วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2565

บทที่ ๗๒ เสียสละ




เสียสละ

๖ ธันวาคม


คุณแม่เป็นคนดีจริง ๆ และพี่สาวข้าพเจ้าก็เหมือนกัน  คุณมีหัวใจอันประเสริฐ  เมื่อคืนนี้ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังคัดการสนทนาประจำเดือนเรื่อง  "การเดินทางไปหาแม่"  ซึ่งเป็นเรื่องยาวมาก  จนครูต้องแบ่งให้เราคัดกันคนละตอน ๆ  พี่สมถวิลก็เข้ามาเงียบ ๆ แล้วพูดเสียงเบา ๆ โดยเร็วดังนี้ว่า

    "ไปที่ห้องคุณแม่เร็ว คุณแม่และคุณพ่อพูดถึงเรื่องอะไรอยู่  ดูหมือนจะเป็นเรื่องไม่สู้ดี  คุณแม่นั่งปลอบโยนคุณพ่อว่าในบ้านกำลังจน  คือไม่มีเงินแล้ว  คุณพ่อว่าจะต้องมีการเสียสละบ้างจีงจะฟื้นตัวได้  พวกเราทุกคนจะเสียสละกันอย่างไรบ้าง จำต้องเสียสละบ้างจึงจะได้  เราไปพูดกับคุณแม่กันเถิด น้องคงเห็นพ้องกับพี่และจะต้องพูดตามที่พี่พูด  คือรับรองต่อคุณแม่ว่า ไม่ว่าจะให้ทำอะไรยอมทำทั้งนั้น"

    พี่สาวพูดแล้วก็จูงมือข้าพเจ้าไปหาคุณแม่  คุณแม่กำลังนั่งเย็บผ้าอยู่  ด้วยอาการเคร่งขรึมคล้ายกับกำลังใช้ความคิด  ข้าพเจ้านั่งข้างหนึ่งของม้ายาว พี่สมถวิลพูดว่า

    "คุณแม่คะ  ดิฉันมีธุระจะพูดกับคุณแม่  ลูกทั้งสองอยากจะพูดกับคุณแม่สักหน่อยค่ะ"

    คุณแม่มองดูเราทั้งสองด้วยความฉงน  พี่สมสถวิลพูดต่อไปอีกว่า

    "คุณพ่อพูดว่าเราไม่มีเงินแล้วใช่ไหมคะ?"

    "อะไร?"  คุณแม่พูด  หน้าแดงไปหมด  "เรื่องไม่มีเงินนั้น  พวกเจ้าก็รู้ด้วยหรือ?  ใครเป็นคนบอกกับพวกเจ้า"

    พี่สมถวิลพูดอย่างกล้าหาญว่า

    "ดิฉันรู้เองค่ะ  คุณแม่  ฉะนั้น ลูกทั้งสองจึงรู้สึกว่าลูกจะต้องเสียสละกันบ้าง  ตาที่คุณแอม่ว่าในเดือนธันวาคมจะซื้อพัดให้ดิฉัน  และจะซื้อสีให้น้องประเสริฐนั้น  บัดนี้ลูกทั้งสองนั้นไม่ต้องการแล้ว  และแม้สตางค์อันเดียวลูกก็ไม่ต้องการให้เสียไป  ไม่ต้องซื้อให้ลูกก็ได้ค่ะคุณแม่"

    คุณแม่กำลังจะพูดอะไรต่อไป  พี่สมถวิลก็พูดเสียก่อนว่า  "จริง ๆ ค่ะ  คุณแม่อย่าปฏิเสธลูกเลย  ลูกทั้งสองได้ตกลงกันแล้ว  ในเวลาที่คุณพ่อไม่มีเงินนั้นผงไม้หรืออะไรลูกก็ไม่ต้องการทั้งนั้น  เพียงแต่มีน้ำแกงถ้วยหนึ่งก็พอ  เมื่อได้ทำดังนี้แล้ว  ค่าอาหารก็คงจะได้ลดลงได้มาก  ความจริงคุณแม่ดีต่อลูกมากเกินไป  เราได้ตกลงกันแล้วค่ะคุณแม่ ใช่ไหม   น้องประเสริฐ?"

    ข้าพเจ้ารับว่า "ใช่"  พี่สมถวิลได้เอามือปิดปากคุณแม่ไว้  แล้วกล่าวต่ออีกว่า

    "ยังมีอีก  ไม่ว่าจะเป็นเครื่องนุ่งห่มหรืออะไรก็ตาม  ถ้าพอจะเสียสละได้  ลูกก็จะเสียสละด้วยความเต็มใจ  หรือคุณแม่จะเอาอะไรไปขายบ้างก็ได้  ทำงานช่วยเหลือคุณแม่ก็ได้  ลูกยินดีทำงานทั้งวัน  ไม่ว่ากิจการใด ๆ ลูกทำได้ทั้งนั้น  สำหรับลูกยินดีทำทุกอย่างค่ะ  คุณแม่"

    พี่สมถวิลพูดแล้วก็กราบลงบนตักคุณแม่

    "ถ้ามีวิธีใดช่วยทำให้คุณแม่และคุณพ่อมีหน้าตาสดชื่นรื่นเริงเช่นแต่ก่อนได้แล้ว  ไม่ว่างานหรือวิธีนั้นจะลำบากปานใดลูกก็ยอมทำทั้งสิ้น"

    ในขณะนั้น  ข้าพเจ้าเห็นคุณแม่ยิ้มอย่างชื่นใจ  ซึ่งข้าพเจ้าไม่เคยเห็นมาแต่ก่อน  คุณแม่จูบเราทั้งสองด้วยความปลื้มปิติ  ในเวลานั้นคุณแม่ไม่พูดอะไร  บนใบหน้าอันยิ้มแย้มนั้นมีคราบน้ำตาปรากฎอยู่  ต่อมาคุณแม่ก็ได้อธิบายให้พี่สมถวิลทราบว่าในบ้านไม่ใช่ไม่มีเงิน  และสั่งไม่ให้พี่เข้าใจผิด  และยังได้ชมเชยในควาเจตนาดีของเราด้วย  ในคืนนั้น  เราทั้งสองสบายใจมาก  เช้าวันนี้เวลาเราเข้าไปกินข้าวเรารู้สึกดีใจอย่างยิ่ง  และก็รู้สึกเศร้าใจอย่างยิ่งเหมือนกัน  ใต้ผ้าเช็ดมือของข้าพเจ้ามีกล่องสีวางอยู่  และใต้ผ้าเช็ดมือของพี่สาวก็มีพัดวางอยู่

(อ่านต่อบทที่ ๗๓ "วันฉลองรัฐธรรมนูญ")

 

ไม่มีความคิดเห็น: