เด็กพิการ
๒ ธันวาคม
วันนี้ไม่ใคร่สบาย จึงได้ลาหยุดโรงเรียนหนึ่งวัน ตอนสายคุณแม่พาไปยังโรงเลี้ยงเด็กพิการ เพื่อจะพาลูกของคนยามไปฝาก พอไปถึงที่นั่น คุณแม่ก็ให้ข้าพเจ้าคอยอยู่ข้างนอก ไม่ยอมให้เข้าไปด้วย
"ประเสริฐ
ทำไมแม่จึงไม่ยอมให้เจ้าเข้าไปข้างในด้วย เจ้าคงจะยังไม่รู้ การพาเด็กที่แข็งแรงเช่นเจ้าเข้าไปให้เขาเห็นในหมู่เด็กพิการที่เคราะห์ร้ายนั้น ไม่เป็นการดีนัก เพราะไม่ต้องถึงกับต้องพาเด็กที่สมบูรณ์ไปให้เขาเห็น ความเสียใจในโชคร้ายที่เขาได้รับอยู่ก็เสียดแทงความรู้สึกของเขาพออยู่แล้ว ช่างน่าสงสารเสียจริง ๆ ถ้าเจ้าได้เข้าไป เจ้าก็เห็นจะต้องน้ำตาตกเป็นแน่ เด็กชายหญิงในนั้นมีอยู่รวม ๖๐ กว่าคน บางคนโครงกระดูกไม่ตรง บางคนแขนและเท้าโกงคด บางคนผิวหนังแตกระแหง ร่างกายเอี้ยวไม่สะดวก ในจำนวนนั้นที่หน้าตาแฉล้มน่ารักก็หลายคน มีเด็กคนหนึ่งจมูกโด่งส่วนล่างของหน้าแหลมยาว เหมือนกับคนแก่ แต่ก็ยังยิ้ได้อย่างน่ารัก เด็กบางคนเมื่อมองดูข้างหน้าก็รู้สึกน่าดูมาก ไม่เป็นเด็กพิการเลย แต่พอหันหลังกลับมา ก็น่าสงสารเสียจริง ๆ
เมื่อแม่เข้าไปนั้นพอดีแพทย์มาถึง นายแพทย์ได้ให้เขายืนขึ้น บนเก้าอี้ทุกคน แล้วก็ดึงเสื้อขึ้นตรวจดูท้องป่องหรือขาบวมฉุ ๆ ของเขา พวกเขามักต้องถอดเสื้อออกให้คนอื่นดูดังนี้เสมอ ซึ่งครั้งแรกพวกเขาอายกันนักอายกันหนา และแล้วก็เป็นความเคยชินไป แต่เมื่อนึกถึงว่าขณะแรกที่เขารู้สึกว่าร่างกายเขาพิการนั้น เขาจะเสียใจสักเพียงใด อาการได้ค่อย ๆ ร้ายขึ้น ความรักของคนอื่นซึ่งมีต่อเขา ก็ค่อย ๆ เสื่อมไป บางทีต้องถูกทอดทิ้งอยู่ตามมุมห้องตั้งหลายชั่วโมง ได้รับแต่อาหารที่หยาบ ๆ บางที ยังได้รับคำเยาะเย้ยต่าง ๆ และบางคนภายในระยะหลายเดือนต้องถูกพันผ้าไว้โดยไม่เป็นประโยชน์ และได้รับความเจ็บปวดจากการรักษาแผลเหล่านั้นด้วย ต่อเมื่อได้เข้ามาอยู่ในโรงเลี้ยงเด็กพิการได้ได้อาศัยความระมัดระวังในการกิน การออกกำลังกายตามสมควร อาการจึงได้ดีขึ้นเป็นอันมาก ทำให้รู้สึกน่าสงสารอย่างยิ่ง บางคนต้องนั่งเก้าอี้อยู่ตลอดเวลา ยืนตรงไม่ได้ ใช้แขนค้ำหัวไว้ แะอีกมือหนึ่งลูบคลำแต่ไม่เท้า และบางคนกว่าจะยื่นแขนออกไปได้ ก็ต้องใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ จนเหนื่อยหอบ หน้าซีดขาวแล้วล้มลง แม้ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังอุตส่าห์ซ่อนความเจ็บไว้ และทำหน้ายิ้มอยู่เสมอ
โอ้! ประเสริฐ เด็กที่แข็งแรงเหมือนอย่างเช่นเจ้านี้ ยังไม่รู้สึกในคุณค่าแห่งความแข็งแรงของตน เมื่อแม่ได้ไปเห็นเด็กพิการอันน่าสงสารนั้นแล้ว หวนนึกถึงผู้ที่เป็นแม่อุ้มลูกที่แข็งแรงของตน เพื่ออวดอ้างในเกียรติยศของตนแล้ว ก็ให้รู้สึกอนาถใจอย่างยิ่ง แม่อยากจะได้เข้าไปใกล้ตัวเด็กพิการเหล่านั้น ไปกอดอุ้มลูบคลำเขาเหล่านั้นทุก ๆ คน และถ้าแม่ไม่มีพวกเจ้า และภาระทางบ้านอันจะต้องเป็นห่วงแล้ว ก็อยากจะเข้าไปพูดกับเด็กเหล่านั้นว่า
"แม่จะไม่จากที่นี้ไปแล้ว ชีวิตของแม่ แม่จะเสียสละเพื่อพวกเธอทั้งหลาย จะเป็นแม่ของพวกเธอทั้งหลาย"
แต่พวกเด็กเหล่านั้นยังร้องเพลงกันได้ เสียงอันแหลมเล็กและเยือกเย็น ทำให้ผู้ได้ยินได้ฟังรู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเวลาที่ครูชมเชยเขา พวกเขาก็พากันดีใจ ในเวลาที่พวกครูเดินผ่านพวกเขาไป ต่างก็เข้าไปเกาะมือของครู ทุกคนรักครูเหมือนกันหมด ครูเล่าว่าพวกเขาปัญญาดีทุกคน และพยายามในการเรียน ครูผู้นั้นเป็นหญิงที่ยังมีอายุน้อยและอ่อนโยน ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนหวาน และกรุณาอยู่เสมอ เห็นจะเนื่องจากเธอได้คลุกคลีกับเด็กเหล่านั้นทุกวันกระมัง น่าเคารพเหลือเกิน คนที่ทำงานย่อมจะมีเป็นจำนวนมาก แต่คนที่ทำงานในหน้าที่อันน่าชมดังนี้ ไม่มีมากเลย
จากแม่ของเจ้า"
(อ่านต่อบทที่ ๗๒"เสียสละ")
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น