วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2565

บทที่ ๗๓ วันฉลองรัฐธรรมนูญ


วันฉลองรัฐธรรมนูญ

๑๐ ธันวาคม


วันนี้ในขณะที่ขบวนแห่กำลังเคลื่อนไปตามถนนได้เกิดเรื่องน่าสลดใจขึ้นเรื่องหนึ่ง  เคราะห์ดีที่สุดที่ไม่ร้ายแรงนัก  แต่ก็เกือบจะนับว่าเป็นโชคร้าย  คือที่ตรงสี่แยกมีคนแต่งตัวด้วยดอกไม้แดง ขาว เหลือง  เป็นจำนวนนับไม่ถ้วน  ขบวนต่าง ๆ ผ่านไปมา  มีรถที่แต่งเวลทีเล็ก ๆ เป็นเวทีละคร  และเป็นเรือ และขบวนเหล่านั้นบรรทุกคนที่แต่งตัวลักษณะต่าง ๆ เช่นตลก  ทหารคนครัว  กลาสี  และหญิงบ้านนอกเหล่านี้เป็นต้น  ปะปนสับสนกันจนดูแทบไม่ทัน  เสียงแตรเสียงกลองดังจนเกือบจะทำให้หูหนวก

    คนที่แต่งเป็นตัวตลกอยู่ในรถ  บ้างก็ดื่มสุรา แล้วกระโดดโลดเต้น  บ้างส่งเสียงคุยกับคนที่ข้างถนน หรือที่โผล่หน้าต่างออกมาดู  และพวกคนดูก็ส่งเสียงดังตอบมา  บ้างขว้างผลส้มให้เขา  เบื้องบนรถและเหนือศีรษะคนดูจะแลเห็นธงปลิวสบัดอยู่สลอน  หมวกที่รับกับแสงแดด  แพรวพราว  ขนนกปักหมวกปลิวไหว และหมวกกระดาษส่ายไปมา  แตรเล็ก  กลองใหญ่ดังสนั่นอยู่ทั่วไป  ในเวลาที่รถเราแล่นเข้าไปถึงที่สี่แยกนั้น  พอดีที่ข้างหน้าเรามีรถเทียบม้า ๔ ตัวคันหนึ่ง  บนหลังม้าแต่งด้วยเครื่องอานเลี่ยมทอง  และติดดอกไม้กระดาษเป็นระย้า  บนรถมีสุภาพบุรุษ ๑๔-๑๕ คน แต่งเป็นพวกขุนนางโบราณ  สวมเสื้อไหมปักอย่างสวยงาม สวมหมวกที่มีขนยาว  ที่เอวมีดาบห้อยอยู่  ที่หน้าอกมีลูกไม้และเครื่องประดับสวยงามน่าดูยิ่งนัก  พวกเขาพร้อมกันร้องเพลงเฉลิมรัฐธรรมนูญ  เอาผลไม้โยนมาทางคนดู  ฝูงคนต่างพากันปรบมือและโห่ร้องด้วยเสียงอันดัง

    ในขณะนั้นมีชายคนหนึ่งได้เบียดออกมาทางข้างซ้ายเรา  อุ้มเด็กหญิงอายุ ๕-๖ ขวบคนหนึ่ง  ชูขึ้นสูง ๆ น่าสงสาร  เด็กหญิงนั้นได้ร้องไห้มามากมายแล้ว  ตัวงดและมือสั่นอยู่  ชายนั้นเบียดแทรกไปทางรถม้าของพวกสุภาพบุรุษ  และร้องบอกกับคนในรถซึ่งโผล่หน้ามาดูว่า

    "รับเด็กนี้ไปที  เขาเป็นเด็กหลงทาง  ท่านช่วยอุ้มเขาชูขึ้นสูง ๆ หน่อย  แม่ของเขาคงอยู่ใกล้ ๆ นี้เอง  เขาจะได้เห็นลูกของเขา  นอกจากนี้ก็ไม่มีวิธีอะไรดีกว่า"

    สุภาพบุรุษนั้นได้รับเด็กขึ้นไปบนรถ  สุภาพบุรุษอื่น ๆ หยุดร้องเพลง เด็กนั้นคงร้องไห้อย่างจริงจัง  พวกเขาต้องพากันถอดหน้ากากถอดหมวกออก แล้วรถม้าค่อย ๆ เคลื่อนไป

    ภายหลังพวกเราจึงได้รู้ว่า  ที่ตรงสี่แยกนั้นได้มีหญิงยากจนคนหนึ่งเบียดไปเบียดมา แทรกอยู่ในหมู่คนเหมือนกับคนบ้า  ร้องไห้รำพันว่า

    "สมพร  สมพร  ลูกฉันหายไปไหนแล้ว  ลูกฉันถูกล่อลวงไปแล้ว  ลูกฉันถูกเหยีบตายแล้ว"

    แกร้องพลางมองหาลูกพลาง  และถูกเบียดอยู่ในหมู่คนวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวายใจ

    สุภาพบุรุษบนรถ  อุ้มเด็กนั้นไว้กับหน้าอก  แล้วมองดูตามที่ต่าง ๆ ทั่วไป  แล้วก็เล่นกับเด็กนั้น  เด็กไม่รู้ว่าตนอยู่ที่ไหน  ได้แต่เอามือปิดหน้า ร้องไห้จนน่ากลัว  น่าอกอันเล็กจะแตก  เสียงร้องไห้นี้  ดูเหมือนทำให้ใจของพวกสุภาพบุรุษไม่สบายไปหมด  สุภาพบุรุษอื่น ๆ ต่างก็เอาผลไม้ให้เด็ก  แต่เด็กก็ปัดทิ้งเสีย  และยิ่งร้องไห้ดังขึ้น

    สุภาพบุรุษได้หันไปทางคนดูแล้วร้องขึ้นว่า

    "โปรดช่วยตามแม่ของเด็กคนนี้ให้ด้วย"

    ทุกคนได้พากันเหลียวมองหาด้วยความเอาใจใส่ แต่ก็ไม่เห็นคนที่จะมีลักษณะคล้ายกับแม่ของเด็ก  จนขบวนแห่ผ่านไปอีกถนนหนึ่ง  จึงเห็นหญิงคนหนึ่งวิ่งตามรถมา  สภาพที่ปรากฎในเวลานั้น  เป็นภาพที่เราจะลืมเสียไม่ได้เลย  เครื่องนุ่งห่มขาดวิ่น  ร้องจนเสียงหลงซึ่งเกือบจะไม่รู้ว่าเป็นเสียงที่ร่าเริงหรือเสียงที่กลัดกลุ้ม  วิ่งตางไปยังรถยื่นมือตรงไปจะอุ้มเด็กคนนั้น  แล้วรถม้าก็หยุดลง

    "อยู่ที่นี่เอง"  สุภาพบุรุษผู้นั้นร้อง และจูบเด็กนั้นครั้งหนึ่ง  แล้วก็ส่งไปให้แม่ของเขา  แม่เขารีบอุ้มมากอดไว้กับหน้าอกเหมือนกับคนบ้า  แต่มือของเด็กอีกมือหนึ่งยังอยู่ในมือของสุภาพบุรุษนั้น  สุภาพบุรุษผู้นั้นได้ถอดเอาแหวนเพชรออกจากนิ้วมือ  สวมลงไปในนิ้วของเด็กและพูดว่า

    "ขอให้เอาแหวนนี้ให้หนู  สำหรับไว้เป็นของขวัญในเวลาที่จะแต่งงาน"

    ผู้เป็นแม่เลยงงไปหมด  ยืนนิ่งอยู่เหมือนกับก้อนหิน  เสียงโห่ร้องของประชาชนดังสนั่นขึ้นทุก ๆ ด้าน  แล้วพวกสุภาพบุรุษก็พร้อมกันร้องเพลงขึ้นอีก  และรถม้าก็ค่อยๆ เคลื่อนห่างไปจากเสียงไขโยโห่ร้องนั้น

(อ่านต่อบทที่ ๗๔ "อัคคีภัย") 

ไม่มีความคิดเห็น: