นักโทษเลขที่ ๗๘
๘ ตุลาคม
เมื่อบ่ายวานนี้ มีเรื่องน่าสะเทือนใจเรื่องหนึ่งใน ๔-๕ วันมานี้ หญิงขายผักคนนั้น พอเห็นประดิษฐ์เข้าทีไร ก็มองด้วยสายตาอันแสดงความเคารพและรักใคร่ ทั้งนี้เพราะตั้งแต่ประดิษฐ์รู้เรื่องนักโทษเลขที่ ๗๘ และเรื่องขวดหมึกแล้ว ได้แสดงความรักใคร่ซุ่นหลีลูกของหญิงขายผัก เด็กผมแดงซึ่งมือเสียไปข้างหนึ่งนั้นยิ่งขึ้น ในเวลาที่อยู่ในโรงเรียน ก็คอยช่วยเหลือช่วยสอนสิ่งที่เขาไม่รู้ หรือเอาดินสอและกระดาษให้เขา ด้วยความสงสารในกรรมของพ่อของเขาซึ่งความจริงซุ่นหลีไม่รู้เลย ประดิษฐ์รักใคร่ซุ่นหลีเหมือนกับน้องของเขาเอง
แม่ของซุ่นหลีซึ่งเป็นแม่ค้าขายผักนั้น ใน๔-๕ วันนี้พอเห็นประดิษฐ์เข้าทีไร ก็มักจ้องมองดูเขา แกเป็นหญิงที่ดีคนหนึ่ง แกมีชีวิตอยู่เพื่อลูกของแกจริง ๆ ส่วนประดิษฐ์เป็นลูกผู้ดี และยังเป็นหัวหน้าชั้นด้วย เมื่อมารักใคร่ลูกของแก และช่วยเหลืออารักขาลูกของแก ดังนั้น แกจึงนับถือประดิษฐ์เสมือนหนึ่งประดิษฐ์เป็นเจ้าหรือผู้ศักดิ์ศิทธิ์คนหนึ่ง ทุก ๆ ครั้งแกจ้องมองดูประดิษฐ์ มีท่าทางคล้ายกับอยากจะพูดอะไรกับเขา แต่ก็ไม่กล้าออกปาก มาเมื่อเช้าวานนี้แกได้พยายามรวบรวมความกล้า เรียกประดิษฐ์ให้หยุดที่หน้าโรงเรียนแล้วพูดว่า
"คุณหนู ขอโทษเถิด คุณผู้ซึ่งรักใคร่และกรุณาบัตรของดิฉัน ขอได้โปรดรับของเล็กน้อยนี้ไว้เป็นที่ระลึกจากแม่ผู้ยากจนของเขาด้วยเถิด" พูดแล้วก็ล้วงหีบกระดาษเล็ก ๆ หีบหนึ่งออกมาจากตะกร้าผักของแก
ประดิษฐ์หน้าแดงไปหมด กล้าวขอบคุณแกแต่ก็ไม่ยอมรับของและพูดว่า
"ขอให้เอาไว้ให้ลูกของป้าเถิด ผมรับไม่ได้หรอก"
หญิงนั้นได้กล่าวในทำนองแก้ตัวอีกว่า
"ไม่ใช่เป็นของมากมายอะไรนัก เพียงแต่เป็นขนมหวานเล็กน้อยเท่านั้น"
ประดิษฐ์ยังคงยืนคำอยู่ว่า "ไม่รับ"
หญิงคนนั้น ก็หยิบเอาหัวผักกาดออกมาจากตะกร้า อีกมัดหนึ่ง แล้วว่า
"เมื่อเช่นนั้น ก็ขอได้รับนี่ไปเถิด ยังสดอยู่ฝากเอาไปให้คุณแม่ของคุณด้วย"
ประดิษฐ์ยิ้ม ตอบว่า
"ขอบพระคุณ ผมไม่ต้องการอะไรเลย ผมยินดีช่วยเหลือซุ่นหลีเสมอ แต่อย่าให้รับการตอบแทนใด ๆ เลย"
หญิงนั้นกล่าวด้วยความกระวนกระวายใจว่า
"คุณไม่พอใจดิฉันกระมัง?"
"เปล่าเลย เปล่าเลย"
ประดิษฐ์กล่าวแล้วยิ้ม แล้วก็เดินไป
หญิงนั้นดีใจจนพูดไม่ถูก พูดว่า
"ดีอะไรเช่นนี้ เรายังไม่เคยเห็นเด็กดีเช่นนี้เลย"
เรื่องนี้ดูเหมือนจะสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ เพราะแม่ของซุ่นหลีไม่มาในตอนบ่ายวันนั้น แต่ผิดคาดพ่อผู้มีใบหน้ากระดูก และเศร้าโศกของซุ่นหลีได้มาที่โรงเรียนแทนแม่ เขาเรียกประดิษฐ์ และจ้องดูประดิษฐ์ด้วยสายตาคล้ายกับจะรู้ว่าประดิษฐ์รู้ความลับของเขา แล้วพูดกับประดิษฐ์ด้วยเสียงอันอ่อนโยนว่า
"คุณรักบุตรของผมมาก ทำไมคุณถึงได้รักบุตรของผม?"
ประดิษฐ์หน้าแดงไปหมด เขาคิดจะพูดออกมาว่าดังนี้
"การที่ผมรักเขา ก้เพราะเขาเป็นผู้ที่เคราะห์ร้ายและพ่อของเขายิ่งเคราะห์ร้ายมากกว่าผิด เป็นผู้ซื่อสัตย์ในการใช้โทษของตน เป็นคนที่มีน้ำใจอันแท้จริงนั่นเอง"
แต่เขาไม่กล้าหาญพอที่จะพูดเช่นนั้น เห็นจะเนื่องจากการที่มาอยู่ต่อหน้าคนที่เคยฆ่าคน และเคยอยู่ในตะรางมาตั้ง ๖ ปีแล้ว จึงทำให้ในใจนึกหวั่นกลัวนั่นเอง พ่อของซุ่นหลีก็ดูเหมือนเข้าใจในข้อนี้ จึงพูดกับประดิษฐ์ด้วยเสียงสั่นและเบา ๆ ว่า
"คุณเห็นจะชอบลูก แต่ไม่ชอบผู้ที่เป็นพ่อกระมัง?"
"เปล่า ไม่จริง ไม่จริง ไม่ใช่เช่นนั้นเลย" ประดิษฐ์พูดขึ้นอย่างกระหืดกระหอบ
แล้วพ่อของซุ่นหลีก็เดินเข้าไปปใกล้ ทำท่าคล้ายจะเอาแทขนโอบคอประดิฐ์ แต่ที่สุดก็ไม่กล้าทำดังนี้ เพียงแต่บีบหัวไหล่เบา ๆ เท่านั้น มองดูประดิษฐ์น้ำตาคลอยกมือของตนเองขึ้นมาจูบ เป็นทำนองจะกล่าวว่า เป็นการจูบตัวเขา แล้วก็จูงข้อมือลูกเดินไปโดยเร็ว
(อ่านต่อบทที่ ๕๗ "เด็กตาย")
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น