การวิวาท
๒๖ สิงหาคม
วันนี้เกิดทะเลาะกับอรรถ ทั้งนี้ไม่ใช่เนื่องด้วยริษยาในการที่เขาได้รับรางวัล แต่เป็นความผิดของข้าพเจ้าเอง เรานั่งอยู่โต๊ะเดียวกัน กำลังคัดเรื่องการสนทนาประจำเดือนเรื่อง "เลือดแห่งความกล้าหาญ" แทน "ช่างปูนน้อย" เพราะกำลังป่วย อรรถได้เอาแขนมาถองที่ศอกข้าพเจ้า น้ำหมึกหกไหลลงมาเปรอะกระดาษหมด ข้าพเจ้าโกรธมาก ได้ด่าเขาออกมาคำหนึ่ง แต่เขากลับหัวเราะแล้ว
"เสียใจ ไม่ได้เจตนาเลย"
ที่จริงข้าพเจ้าก็รู้นิสัยเขาดี และทางที่ถูกไม่ควรไปเถียงกับเขา แต่การยิ้มของเขา ทำหให้ข้าพเจ้ากลับโมโหหนักขึ้นคิดในใจว่า "อ้ายนี่พอได้รับรางวัลเข้าก็ชักทนงตัว" เลยถองที่ศอกเขาบ้าง จนสมุดคัดของเขาเปื้อนไปบ้างเหมือนกัน อรรถโกรธจนหน้าแดงแล้วพูดว่า
"นี่เธอเจตนาหรือ?" แล้วเงื้อมือขึ้น แต่บังเอิญครูหันหน้ามาทางเรา เขาจึงหดมือเสีย
"ฉันจะไปคอยอยู่ข้างนอก"
ข้าพเจ้ารู้สึกละอายใจขึ้นมา ความโกรธหายไปกลับรู้สึกตัวว่าเป็นความผิดของตัวเอง อรรถไม่ได้เจตนาทำดังนั้นเลย เขาเป็นคนดีจริง ๆ ในเวลาเดียวกัน ได้คิดไปถึงวันที่ไปเที่ยวบ้านของเขา เห็นการทำงานของเขา และการปฏิบัติต่อแม่ของเขา ตลอดจนวันที่เขามาเที่ยวที่บ้านเรา ทุกคนต่างชอบพอเขา และพ่อก็เห็นเป็นคนดี เหล่านี้ได้ปรากฎขึ้นในความทรงจำของข้าพเจ้าทุกอย่าง รู้สึกเสียใจต่อคำพูดและการกระทำที่ก่อให้เกิดเรื่องจนถึงทะเลาะกับอรรถ แล้วก็คิดไปถึงคำที่คุณพ่อเคยสอนบ่อย ๆ ว่า "ถ้าเจ้ารู้สึกว่าเจ้าเป็นคนผิดก็ต้องขออภัยโทษทันที" แต่ก็ยังรู้สึกว่า การที่จะไปขอโทษเขานั้น เป็นไปไม่ได้ รู้สึกว่ามันเป็นการกระทำที่น่าอับอายอย่างยิ่ง ฉะนั้นถึงจะเป็นอย่างไรก็ตามจะไม่ขอโทษแน่ ๆ เหลียวมองดูอรรถ เห็นรอยขาดตรงไหล่เสื้อของเขา ซึ่งเห็นจะเนื่องจากการขนฟืนนั่นเอง เมื่อได้เห็นดังนั้นแล้ว ก็รู้สึกถึงความน่ารักของเขายิ่งขึ้น นึกอยู่ในใจว่า "ขอโทษเขาเสียถิดหรือ" แต่ก็ไม่สามารถจะพูดออกมาได้อยู่นั่นเอง อรรถชำเลืองมองมาบ่อย ๆ ท่าทางของเขาดูเหมือนไม่ได้โกรธเคืองอะไร และดูเหมือนเขาจะรู้สึกสงสารข้าพเจ้าเสียด้วยซ้ำไป เพื่อแสดงว่าไม่กลัวเขา ข้าพเจ้าจึงไม่หลบสายตาเขา
"ฉันจะไปคอยอยู่ข้างนอก"
อรรถพูดซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าจึงตอบไปว่า
"ดีแล้ว" ในขณะนั้นนึกถึงคำพูดของคุณพ่อได้ว่า "ถ้ามีคนมาทำร้ายเรา ก็จงเพียงแต่ป้องกันเท่านั้น อย่ามุ่งทำร้ายตอบ" จึงคิดว่า "เราจะป้องกันเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการทำร้าย"
แต่กระนั้นก็ดี ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ใจคอไม่สบาย ฟังคำพูดของครูไม่รู้เรื่องเลย ที่สุด พอถึงเวลาเลิกเรียน ข้าพเจ้าก็เดินไปที่ถนน อรรถเดินตามหลังมา ข้าพเจ้าเตรียมไม่บรรทัดไว้ในมือ
"ประเสิรฐ อย่าดีกว่า"
อรรถพูดแล้วยิ้ม เอามือปัดไม่บรรทัดที่ข้าพเจ้าถือให้เบนไป แล้วพูดต่อไปว่า
"เรามาดีกันอย่างเก่าดีกว่า"
ข้าพเจ้ายืนงงอยู่ด้วยความตันใจ ทันใดนั้นรู้สึกเหมือนเขาเอามือมาพาดลงบนไหล่ กอดคอข้าพเจ้าเหนี่ยวเข้ามาหาตัวเขา แล้วว่า "ทะเลาะกันเท่านั้นพอแล้ว จริงไหม"
"จริง เสียใจ" ข้าพเจ้าตอบ แล้วเราทั้งก็ลาแยกกันกลับบ้าน
พอมาถึงที่บ้าน ก็เล่าเรื่องนี้ให้คุณพ่อฟังแล้วเข้าใจว่า เมื่อคุณพ่อฟังแล้วคงจะพอใจมาก แต่ตรงข้าพพ่อกลับหน้า แล้วดุว่า
"เจ้าควรจะต้องขอโทษเขาก่อน ที่เกิดเรื่องขึ้นนี้ไม่ใช่เพราะเจ้าเป็นผิดหรือ เจ้าจะเอาไม้บรรทัดตีเพื่อที่ดีกว่าเจ้า เป็นการสมควรหรือ"
เมื่อพูดแล้ว ก็กระชาดไม่บรรทัดจากมือข้าพเจ้าหักออกเป็นสองท่อนแล้วขว้างทิ้ง
(อ่านต่อบทที่ ๖๑ "พี่สาว")
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น