วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2565

บทที่ ๗๑ เด็กพิการ


เด็กพิการ

๒ ธันวาคม


วันนี้ไม่ใคร่สบาย  จึงได้ลาหยุดโรงเรียนหนึ่งวัน  ตอนสายคุณแม่พาไปยังโรงเลี้ยงเด็กพิการ  เพื่อจะพาลูกของคนยามไปฝาก  พอไปถึงที่นั่น  คุณแม่ก็ให้ข้าพเจ้าคอยอยู่ข้างนอก  ไม่ยอมให้เข้าไปด้วย

"ประเสริฐ

    ทำไมแม่จึงไม่ยอมให้เจ้าเข้าไปข้างในด้วย  เจ้าคงจะยังไม่รู้  การพาเด็กที่แข็งแรงเช่นเจ้าเข้าไปให้เขาเห็นในหมู่เด็กพิการที่เคราะห์ร้ายนั้น  ไม่เป็นการดีนัก  เพราะไม่ต้องถึงกับต้องพาเด็กที่สมบูรณ์ไปให้เขาเห็น  ความเสียใจในโชคร้ายที่เขาได้รับอยู่ก็เสียดแทงความรู้สึกของเขาพออยู่แล้ว  ช่างน่าสงสารเสียจริง ๆ ถ้าเจ้าได้เข้าไป  เจ้าก็เห็นจะต้องน้ำตาตกเป็นแน่  เด็กชายหญิงในนั้นมีอยู่รวม ๖๐ กว่าคน  บางคนโครงกระดูกไม่ตรง  บางคนแขนและเท้าโกงคด  บางคนผิวหนังแตกระแหง  ร่างกายเอี้ยวไม่สะดวก  ในจำนวนนั้นที่หน้าตาแฉล้มน่ารักก็หลายคน  มีเด็กคนหนึ่งจมูกโด่งส่วนล่างของหน้าแหลมยาว  เหมือนกับคนแก่  แต่ก็ยังยิ้ได้อย่างน่ารัก  เด็กบางคนเมื่อมองดูข้างหน้าก็รู้สึกน่าดูมาก  ไม่เป็นเด็กพิการเลย  แต่พอหันหลังกลับมา  ก็น่าสงสารเสียจริง ๆ 

    เมื่อแม่เข้าไปนั้นพอดีแพทย์มาถึง  นายแพทย์ได้ให้เขายืนขึ้น  บนเก้าอี้ทุกคน  แล้วก็ดึงเสื้อขึ้นตรวจดูท้องป่องหรือขาบวมฉุ  ๆ ของเขา  พวกเขามักต้องถอดเสื้อออกให้คนอื่นดูดังนี้เสมอ  ซึ่งครั้งแรกพวกเขาอายกันนักอายกันหนา  และแล้วก็เป็นความเคยชินไป  แต่เมื่อนึกถึงว่าขณะแรกที่เขารู้สึกว่าร่างกายเขาพิการนั้น  เขาจะเสียใจสักเพียงใด  อาการได้ค่อย ๆ ร้ายขึ้น  ความรักของคนอื่นซึ่งมีต่อเขา ก็ค่อย ๆ เสื่อมไป  บางทีต้องถูกทอดทิ้งอยู่ตามมุมห้องตั้งหลายชั่วโมง  ได้รับแต่อาหารที่หยาบ ๆ บางที ยังได้รับคำเยาะเย้ยต่าง ๆ และบางคนภายในระยะหลายเดือนต้องถูกพันผ้าไว้โดยไม่เป็นประโยชน์  และได้รับความเจ็บปวดจากการรักษาแผลเหล่านั้นด้วย  ต่อเมื่อได้เข้ามาอยู่ในโรงเลี้ยงเด็กพิการได้ได้อาศัยความระมัดระวังในการกิน  การออกกำลังกายตามสมควร  อาการจึงได้ดีขึ้นเป็นอันมาก  ทำให้รู้สึกน่าสงสารอย่างยิ่ง  บางคนต้องนั่งเก้าอี้อยู่ตลอดเวลา  ยืนตรงไม่ได้  ใช้แขนค้ำหัวไว้  แะอีกมือหนึ่งลูบคลำแต่ไม่เท้า  และบางคนกว่าจะยื่นแขนออกไปได้  ก็ต้องใช้ความพยายามอย่างเต็มที่  จนเหนื่อยหอบ  หน้าซีดขาวแล้วล้มลง  แม้ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังอุตส่าห์ซ่อนความเจ็บไว้  และทำหน้ายิ้มอยู่เสมอ

    โอ้!  ประเสริฐ  เด็กที่แข็งแรงเหมือนอย่างเช่นเจ้านี้  ยังไม่รู้สึกในคุณค่าแห่งความแข็งแรงของตน  เมื่อแม่ได้ไปเห็นเด็กพิการอันน่าสงสารนั้นแล้ว  หวนนึกถึงผู้ที่เป็นแม่อุ้มลูกที่แข็งแรงของตน  เพื่ออวดอ้างในเกียรติยศของตนแล้ว  ก็ให้รู้สึกอนาถใจอย่างยิ่ง  แม่อยากจะได้เข้าไปใกล้ตัวเด็กพิการเหล่านั้น  ไปกอดอุ้มลูบคลำเขาเหล่านั้นทุก ๆ คน  และถ้าแม่ไม่มีพวกเจ้า  และภาระทางบ้านอันจะต้องเป็นห่วงแล้ว  ก็อยากจะเข้าไปพูดกับเด็กเหล่านั้นว่า

    "แม่จะไม่จากที่นี้ไปแล้ว  ชีวิตของแม่  แม่จะเสียสละเพื่อพวกเธอทั้งหลาย  จะเป็นแม่ของพวกเธอทั้งหลาย"

    แต่พวกเด็กเหล่านั้นยังร้องเพลงกันได้  เสียงอันแหลมเล็กและเยือกเย็น  ทำให้ผู้ได้ยินได้ฟังรู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง  เมื่อเวลาที่ครูชมเชยเขา  พวกเขาก็พากันดีใจ  ในเวลาที่พวกครูเดินผ่านพวกเขาไป ต่างก็เข้าไปเกาะมือของครู  ทุกคนรักครูเหมือนกันหมด  ครูเล่าว่าพวกเขาปัญญาดีทุกคน  และพยายามในการเรียน  ครูผู้นั้นเป็นหญิงที่ยังมีอายุน้อยและอ่อนโยน  ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนหวาน  และกรุณาอยู่เสมอ  เห็นจะเนื่องจากเธอได้คลุกคลีกับเด็กเหล่านั้นทุกวันกระมัง  น่าเคารพเหลือเกิน  คนที่ทำงานย่อมจะมีเป็นจำนวนมาก   แต่คนที่ทำงานในหน้าที่อันน่าชมดังนี้ ไม่มีมากเลย

                                                                        จากแม่ของเจ้า"

(อ่านต่อบทที่ ๗๒​"เสียสละ") 

ไม่มีความคิดเห็น: