ความเจ็บป่วย
๒๐ พฤศจิกายน
ภายในระยะสิบวัน นับแต่กลับจากการไปเที่ยวกับคุณพ่ออย่างสนุกวันนั้น แล้วก็ล้มเจ็บลงเกือบจะไม่รอดชีวิต แต่คงจำได้ว่าคุณแม่นั่งร้องไห้อยู่ข้างเตียง และคุณพ่อนั่งเฝ้าหน้าตาขาวซีด ได้ยินเสียงพี่สาวและน้องชายพูดกันซุบซิบ ๆ แพทย์สวมแว่นตานั่งอยู่ที่ข้างเตียง เขาจะพูดอะไรกันบ้างก็ไม่ได้ยิน หวุดหวิดจะต้องจากโลกไปเสียแล้ว ในระหว่างป่วยนั้น มีอยู่ ๓-๔ วันที่ไม่รู้เรื่องอะไร เหมือนกับฝันไป ทุกสิ่งทุกอย่างมืดครื้มไปหมด จำได้ว่าครูหญิงของข้าพเจ้าเมื่ออยู่ชั้นปีที่ ๒ นั้น ก็ได้มานั่งอยู่ที่หน้าเตียง เอาผ้าเช็ดหน้าปิดปากแล้วไอเบา ๆ ครูประจำชั้นได้ก้มหัวลงมาจูบผมข้าพเจ้า หน้าถูกหนวดแทงจนรู้สึกเจ็บ จำได้ว่าได้เห็น ซุ่นหลี ประดิษฐ์ และคำอินลาง ๆ เหมือนหนึ่งอยู่ในหมอก เสนาะได้เอาส้มมาให้ผลหนึ่ง และเนื่องด้วยแม่เขาป่วย จำได้ว่าเขาอยู่ประเดี๋ยวก็กลับไป
จนกระทั่งตื่นจากการนอนฝันอันช้านาน และใจคอเป็นปกติแล้ว จึงได้เห็นคุณพ่อและคุณแม่นั่งยิ้มอยู่ และได้ยินเสียงร้องเพลงของพี่สาวเบา ๆ รู้สึกว่าร่างกายของข้าพเจ้าได้หายดีแล้ว ช่างเป็นฝันร้ายที่ร้ายแรงเสียเหลือเกิน
ต่อนั้นมา ก็ค่อยหายดีขึ้นทุกวัน จนกระทั่ง "ช่างปูนน้อย" มาทำหน้ากระต่ายให้ดู ก็ขำจนหัวเราะขึ้นได้เด็กคนนี้ตั้งแต่หายป่วยมา ดูหน้ายาวขึ้นอีกมาก หน้ากระต่ายก็ยิ่งทำได้เหมือนยิ่ง อรรถกับพนิชก็มาเยี่ยม เวลานั้นพนิชกำลังทำล๊อตเตอรี่มีดพับเล่มหนึ่ง และเขาได้ให้ข้าพเจ้าสองใบ เมื่อวานนี้ขณะที่กำลังนอนหลับอยู่อั๋นได้มาเยี่ยม คุณแม่เล่าว่าเขาได้ดึงมือข้าพเจ้าเข้าไปแนบกับหน้าเขาทีหนึ่งแล้วก็ไป เขาวิ่งมาจากโรงเหล็กที่แขนเสื้อข้าพเจ้าจึงมีรอยดำติดอยู่เมื่อตื่นขึ้นมา ได้เห็นหน้าเขาเข้า รู้สึกสบายใจมาก
ในระหว่างที่กำลังนอนเจ็บอยู่นั้น ใบไม้ได้เขียวขึ้นอีกมาก มองออกไปทางหน้าต่าง เห็นพวกเด็กนักเรียนหอบหนังสือไปโรงเรียนกัน ทำให้อยากไปกับเขาบ้าง เราจะได้ไปโรงเรียนในเร็ว ๆ นี้แล้ว อยากจะไปเห็นเพื่อนนักเรียนทุกคนมองดูที่นั่งของตน สภาพในโรงเรียนและวิวตามถนนหนทาง ฟังข่าวต่าง ๆ ที่ได้เกิดขึ้นในระหว่างที่กำลังป่วยอยู่ อยากจะไปเปิดสมุดบันทึกเหตุการณ์ประจำวันและหนังสือเรียนต่าง ๆ ซึ่งล้วนดูเหมือนได้จากกันมานานแล้วทั้งนั้น
คุณแม่ผอมจนซีดขาวลงกว่าปกติ คุณพ่อก็อิดโรยและอ่อนเพลียมาก เพื่อนที่มาเยี่ยม ต่างวิ่งเข้ามากอดคอข้าพเจ้า โอ้! เมื่อคิดถึงว่าต่อไปข้าพเจ้าจะต้องจากกับพวกเพื่อนเหล่านี้แล้ว ก็ให้รู้สึกโศกเศร้าอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าเห็นจะได้ไปโรงเรียนชั้นสูงกับประดิษฐ์ แต่เพื่อนอื่น ๆ จะเป็นอย่างใดเล่า เมื่อสำเร็จชั้นมัธยมปีที่ ๔ แล้ว ก็จะต้องจากกันไป ต่อนั้นก็คงจะไม่ได้พบกันอีก เมื่อเวลาเจ็บป่วยก็คงไม่ได้เห็นเขามาเยี่ยมที่หน้าเตียงอีก เสนาะ อั๋น อรรถ เหล่านี้ล้วนเป็นเพื่อนสนิทสนมกันมาก แต่ก็ไม่ยั่งยืนทั้งนั้น
(อ่านต่อบทที่ ๖๗ "แม้กรรมกรก็มีเพื่อน")
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น