วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564

บทที่ ๓๕ การเยี่ยมของเพื่อน


การเยี่ยมของเพื่อน

๑๒ สิงหาคม 


วันนี้ เป็นวันที่สนุกสนานที่สุดในปีนี้  พอถึงเวลาบ่ายสองโมง  ประดิษฐ์และอรรถก็มาถึงบ้านพร้อมกับหวัง เด็กหลังโกง  ส่วนอั๋นนั้นพ่อไม่อนุญาต  จึงมาไม่ได้  ประดิษฐ์และอรรถเล่าว่า  ระหว่างทางเขาได้พบซุ่นหลีลูกของแม่ค้าขายผัก  เด็กแขนด้วนผู้น่าสงสาร  กำลังกระเดียดผักไปขายเพื่อเอาสตางค์มาซื้อปากกา  และว่าเขาได้รับจดหมายของพ่อเขาจากเมืองจีน  ว่าจะกลับมาในเร็ว ๆ นี้  เขาดีใจมากเหลือเกิน

    เพื่อนทั้งสามคนมาอยู่ที่บ้านเราประมาณสองชั่วโมง รู้สึกสนุกสนานมาก  ประดิษฐ์และอรรถเป็นเด็กที่สนุกที่สุดในชั้นเดียวกัน  พ่อชอบเขามาก  อรรถสวมเสื้อสีน้ำตาลแก่  สวมหมวกสักหลาด  นิสัยคล่องแคล่วว่องไว ชอบทำงานหยิบอ้ายโน่นอ้ายนี่  ไม่ชอบอยู่เฉย ๆ เขาว่าเมื่อเช้านี้เขาได้ขนฟืนไปตั้งครึ่งลำเรือแล้ว  แต่ไม่มีลักษณะเหนื่อยเพลียเลย  เขาวิ่งไปวิ่งมาอยู่ในบ้านเห็นอะไรเข้าก็เอาใจใส่ทั้งนั้น  ปากพูดไม่หยุด ราวกับกระรอก  เมื่อเข้าไปในห้องครัว  ก็ถามคนครัวว่าซื้อฟืนมามัดละเท่าไร  และว่าที่ร้านเขาขายมัดละ ๕  สตางค์เท่านั้น  เขาชอบเล่าถึงเรื่องพ่อเขาอาสาไปสงครามในยุโรปเสมอ  เขาเป็นผู้มีมรรยาทดีมาก  ซึ่งเป็นอย่างที่คุณพ่อพูดว่า เด็กนี้แม้จะเกิดมาอยู่ในหมู่ฟืนแสม  แต่ก็มีโลหิตเป็นผู้ดีอันแท้จริง

    ประดิษฐ์ทำความรื่นเริงให้เรามาก  เขารู้ภูมิศาสตร์ดี พอที่จะเป็นครูเราได้  เขาหลับตาท่องให้เราฟังว่า

    "ฉันหลับตามองเห็นประเทศไทยได้ละเอียดทีเดียว  นั่นเทือกเขาเทนเนสเซอริม  กั้นอาณาเขตอยู่ทางทิศตะวันตกตลอดลงมา  แม่น้ำ ปิง วัง ยม น่าน  ไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ตรงปากน้ำโพ  นั่นกรุงเทพฯ  อยุธยา  นครราชสีมา  นี่อ่าวไทย  เกาะสีชัง  โน่นภูเก็ต  มีดีบุกแยะเทียว  ทางเหนือโน่นป่าไม้สักเขียวชะอุ่ม"  การเรียกชื่อที่ต่าง ๆ นี้  เขาเรียกได้ถูกต้องเหมือนกับมีแผนที่วางอยู่ข้างหน้าเขาดังนั้น  ขณะเมื่อเขายืนท่อง  เขายืนตัวตรงชูศีรษะ  ซึ่งมีผมดำเป็นมันและหยักโศกอย่างสง่า  ตาหลับรับกับเสื้อสีเขียวอ่อน ๆ ขัดกระดุมทองเป็นเงางามดูเหมือนกับรูปปั้น  เป็นภาพที่เราอดจะชมเชยมิได้เลย  เขาเอาบทประพันธ์ยาวเกือบ ๓ หน้ากระดาษ  ซึ่งเขาจะต้องเป็นคนอ่านในวันพรุ่งนี้มาท่องและจำได้ภายในหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น  หวังมองดูเขาด้วยสายตาแสดงความประหลาดใจและชื่นชม  และยิ้มด้วยแววตาโศก ๆ ของเขา    

    การร่วมหมู่กันในวันนี้  ช่างสนุกเสียเหลือเกิน และยังได้เหลือสิ่งซึ่งเหมือนกับแสงสว่างไว้ในหัวใจของข้าพเจ้า  ในเวลาที่สามคนเดินกลับไปนั้น  ประดิษฐ์และอรรถซึ่งสูงและแข็งแรง  ได้เดินกระหนาบสองข้างหวังเด็กหลังโกงผู้น่าสงสารครึ่งจูงครึ่งประคองกันไป ได้เห็นการหัวเราะของหวังซึ่งวังไม่เคยเห็นเลย  ทำให้รู้สึกปลาบปลื้มยิ่งขึ้น

    เมื่อกลับเข้าไปในห้องอาหารนั้น  ข้าพเจ้าจึงได้สังเกตว่า ภาพตลกคนหลังโกงที่เคยแขวนอยู่ที่นั่นได้หายไป  ทั้งนี้เพราะคุณพ่อเกรงว่าหวังจะเห็นเข้านั่นเอง  จึงได้เก็บไปซ่อนเสียก่อน


(อ่านต่อบทที่ ๓๖ "แก่นถูกคัดชื่อออกจากโรงเรียน")

ไม่มีความคิดเห็น: