วันอังคารที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2565

บทที่ ๕๖ นักโทษเลขที่ ๗๘


นักโทษเลขที่ ๗๘

๘ ตุลาคม


เมื่อบ่ายวานนี้ มีเรื่องน่าสะเทือนใจเรื่องหนึ่งใน ๔-๕ วันมานี้  หญิงขายผักคนนั้น  พอเห็นประดิษฐ์เข้าทีไร  ก็มองด้วยสายตาอันแสดงความเคารพและรักใคร่  ทั้งนี้เพราะตั้งแต่ประดิษฐ์รู้เรื่องนักโทษเลขที่ ๗๘  และเรื่องขวดหมึกแล้ว  ได้แสดงความรักใคร่ซุ่นหลีลูกของหญิงขายผัก  เด็กผมแดงซึ่งมือเสียไปข้างหนึ่งนั้นยิ่งขึ้น  ในเวลาที่อยู่ในโรงเรียน  ก็คอยช่วยเหลือช่วยสอนสิ่งที่เขาไม่รู้  หรือเอาดินสอและกระดาษให้เขา ด้วยความสงสารในกรรมของพ่อของเขาซึ่งความจริงซุ่นหลีไม่รู้เลย  ประดิษฐ์รักใคร่ซุ่นหลีเหมือนกับน้องของเขาเอง

    แม่ของซุ่นหลีซึ่งเป็นแม่ค้าขายผักนั้น  ใน๔-๕ วันนี้พอเห็นประดิษฐ์เข้าทีไร  ก็มักจ้องมองดูเขา  แกเป็นหญิงที่ดีคนหนึ่ง  แกมีชีวิตอยู่เพื่อลูกของแกจริง ๆ ส่วนประดิษฐ์เป็นลูกผู้ดี  และยังเป็นหัวหน้าชั้นด้วย  เมื่อมารักใคร่ลูกของแก  และช่วยเหลืออารักขาลูกของแก  ดังนั้น  แกจึงนับถือประดิษฐ์เสมือนหนึ่งประดิษฐ์เป็นเจ้าหรือผู้ศักดิ์ศิทธิ์คนหนึ่ง  ทุก ๆ ครั้งแกจ้องมองดูประดิษฐ์ มีท่าทางคล้ายกับอยากจะพูดอะไรกับเขา  แต่ก็ไม่กล้าออกปาก  มาเมื่อเช้าวานนี้แกได้พยายามรวบรวมความกล้า  เรียกประดิษฐ์ให้หยุดที่หน้าโรงเรียนแล้วพูดว่า

    "คุณหนู  ขอโทษเถิด  คุณผู้ซึ่งรักใคร่และกรุณาบัตรของดิฉัน  ขอได้โปรดรับของเล็กน้อยนี้ไว้เป็นที่ระลึกจากแม่ผู้ยากจนของเขาด้วยเถิด"  พูดแล้วก็ล้วงหีบกระดาษเล็ก ๆ หีบหนึ่งออกมาจากตะกร้าผักของแก

    ประดิษฐ์หน้าแดงไปหมด  กล้าวขอบคุณแกแต่ก็ไม่ยอมรับของและพูดว่า

    "ขอให้เอาไว้ให้ลูกของป้าเถิด  ผมรับไม่ได้หรอก"

    หญิงนั้นได้กล่าวในทำนองแก้ตัวอีกว่า

    "ไม่ใช่เป็นของมากมายอะไรนัก  เพียงแต่เป็นขนมหวานเล็กน้อยเท่านั้น"

    ประดิษฐ์ยังคงยืนคำอยู่ว่า "ไม่รับ"

    หญิงคนนั้น ก็หยิบเอาหัวผักกาดออกมาจากตะกร้า อีกมัดหนึ่ง แล้วว่า

    "เมื่อเช่นนั้น ก็ขอได้รับนี่ไปเถิด  ยังสดอยู่ฝากเอาไปให้คุณแม่ของคุณด้วย"

    ประดิษฐ์ยิ้ม ตอบว่า

    "ขอบพระคุณ  ผมไม่ต้องการอะไรเลย  ผมยินดีช่วยเหลือซุ่นหลีเสมอ  แต่อย่าให้รับการตอบแทนใด ๆ เลย"

    หญิงนั้นกล่าวด้วยความกระวนกระวายใจว่า

    "คุณไม่พอใจดิฉันกระมัง?"

    "เปล่าเลย เปล่าเลย"

    ประดิษฐ์กล่าวแล้วยิ้ม  แล้วก็เดินไป

    หญิงนั้นดีใจจนพูดไม่ถูก พูดว่า

    "ดีอะไรเช่นนี้  เรายังไม่เคยเห็นเด็กดีเช่นนี้เลย"

    เรื่องนี้ดูเหมือนจะสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้  เพราะแม่ของซุ่นหลีไม่มาในตอนบ่ายวันนั้น  แต่ผิดคาดพ่อผู้มีใบหน้ากระดูก และเศร้าโศกของซุ่นหลีได้มาที่โรงเรียนแทนแม่  เขาเรียกประดิษฐ์  และจ้องดูประดิษฐ์ด้วยสายตาคล้ายกับจะรู้ว่าประดิษฐ์รู้ความลับของเขา  แล้วพูดกับประดิษฐ์ด้วยเสียงอันอ่อนโยนว่า

    "คุณรักบุตรของผมมาก  ทำไมคุณถึงได้รักบุตรของผม?"

    ประดิษฐ์หน้าแดงไปหมด  เขาคิดจะพูดออกมาว่าดังนี้

    "การที่ผมรักเขา ก้เพราะเขาเป็นผู้ที่เคราะห์ร้ายและพ่อของเขายิ่งเคราะห์ร้ายมากกว่าผิด  เป็นผู้ซื่อสัตย์ในการใช้โทษของตน  เป็นคนที่มีน้ำใจอันแท้จริงนั่นเอง"

    แต่เขาไม่กล้าหาญพอที่จะพูดเช่นนั้น  เห็นจะเนื่องจากการที่มาอยู่ต่อหน้าคนที่เคยฆ่าคน  และเคยอยู่ในตะรางมาตั้ง ๖ ปีแล้ว  จึงทำให้ในใจนึกหวั่นกลัวนั่นเอง  พ่อของซุ่นหลีก็ดูเหมือนเข้าใจในข้อนี้  จึงพูดกับประดิษฐ์ด้วยเสียงสั่นและเบา ๆ ว่า

    "คุณเห็นจะชอบลูก แต่ไม่ชอบผู้ที่เป็นพ่อกระมัง?"

    "เปล่า  ไม่จริง  ไม่จริง  ไม่ใช่เช่นนั้นเลย"  ประดิษฐ์พูดขึ้นอย่างกระหืดกระหอบ

    แล้วพ่อของซุ่นหลีก็เดินเข้าไปปใกล้  ทำท่าคล้ายจะเอาแทขนโอบคอประดิฐ์  แต่ที่สุดก็ไม่กล้าทำดังนี้  เพียงแต่บีบหัวไหล่เบา ๆ เท่านั้น  มองดูประดิษฐ์น้ำตาคลอยกมือของตนเองขึ้นมาจูบ  เป็นทำนองจะกล่าวว่า  เป็นการจูบตัวเขา  แล้วก็จูงข้อมือลูกเดินไปโดยเร็ว

(อ่านต่อบทที่ ๕๗ "เด็กตาย")

 

ไม่มีความคิดเห็น: