วันเสาร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2565

บทที่ ๖๓ โรงเลี้ยงเด็ก


โรงเลี้ยงเด็ก

๔ พฤศจิกายน


เมื่อวานนี้พอรับประทานอาหารเช้าแล้ว  คุณแม่ก็พาข้าพเจ้าไปยังโรงเรียนเด็กตามที่ได้นัดไว้  ทั้งนี้เพราะคุณแม่จะพาน้องสาวของอั๋น ถนัดการช่าง ไปฝากไว้ที่โรงเลี้ยงเด็ก

    ข้าพเจ้ายังไม่เคยไปที่โรงเลี้ยงเด็กมาก่อนเลย  จึงรู้สึกว่าช่างสนุกสนานเสียเหลือเกิน  มีเด็กหญิง ชายรวมทั้งหมด ๒๐๐ กว่าคน  ล้วนเป็นเด็กเล็ก ๆ ทั้เงนั้น  ถ้าเทียบกับเราหรือแม้แต่กับพวกเด็กนักเรียนชั้นประถมของเราก็จะรู้สึกว่าเป็นผู้ใหญ่ไปเสียแล้ว

    ในเวลาที่เราไปถึงนั้น  พวกเด็ก ๆ กำลังเดินแถวเรียงสองเข้าไปในห้องอาหาร  ซึ่งตั้งโต๊ะยาวไว้สองโต๊ะบนโต๊ะได้เจาะรูไว้เป็นอันมาก  บนรูมีจานเล็ก ๆ สีดำบรรจุข้าวและกับ  มีช้อนอลูมิเนียมวางอยู่ข้าง ๆ ในเวลาที่เดินเข้ามาในห้องเพื่อรับประทานอาหารนั้น  บางคนเดินไม่ถูกทาง  บางคนก็นั่งลงเสีย  จนครูต้องพาไป  บางคนเดินไปถึงที่นั่งแห่งหนึ่ง  คิดว่าเป็นที่นั่งของตน ก็นั่งลงแล้วเอาช้อนดตักอาหารใส่ปาก  ครูวิ่งตามมาถึงแล้วร้องบอกให้เดินต่อไป  แต่พอเดินไปได้อีก ๔-๕ ก้าว  ก็ไปหยิบเอาชัอนอีกคันหนึ่งตักอาหารมากินอีก  ครูต้องสั่งให้เดินต่อไปอีก  กว่าจะเดินไปถึงที่นั่งของตนที่ถูกต้องได้ก็กินอาหารของคนอื่นเข้าไปตั้งครึ่งอิ่มแล้ว  ครูได้ใช้ความพยายามต่าง ๆ จัดจนทุกคนเข้าที่นั่งของตนเรียบร้อยแล้วจึงให้เริ่มการรับประทานอาหาร  สภาพอันน่าเอ็นดูเช่นนี้  ไม่ค่อยจะได้พบเห็นบ่อยนัก  บางคนถือถ้วยตั้งสองใบ  บางคนใช้มือหยิบอาหารใส่ปาก  บ้างตักถั่วใส่กระเป๋า  บ้างเอาชายพกของตัวห่อถั่วไว้มาก ๆ แล้วขยี้ขย่ำเล่น  บ้างนั่งดูแมลงวันบินไปมา  บ้างเนื่องด้วยเพื่อนของตนไอ  พ่นเศษอาหารลงไปบนอาหาร  เลยไม่กินก็มี  ห้องอาหารนั้นดูไม่ผิดอะไรกับสวนที่เลี้ยงไก่และนก  เด็กเล็กเหล่านั้นมีแถบแพรสีคาดหรือผูกผมนั่งเรียงกันเป็นสองแถว  น่าดูยิ่งนัก  ครูถามเด็ก ๘ คน  ซึ่งนั่งก้มหน้าอยู่แถวหนึ่งว่า

    "ข้าวมาจากไหน?"

    เด็กทั้ง ๘ เคี้ยวอาหารพลางแล้วตอบพร้อมกันว่า

    "มาจากในน้ำ"

    เมื่อครูบอกกับเขาว่า "ยกมือ"  มือซึ่งเมื่อหลายเดือนก่อนยังอยู่ในผ้าอ้อมนั้นก็ยกกันขึ้นสลอนเหมือนกับผีเสื้อขาว

    ต่อจากนั้นก็ออกไปพัก  ก่อนที่จะออกจากห้องอาหารนั้น  ทุกคนต่างไปเอากล่องอาหารของตนที่แขวนอยู่ที่ฝาผนังไปคนละกล่อง  และเมื่อออกจากห้องอาหารก็แยกกันไป  ต่างก็เอาขนมปังเนย  ไข่สุก  ผลไม้  ถั่วสุก  หรือเนื้อไก่ออกมาจากกล่องอาหาร  ชั่วประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น  ในนั้นก็เต็มไปด้วยเศษขนมปังเหมือนกับเลี้ยงนก  พวกเขามีวิธีกินอาหารต่าง ๆ ที่น่าหัวเราะ  บ้างเลีย  บ้างดูด  เหมือนกับกระต่าย  แมวหรือหนู  บ้างเอาข้าวมาทาลงบนหน้าอก  บ้างเอามือเล็ก ๆ นั้นขยี้เนย  เนยหยดเข้าไปในข้อมือเสื้อโดยไม่รู้ตัว  และยังมีเด็กอีกพวกหนึ่งไล่ตามเด็กที่ทำเป็นคาบผลไม้หรือขนมปัง เหมือนกับสุนุขและมีเด็กสามคนเอาต้นหญ้าขุดลงไปในไข่  ว่าจะขุดเอาของมีค่าออกมา  แล้วต่อมาก็เอาถั่วเทลงที่ดิน  แล้วก็เก็บขึ้นมาทีละเม็ด  ทำทีว่าเก็บเพชรพลอย  ในหมู่พวกเด็กเหล่านี้  ถ้ามีคนหนึ่งคนใดถือของอะไรอยู่  พวกเพื่อน ๆ ก็พากันล้อมอยู่เป็นกลุ่ม  เด็กคนหนึ่งถือขนมหวานอยู่ชิ้นหนึ่ง มีเด็กล้อมอยู่ตั้ง ๒๐ กว่าคน  ต่างก็พูดอะไรต่ออะไรไม่รู้จักหยุด  บ้างขอขนมนั้นทาขนมปังของตน  ที่ขอลองเอานิ้วไปจิ้มเพื่อชิมรสดูก็มี

    คุณแม่ออกไปที่กลางแจ้ง  ได้เข้าไปลูบคลำเด็กทุก ๆ คน  พวกเด็ก ๆ เหล่านั้นก็พากันเข้ามาล้อมรอบตัวคุณแม่  ขอให้คุณแม่จูบ  แล้วก็เงยหน้าขึ้นอย่างกับมองดูตึกสามชั้น  ทำเสียงเอะอะเหมือนกับขอนมกิน  บางคนจะเอาส้มที่กินแล้วมาให้  บางคนให้เปลือกขนมปัง  เด็กหญิงคนหนึ่งเอาใบไม้มาให้  และอีกคนหนึ่งยื่นมือมาตรงหน้าคุณแม่อย่างระมัดระวัง  เพราะที่นิ้งของเขามีเม็ดพอที่เห็นไปชัดมาก  ได้ยินว่าเมื่อคืนวานนี้เขาไปจี้เทียนไขเข้า  นอกจากนั้นบางคนก็เอาแมลงตัวเล็ก  ไม้ก๊อกจุกขวดที่เสียแล้ว  กระดุมเสื้อและดอกไม้เล็ก ๆ มาให้คุณแม่ดู  และมีเด็กคนหนึ่งบนหัวมีผ้าพันแผลพันไว้  เขาว่าเขามีเรื่องที่จะพูดกับคุณแม่  แต่ไม่รู้ว่าพูอะไรบ้าง  และมีอีกคนหนึ่ง  ขอให้คุณแม่ก้มศีรษะลงไป แล้วยื่นปากไปชิดกับหูของคุณแม่  พูดเสียงเบา ๆ ว่า

    "พ่อของหนูเป็นคนทำให้ไม้กวาด"

    มักมีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นเสมอ  พวกครูต้องวิ่งไปวิ่งมาเพื่อดูแล  บางคนร้องไห้เพราะแก้เงื่อนที่ผูกไว้ไม่ออก  บางคนแย่งผลไม้กันจนเกิดวิวาทกัน  บางคนถูกเก้าอี้ล้มทับ  ลุกขึ้นไม่ได้ก็ร้องไห้

    ในเวลาที่จะกลับ  คุณแม่ได้อุ้มเด็กในหมู่นั้น  ๓-๔ คน  แล้วเด็กนอกนั้นก็จับกลุ่มเข้ามา  ตามใบหน้าเต็มไปด้วยไข่แดงหรือน้ำส้ม  ต่างล้อมกันเข้ามาเพื่อขอให้คุณแม่อุ้มบ้าง  คนหนึ่งดึงมือไว้และอีกคนหนึ่งดึงนิ้วไว้  ว่าต้องการจะดูแหวนที่นิ้วมือคุณแม่  และที่วิ่งเข้ามาดึงสายนาฬิกาข้อมือ  ดึงผมของคุณแม่ก็มี  ครูต้องบอกคุณแม่ว่า

    "ระวังนะคะ  เดี๋ยวจะดึงเอาเสื้อผ้าขาดไป"

    แต่คุณแม่ก็หาได้  กังวลถึงว่าเสื้อผ้า  จะขาดหรือไม่ได้ดึงพวกเขาเข้ามาจูบทีละคน  และพวกเด็กเล็ก ๆ ก็ยิ่งล้อมเข้ามาทุกที  ที่อยู่ข้างตัวก็ดึงมือจะปีนขึ้นไปตามลำตัวคุณแม่  ที่อยู่ระยะไกลหน่อยก็พยายามเบียดเข้ามาใกล้ ๆ และพร้อมกับตะเบ็งเสียงร้องว่า

    "มาอีกนะ มาอีกนะ"

    ในที่สุดคุณแม่ต้องหนีออกมา  แต่พวกเด็กก็ไล่ตามมาจนถึงรั่วโรงเรียนชะเง้อมองตามช่องรั้ว  เอามือยื่นออกมาบ้าง  ยื่นขนมปังและผลไม้ออกมาบ้าง  พร้อมกับร้องขึ้นว่า

    "มาอีกนะ  มาอีกนะพรุ่งนี้มาใหม่  ขอเชิญมาใหม่อีก"

    คุณแม่ได้หันไปจับมือที่ชูสลอนออกมาคล้ายกับช่อดอกไม้นั้นอีก  ตัวท่านเต็มไปด้วยแป้งขนมปัง  และรอยเนยต่าง ๆ และเสื้อผ้าก็ยับจนไม่มีรูป  ในมือเต็มไปด้วยดอกไม้  และนัยน์ตาคลอดไปด้วยน้ำตา  แต่ท่านก็ดูร่าเริงอยู่  ในหูเรายังได้ยินเสียงซึ่งเหมือนกับนกว่า  "มาอีกนะ  มาอีกนะ  ขอเชิญมาใหม่  คุณนาย"

(อ่านต่อบทที่ ๖๔ "ออกกำลังกาย")

      

ไม่มีความคิดเห็น: