วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564

บทที่ ๔๓ สำนึกตน


 สำนึกตน

๕ กันยายน


การที่ได้เห็นอั๋นได้รับเหรียญรางวัลทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจเป็นกำลัง  ข้าพเจ้าไม่เคยได้รับรางวัลแม้แต่ครั้งเดียว  หลายวันมาแล้วข้าพเจ้าไม่ได้เอาใจใส่ในการเล่าเรียน  รู้สึกไม่พอใจตนเองอยู่เหมือนกัน  คุณครู คุณพ่อ และคุณแม่ก็ไม่พอใจ  ความรู้สึกสนุกในครั้งที่เคยหมั่นเรียนนั้นเดี๋ยวนี้ไม่มีเหลืออยู่เลย  เมื่อครั้งกระโน้น  ข้าพเจ้าตั้งใจเรียนจริง ๆ เมื่อเรียนเลอกแล้วก็ออกไปเล่นด้วยความร่าเริง  เหมือนกับไม่เคยเล่นมาตั้งเดือน  แต่บัดนี้ในเวลานั่งร่วมรับประทานอาหารกันนั้น  ก็ไม่สนุกเหมือนกับเมื่อครั้งก่อน  ในใจมีเงาดำอยู่เงาหนึ่งคอยหลอนอยู่  เงาดำนั้นได้เตือนอยู่เสมอว่า "อย่าทำเช่นนั้น  อย่าทำเช่นนั้น"

    เวลาเย็น ๆ ได้เห็นเด็กเป็นจำนวนมากเดินกลับจากโรงงานปะปนอยู่ในหมู่กรรมกร  พวกเขาแม้จะเหนื่อยเพลีย  แต่ก็ร่าเริง  รีบเดินกลับบ้านอย่างเร่งร้อนเพื่อให้ถึงบ้านเร็ว ๆ กลับไปหาอาหารเย็นของเขา  ใช้มืออันดำไปด้วยถ่านเถ้าหรือขาวไปด้วยผงปูน  ตบไหล่กันและกัน  และคุยด้วยเสียงโขมง  เขาทำงานตั้งแต่เพิ่งสว่างจนเย็น  เด็กเล็ก ๆ ซึ่งต้องทำงานแกร่วอยู่หน้าเตา  ข้างเครื่องจักรและงานรับใช้ต่าง ๆ อาหารก็มีแต่อย่างเลว ๆ ส่วนตัวเองสิ  นอกจากทำเรียงความ ๔ หน้า  อันเป็นการทำอย่างรู้สึกขมขื่นแล้ว  ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย  เมื่อคิดแล้วรู้สึกละอายยิ่งนัก

    ข้าพเจ้าไม่พอใจตัวเองยิ่งขึ้น  ไม่พอใจจริง ๆ แม้คุณพ่อก็ไม่พอใจข้าพเจ้า  ความจริงท่านอยากจะด่าว่าหากแต่เนื่องด้วยท่านยังรักข้าพเจ้าอยู่  ฉะนั้นจึงทนเก็บความไม่พอใจไว้ในใจ  คุณพ่อที่รักของลูก  คุณพ่อต้องทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยตลอดมทา  ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านที่อยู่รอบตัวข้าพเจ้า  ทุกสิ่งที่ข้าพเจ้าใช้  ที่ข้าพเจ้าสวม  ที่ข้าพเจ้ากิน  ทุกสิ่งที่ให้ความรู้ความรื่นเริงแก่ข้าพเจ้าเหล่านี้  ล้วนเป็นผลแห่งความเนื่อยยากของคุณพ่อทั้งสิ้น  แต่ส่วนข้าพเจ้าสิไม่ได้ทำอะไรเลย  คุณพ่อต้องเหนื่อยทั้งใจ เหนื่อยทั้งกาย  เหนื่อยทั้งความคิด  แต่ข้าพเจ้าไม่ได้เหนื่อยด้วยเลยแม้แต่น้อย

    "ไม่ได้!  นี่ไม่เป็นการยุติธรรม!  ลักษณาการเช่นนี้ทำให้ข้าพเจ้าไม่สบายใจเลย  แต่วันนี้เป็นต้นไป  ข้าพเจ้าจะตั้งใจเรียน  จะพยายามอย่างเดช  ยอมกำหมัดกัดฟันบากบั่นไป  จะพยายามและตั้งใจจนสุดความสามารถ  กลางคืนก็จะทนอดนอน  พอสว่างก็จะลุกขึ้นอบรมฝึกฝนสมองไม่ยอมหยุด  จะล้างนิสัยขี้เกียจนี้ทิ้งเสียโดยไม่กรุณาตัวจะพยายามตรากตรำและอดทน  แม้จะต้องป่วยไข้ก็ไม่ท้อถอย  เลิกชีวิตอันไม่มีความหมาย  ชีวิตซึ่งบั่นทอนอนาคตเอง  ชีวิตนำแต่ความเศร้ามาสู่ผู้อื่นนี้เสีย  มานะทำงาน ทำงานด้วยใจ  และด้วยความคิด  จะทำงาน ทำงานเพื่อนำมาซึ่งความปลอดโปร่ง  การเล่นกันสนุกและการกินอย่างร่าเริง  ทำงาน  ทำงานเพื่อเรียกการยิ้มอย่างกรุณาจากครู  ความชื่นอกชื่นใจจากคุณพ่ออย่างเดิม


(อ่านต่อบทที่ ๔๔ "รพไฟลาน")


ไม่มีความคิดเห็น: