วันฉลองรัฐธรรมนูญ
๑๐ ธันวาคม
วันนี้ในขณะที่ขบวนแห่กำลังเคลื่อนไปตามถนนได้เกิดเรื่องน่าสลดใจขึ้นเรื่องหนึ่ง เคราะห์ดีที่สุดที่ไม่ร้ายแรงนัก แต่ก็เกือบจะนับว่าเป็นโชคร้าย คือที่ตรงสี่แยกมีคนแต่งตัวด้วยดอกไม้แดง ขาว เหลือง เป็นจำนวนนับไม่ถ้วน ขบวนต่าง ๆ ผ่านไปมา มีรถที่แต่งเวลทีเล็ก ๆ เป็นเวทีละคร และเป็นเรือ และขบวนเหล่านั้นบรรทุกคนที่แต่งตัวลักษณะต่าง ๆ เช่นตลก ทหารคนครัว กลาสี และหญิงบ้านนอกเหล่านี้เป็นต้น ปะปนสับสนกันจนดูแทบไม่ทัน เสียงแตรเสียงกลองดังจนเกือบจะทำให้หูหนวก
คนที่แต่งเป็นตัวตลกอยู่ในรถ บ้างก็ดื่มสุรา แล้วกระโดดโลดเต้น บ้างส่งเสียงคุยกับคนที่ข้างถนน หรือที่โผล่หน้าต่างออกมาดู และพวกคนดูก็ส่งเสียงดังตอบมา บ้างขว้างผลส้มให้เขา เบื้องบนรถและเหนือศีรษะคนดูจะแลเห็นธงปลิวสบัดอยู่สลอน หมวกที่รับกับแสงแดด แพรวพราว ขนนกปักหมวกปลิวไหว และหมวกกระดาษส่ายไปมา แตรเล็ก กลองใหญ่ดังสนั่นอยู่ทั่วไป ในเวลาที่รถเราแล่นเข้าไปถึงที่สี่แยกนั้น พอดีที่ข้างหน้าเรามีรถเทียบม้า ๔ ตัวคันหนึ่ง บนหลังม้าแต่งด้วยเครื่องอานเลี่ยมทอง และติดดอกไม้กระดาษเป็นระย้า บนรถมีสุภาพบุรุษ ๑๔-๑๕ คน แต่งเป็นพวกขุนนางโบราณ สวมเสื้อไหมปักอย่างสวยงาม สวมหมวกที่มีขนยาว ที่เอวมีดาบห้อยอยู่ ที่หน้าอกมีลูกไม้และเครื่องประดับสวยงามน่าดูยิ่งนัก พวกเขาพร้อมกันร้องเพลงเฉลิมรัฐธรรมนูญ เอาผลไม้โยนมาทางคนดู ฝูงคนต่างพากันปรบมือและโห่ร้องด้วยเสียงอันดัง
ในขณะนั้นมีชายคนหนึ่งได้เบียดออกมาทางข้างซ้ายเรา อุ้มเด็กหญิงอายุ ๕-๖ ขวบคนหนึ่ง ชูขึ้นสูง ๆ น่าสงสาร เด็กหญิงนั้นได้ร้องไห้มามากมายแล้ว ตัวงดและมือสั่นอยู่ ชายนั้นเบียดแทรกไปทางรถม้าของพวกสุภาพบุรุษ และร้องบอกกับคนในรถซึ่งโผล่หน้ามาดูว่า
"รับเด็กนี้ไปที เขาเป็นเด็กหลงทาง ท่านช่วยอุ้มเขาชูขึ้นสูง ๆ หน่อย แม่ของเขาคงอยู่ใกล้ ๆ นี้เอง เขาจะได้เห็นลูกของเขา นอกจากนี้ก็ไม่มีวิธีอะไรดีกว่า"
สุภาพบุรุษนั้นได้รับเด็กขึ้นไปบนรถ สุภาพบุรุษอื่น ๆ หยุดร้องเพลง เด็กนั้นคงร้องไห้อย่างจริงจัง พวกเขาต้องพากันถอดหน้ากากถอดหมวกออก แล้วรถม้าค่อย ๆ เคลื่อนไป
ภายหลังพวกเราจึงได้รู้ว่า ที่ตรงสี่แยกนั้นได้มีหญิงยากจนคนหนึ่งเบียดไปเบียดมา แทรกอยู่ในหมู่คนเหมือนกับคนบ้า ร้องไห้รำพันว่า
"สมพร สมพร ลูกฉันหายไปไหนแล้ว ลูกฉันถูกล่อลวงไปแล้ว ลูกฉันถูกเหยีบตายแล้ว"
แกร้องพลางมองหาลูกพลาง และถูกเบียดอยู่ในหมู่คนวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวายใจ
สุภาพบุรุษบนรถ อุ้มเด็กนั้นไว้กับหน้าอก แล้วมองดูตามที่ต่าง ๆ ทั่วไป แล้วก็เล่นกับเด็กนั้น เด็กไม่รู้ว่าตนอยู่ที่ไหน ได้แต่เอามือปิดหน้า ร้องไห้จนน่ากลัว น่าอกอันเล็กจะแตก เสียงร้องไห้นี้ ดูเหมือนทำให้ใจของพวกสุภาพบุรุษไม่สบายไปหมด สุภาพบุรุษอื่น ๆ ต่างก็เอาผลไม้ให้เด็ก แต่เด็กก็ปัดทิ้งเสีย และยิ่งร้องไห้ดังขึ้น
สุภาพบุรุษได้หันไปทางคนดูแล้วร้องขึ้นว่า
"โปรดช่วยตามแม่ของเด็กคนนี้ให้ด้วย"
ทุกคนได้พากันเหลียวมองหาด้วยความเอาใจใส่ แต่ก็ไม่เห็นคนที่จะมีลักษณะคล้ายกับแม่ของเด็ก จนขบวนแห่ผ่านไปอีกถนนหนึ่ง จึงเห็นหญิงคนหนึ่งวิ่งตามรถมา สภาพที่ปรากฎในเวลานั้น เป็นภาพที่เราจะลืมเสียไม่ได้เลย เครื่องนุ่งห่มขาดวิ่น ร้องจนเสียงหลงซึ่งเกือบจะไม่รู้ว่าเป็นเสียงที่ร่าเริงหรือเสียงที่กลัดกลุ้ม วิ่งตางไปยังรถยื่นมือตรงไปจะอุ้มเด็กคนนั้น แล้วรถม้าก็หยุดลง
"อยู่ที่นี่เอง" สุภาพบุรุษผู้นั้นร้อง และจูบเด็กนั้นครั้งหนึ่ง แล้วก็ส่งไปให้แม่ของเขา แม่เขารีบอุ้มมากอดไว้กับหน้าอกเหมือนกับคนบ้า แต่มือของเด็กอีกมือหนึ่งยังอยู่ในมือของสุภาพบุรุษนั้น สุภาพบุรุษผู้นั้นได้ถอดเอาแหวนเพชรออกจากนิ้วมือ สวมลงไปในนิ้วของเด็กและพูดว่า
"ขอให้เอาแหวนนี้ให้หนู สำหรับไว้เป็นของขวัญในเวลาที่จะแต่งงาน"
ผู้เป็นแม่เลยงงไปหมด ยืนนิ่งอยู่เหมือนกับก้อนหิน เสียงโห่ร้องของประชาชนดังสนั่นขึ้นทุก ๆ ด้าน แล้วพวกสุภาพบุรุษก็พร้อมกันร้องเพลงขึ้นอีก และรถม้าก็ค่อยๆ เคลื่อนห่างไปจากเสียงไขโยโห่ร้องนั้น
(อ่านต่อบทที่ ๗๔ "อัคคีภัย")
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น