โรงเลี้ยงเด็ก
๔ พฤศจิกายน
เมื่อวานนี้พอรับประทานอาหารเช้าแล้ว คุณแม่ก็พาข้าพเจ้าไปยังโรงเรียนเด็กตามที่ได้นัดไว้ ทั้งนี้เพราะคุณแม่จะพาน้องสาวของอั๋น ถนัดการช่าง ไปฝากไว้ที่โรงเลี้ยงเด็ก
ข้าพเจ้ายังไม่เคยไปที่โรงเลี้ยงเด็กมาก่อนเลย จึงรู้สึกว่าช่างสนุกสนานเสียเหลือเกิน มีเด็กหญิง ชายรวมทั้งหมด ๒๐๐ กว่าคน ล้วนเป็นเด็กเล็ก ๆ ทั้เงนั้น ถ้าเทียบกับเราหรือแม้แต่กับพวกเด็กนักเรียนชั้นประถมของเราก็จะรู้สึกว่าเป็นผู้ใหญ่ไปเสียแล้ว
ในเวลาที่เราไปถึงนั้น พวกเด็ก ๆ กำลังเดินแถวเรียงสองเข้าไปในห้องอาหาร ซึ่งตั้งโต๊ะยาวไว้สองโต๊ะบนโต๊ะได้เจาะรูไว้เป็นอันมาก บนรูมีจานเล็ก ๆ สีดำบรรจุข้าวและกับ มีช้อนอลูมิเนียมวางอยู่ข้าง ๆ ในเวลาที่เดินเข้ามาในห้องเพื่อรับประทานอาหารนั้น บางคนเดินไม่ถูกทาง บางคนก็นั่งลงเสีย จนครูต้องพาไป บางคนเดินไปถึงที่นั่งแห่งหนึ่ง คิดว่าเป็นที่นั่งของตน ก็นั่งลงแล้วเอาช้อนดตักอาหารใส่ปาก ครูวิ่งตามมาถึงแล้วร้องบอกให้เดินต่อไป แต่พอเดินไปได้อีก ๔-๕ ก้าว ก็ไปหยิบเอาชัอนอีกคันหนึ่งตักอาหารมากินอีก ครูต้องสั่งให้เดินต่อไปอีก กว่าจะเดินไปถึงที่นั่งของตนที่ถูกต้องได้ก็กินอาหารของคนอื่นเข้าไปตั้งครึ่งอิ่มแล้ว ครูได้ใช้ความพยายามต่าง ๆ จัดจนทุกคนเข้าที่นั่งของตนเรียบร้อยแล้วจึงให้เริ่มการรับประทานอาหาร สภาพอันน่าเอ็นดูเช่นนี้ ไม่ค่อยจะได้พบเห็นบ่อยนัก บางคนถือถ้วยตั้งสองใบ บางคนใช้มือหยิบอาหารใส่ปาก บ้างตักถั่วใส่กระเป๋า บ้างเอาชายพกของตัวห่อถั่วไว้มาก ๆ แล้วขยี้ขย่ำเล่น บ้างนั่งดูแมลงวันบินไปมา บ้างเนื่องด้วยเพื่อนของตนไอ พ่นเศษอาหารลงไปบนอาหาร เลยไม่กินก็มี ห้องอาหารนั้นดูไม่ผิดอะไรกับสวนที่เลี้ยงไก่และนก เด็กเล็กเหล่านั้นมีแถบแพรสีคาดหรือผูกผมนั่งเรียงกันเป็นสองแถว น่าดูยิ่งนัก ครูถามเด็ก ๘ คน ซึ่งนั่งก้มหน้าอยู่แถวหนึ่งว่า
"ข้าวมาจากไหน?"
เด็กทั้ง ๘ เคี้ยวอาหารพลางแล้วตอบพร้อมกันว่า
"มาจากในน้ำ"
เมื่อครูบอกกับเขาว่า "ยกมือ" มือซึ่งเมื่อหลายเดือนก่อนยังอยู่ในผ้าอ้อมนั้นก็ยกกันขึ้นสลอนเหมือนกับผีเสื้อขาว
ต่อจากนั้นก็ออกไปพัก ก่อนที่จะออกจากห้องอาหารนั้น ทุกคนต่างไปเอากล่องอาหารของตนที่แขวนอยู่ที่ฝาผนังไปคนละกล่อง และเมื่อออกจากห้องอาหารก็แยกกันไป ต่างก็เอาขนมปังเนย ไข่สุก ผลไม้ ถั่วสุก หรือเนื้อไก่ออกมาจากกล่องอาหาร ชั่วประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น ในนั้นก็เต็มไปด้วยเศษขนมปังเหมือนกับเลี้ยงนก พวกเขามีวิธีกินอาหารต่าง ๆ ที่น่าหัวเราะ บ้างเลีย บ้างดูด เหมือนกับกระต่าย แมวหรือหนู บ้างเอาข้าวมาทาลงบนหน้าอก บ้างเอามือเล็ก ๆ นั้นขยี้เนย เนยหยดเข้าไปในข้อมือเสื้อโดยไม่รู้ตัว และยังมีเด็กอีกพวกหนึ่งไล่ตามเด็กที่ทำเป็นคาบผลไม้หรือขนมปัง เหมือนกับสุนุขและมีเด็กสามคนเอาต้นหญ้าขุดลงไปในไข่ ว่าจะขุดเอาของมีค่าออกมา แล้วต่อมาก็เอาถั่วเทลงที่ดิน แล้วก็เก็บขึ้นมาทีละเม็ด ทำทีว่าเก็บเพชรพลอย ในหมู่พวกเด็กเหล่านี้ ถ้ามีคนหนึ่งคนใดถือของอะไรอยู่ พวกเพื่อน ๆ ก็พากันล้อมอยู่เป็นกลุ่ม เด็กคนหนึ่งถือขนมหวานอยู่ชิ้นหนึ่ง มีเด็กล้อมอยู่ตั้ง ๒๐ กว่าคน ต่างก็พูดอะไรต่ออะไรไม่รู้จักหยุด บ้างขอขนมนั้นทาขนมปังของตน ที่ขอลองเอานิ้วไปจิ้มเพื่อชิมรสดูก็มี
คุณแม่ออกไปที่กลางแจ้ง ได้เข้าไปลูบคลำเด็กทุก ๆ คน พวกเด็ก ๆ เหล่านั้นก็พากันเข้ามาล้อมรอบตัวคุณแม่ ขอให้คุณแม่จูบ แล้วก็เงยหน้าขึ้นอย่างกับมองดูตึกสามชั้น ทำเสียงเอะอะเหมือนกับขอนมกิน บางคนจะเอาส้มที่กินแล้วมาให้ บางคนให้เปลือกขนมปัง เด็กหญิงคนหนึ่งเอาใบไม้มาให้ และอีกคนหนึ่งยื่นมือมาตรงหน้าคุณแม่อย่างระมัดระวัง เพราะที่นิ้งของเขามีเม็ดพอที่เห็นไปชัดมาก ได้ยินว่าเมื่อคืนวานนี้เขาไปจี้เทียนไขเข้า นอกจากนั้นบางคนก็เอาแมลงตัวเล็ก ไม้ก๊อกจุกขวดที่เสียแล้ว กระดุมเสื้อและดอกไม้เล็ก ๆ มาให้คุณแม่ดู และมีเด็กคนหนึ่งบนหัวมีผ้าพันแผลพันไว้ เขาว่าเขามีเรื่องที่จะพูดกับคุณแม่ แต่ไม่รู้ว่าพูอะไรบ้าง และมีอีกคนหนึ่ง ขอให้คุณแม่ก้มศีรษะลงไป แล้วยื่นปากไปชิดกับหูของคุณแม่ พูดเสียงเบา ๆ ว่า
"พ่อของหนูเป็นคนทำให้ไม้กวาด"
มักมีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นเสมอ พวกครูต้องวิ่งไปวิ่งมาเพื่อดูแล บางคนร้องไห้เพราะแก้เงื่อนที่ผูกไว้ไม่ออก บางคนแย่งผลไม้กันจนเกิดวิวาทกัน บางคนถูกเก้าอี้ล้มทับ ลุกขึ้นไม่ได้ก็ร้องไห้
ในเวลาที่จะกลับ คุณแม่ได้อุ้มเด็กในหมู่นั้น ๓-๔ คน แล้วเด็กนอกนั้นก็จับกลุ่มเข้ามา ตามใบหน้าเต็มไปด้วยไข่แดงหรือน้ำส้ม ต่างล้อมกันเข้ามาเพื่อขอให้คุณแม่อุ้มบ้าง คนหนึ่งดึงมือไว้และอีกคนหนึ่งดึงนิ้วไว้ ว่าต้องการจะดูแหวนที่นิ้วมือคุณแม่ และที่วิ่งเข้ามาดึงสายนาฬิกาข้อมือ ดึงผมของคุณแม่ก็มี ครูต้องบอกคุณแม่ว่า
"ระวังนะคะ เดี๋ยวจะดึงเอาเสื้อผ้าขาดไป"
แต่คุณแม่ก็หาได้ กังวลถึงว่าเสื้อผ้า จะขาดหรือไม่ได้ดึงพวกเขาเข้ามาจูบทีละคน และพวกเด็กเล็ก ๆ ก็ยิ่งล้อมเข้ามาทุกที ที่อยู่ข้างตัวก็ดึงมือจะปีนขึ้นไปตามลำตัวคุณแม่ ที่อยู่ระยะไกลหน่อยก็พยายามเบียดเข้ามาใกล้ ๆ และพร้อมกับตะเบ็งเสียงร้องว่า
"มาอีกนะ มาอีกนะ"
ในที่สุดคุณแม่ต้องหนีออกมา แต่พวกเด็กก็ไล่ตามมาจนถึงรั่วโรงเรียนชะเง้อมองตามช่องรั้ว เอามือยื่นออกมาบ้าง ยื่นขนมปังและผลไม้ออกมาบ้าง พร้อมกับร้องขึ้นว่า
"มาอีกนะ มาอีกนะพรุ่งนี้มาใหม่ ขอเชิญมาใหม่อีก"
คุณแม่ได้หันไปจับมือที่ชูสลอนออกมาคล้ายกับช่อดอกไม้นั้นอีก ตัวท่านเต็มไปด้วยแป้งขนมปัง และรอยเนยต่าง ๆ และเสื้อผ้าก็ยับจนไม่มีรูป ในมือเต็มไปด้วยดอกไม้ และนัยน์ตาคลอดไปด้วยน้ำตา แต่ท่านก็ดูร่าเริงอยู่ ในหูเรายังได้ยินเสียงซึ่งเหมือนกับนกว่า "มาอีกนะ มาอีกนะ ขอเชิญมาใหม่ คุณนาย"
(อ่านต่อบทที่ ๖๔ "ออกกำลังกาย")
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น