคนต่างนั่งอยู่กับม้านั่ง ก้มหน้าก้มตาเรียนกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ บ้างก็กางหนังสือไปขอให้ครูอธิบาย เราได้เห็นครูคนที่สวมเครื่องแต่งตัวสวย ๆ ซึ่งมีนามสมญาว่า "ทนายความน้อย" นั้น กำลังถูกกรรมกรล้อมอยู่ ๔-๕ คน และกำลังเขียนอะไรอยู่ มีคนในโรงย้อมผ้าคนหนึ่ง ทาสมุดด้วยสีย้อมผ้าสีแดง สีเขียวเสียสวยงามจนทำให้ครูขาเป๋หัวเราะ ครูของเราหายป่วยแล้ว พรุ่งนี้จะมาทำการสอนพวกเราได้ คืนนี้ก็มาที่โรงเรียนด้วย ประตูห้องเรียนเปิดอยู่ทุกบาน มองจากภายนอกเห็นได้ทุกอย่าง เมื่อเข้าเรียนแล้ว นัยน์ตาของคนพวกนี้ ไม่คลาดจากหนังสือเลย ความตั้งใจของเขาเหล่านั้น ทำให้เรารู้สึกนับถือเหลือเกิน ครูใหญ่บอกว่า พวกเขาบางคนกลัวจะมาโรงเรียนช้าไป ส่วนมากไม่ได้กินอาหารเย็น มาเรียนทั้งที่ท้องยังว่างอยู่
พวกเด็กที่มีอายุน้อยหน่อย พอเวลาล่วงไปได้สักครึ่งชั่วโมง ก็นั่งฟุบหลับอยู่กับโต๊ะ เอาด้ามปากกาไปเขี่ยหู เป็นการปลุกให้ตื่นขึ้น พวกคนโต ๆ ไม่ง่วงเลย นั่งฟังครูสอนโดยไม่กระพริบตาและบางคนอ้าปากด้วยเมื่อได้เห็นคนที่โตจนมีหนวดแล้วมานั่งเรียนอยู่บนเก้าอี้ที่เราเรียนอยู่เช่นกัน ทำให้เรารู้สึกอย่างไรพิกล
เราได้เดินขึ้นไปชั้นบน ข้าพเจ้ารีบวิ่งไปที่หน้าประตูห้องเรียนที่เราเรียนตอนกบลางวัน เห็นที่นั่งของข้าพเจ้ามีชายคนหนึ่งหน้าดกดำ และที่มือมีผ้าพันแผลพันอยู่ เห็นจะถูกบาดเจ็บจากเครื่องจักรในโรงงานเข้ากระมัง แต่เขาก็พยายามเขียหนังสืออย่างช้า ๆ
ที่น่าขันที่สุดก็คือ พ่อของ "ช่างปูนน้อย" เขานั่งอยู่ที่ ๆ นั่งของช่างปูนน้อย เอามือยันคางดูหนังสืออยู่ด้วยความตั้งใจ ทั้งนี้ไม่ใช่เป็นไปโดยบังเอิญ กล่าวกันว่า ในคืนแรกที่เขามาโรงเรียนนั้น เขาได้บอกกับครูใหญ่ว่า
"คุณครูครับ ขอได้โปรดให้ผมนั่งที่ ๆ นั่งของเจ้า "หน้ากระต่าย" ของผมเถิด" เขาเรียกลูกเขาว่า "หน้ากระต่าย" เสมอจนติดปาก
คุณพ่อกับข้าพเจ้านั่งดูเขาเรียนหนังสือจนโรงเรียนเลิกจึงกลับ ที่ถนนเห็นพวกผู้หญิงอุ้มลูกมายืนรอสามีของตนอยู่หน้าโรงเรียนเต็มไปหมด สามีต่างก็รับลูกของตนจากมือภรรยา เอาสมุดหนังสือส่งให้เมียแล้วก็พากันกลับบ้านเป็นคู่ ๆ ตามถนนในขณะนั้นเอะอะไปด้วยเสียงคน แล้วค่อยเบาลงสักครู่ก็เงียบ ในที่สุดเงาอันสูงผอมของครูใหญ่ก็ลับหายไปข้างหน้า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น