รถไฟลาน
๑๐ กันยายน
วันนี้ อั๋นและเสนาะพากันมาที่บ้าน รู้สึกดีใจยิ่งกว่าได้ต้อนรับเจ้าชายเสียอีก นี่เป็นครั้งแรกที่เสนาะมาบ้านเรา เพราะเขาเป็นคนเฉย ๆ และอายคนอื่นว่าเขาโตมากแล้ว แต่ก็ยังเรียนอยู่เพียงชั้นมัธยมปีที่ ๓ เท่านั้น พอกระดิ่งที่ประตูบ้านดังขึ้น เราก็ออกไปเปิดประตูรับ ซุ่นหลีไม่ได้มาด้วย เนื่องด้วยพ่อเขากลับจากเมืองจีน หลังจากที่ได้ไปอยู่ถึง ๗ ปี แม่จูบผมอั๋น และพ่อแนะนำให้แม่กับเสนาะโดยกล่าว่า
"นี่คือเสนาะ ซึ่งไม่แต่เป็นเด็กที่ดีเท่านั้น ยังเป็นผู้มีเกียรติและมีหัวใจเป็นสุภาพบุรุษอันแท้จริงอีกด้วย"
เสนาะก้มหัวที่ตัดผมสั้นเกรียนลง และชำเลืองมาทางข้าพเจ้าแล้วก็ยิ้มน้อย ๆ อั๋นห้อยเหรียญรางวัลมาด้วย เดี๋ยวนี้เขาค่อยมีความสุขขึ้น เพราะพ่อเขาได้เริ่มจับงานเดิมใหม่แล้ว ในระหว่าง ๕ วันนี้ มิได้ดิ่มสุราเลย มักเรียกอั๋นให้ไปช่วยทำงานในโรงงาน ซึ่งผิดกับแต่ก่อนเหมือนกันคนละคนทีเดียว
พวกเราได้เริ่มเล่นกัน ข้าพเจ้าได้ขนเอาของเล่นของข้าพเจ้าที่มีอยู่ออกมาหมด อั๋นดูติอกติดใจขบวนรถไฟมาก รถไฟนั้นมีตัวรถจักร ซึ่งพอไขลานเข้ามันก็แล่นไปได้เอง อั๋นไม่เคยมีของเล่นเช่นนั้นมาก่อน เมื่อได้มาเห็นเข้าก็จ้องดูอย่างทึ่ง ข้าพเจ้ามอบกุญแจสำหรับไขลานให้แก่เขา เขาก็เลยก้มหน้าเล่นง่วนอยู่คนเดียว ตั้งแต่รู้จักกันมาข้าพเจ้ายังไม่เคยเห็นอั๋นมีความสุขเช่นวันนี้เลย ปากก็พร่ำพูดแต่คำว่า "ขอโทษ ขอโทษ" และคอยกันไม่ให้เราขวางทางรถของเขา เวลาเขาจะจับรถก็จับอย่างเบา ๆ คล้ายกับรถนั้นทำด้วยแก้ว เล่น ๆ ได้สักหน่อยก็เอาผ้าเช็ดเสียที และตรวจตลอดกระทั่งใต้รถแล้วก็ยิ้มอย่างพอใจ
พวกเรายืนดูการเล่นอย่างเพลิดเพลินของเขาอยู่รอบ ๆ มองดูคออันผอมเรียว ใบหูที่เคยมีโลหิตไหลตลอดจนข้อมือ เสื้อที่ม้วนขึ้นเพราะยาวรุงรัง และแขนอันผอมแห้งของเขา ในขณะนั้นนึกอยากจะอาของเล่นที่มีอยู่ทั้งหมด ตลอดจนขนมชิ้นสุดท้ายสำหรับกิน และเครื่องนุ่งห่มที่ข้าพเจ้ากำลังสวมอยู่มอบให้แก่เขาโดยไม่เสียดาย และยังคิดอยากจะคุกเข่าลงไปจูบมือเขายิ่งนัก แล้วก็คิดว่า "อย่างน้อยก็ควรจะให้รถไฟนี้แก่เขา" แต่ก็จะต้องบอกกับคุณพ่อเสียก่อน ขณะที่กำลังลังเลใจอยู่นั้น รู้สึกว่ามีคนเอากระดาษมายัดใส่ในมือ พอก้มลงไปดูเห็นตัวดินสอลายมือของคุณพ่อเขียนไว้ในกระดาษนั้นว่า
"อั๋นติดใจรถไฟของเจ้ามาก เขาไม่เคยมีเครื่องเล่นเลย เจ้าไม่รู้สึกอย่างบ้างหรือ?"
ทันใดข้าพเจ้าก็หยิบรถไฟทั้งขบวนยัดเข้าอ้อมแขนของอั๋นแล้วพูดว่า
"เอาไปเถิดอั๋น ฉันให้เธอ" อั๋นมองดู่ตาข้าพเจ้าอย่างงง ๆ ข้าพเจ้าจึงพูดอีกว่า
"เอาไปซิ ฉันให้เธอจริง ๆ นะ"
อั๋นยิ่งงงใหญ่ มองไปทางคุณพ่อและคุณแล้วหันมาถามข้าพเจ้าว่า
"แต่ทำไมล่ะ?"
คุณพ่อจึงตอบแทนว่า "ประเสริฐเขาให้เธอ เพราะเขาเป็นเพื่อนของเธอ เพราะเขารักเธอ และเขาให้เป็นของขวัญในการที่เธอได้รับเหรียญรางวัล"
อั๋นถามอย่างซึม ๆ ว่า "งั้นผมเอาไปบ้านได้ไหม?"
"ได้ซิ" เราทุกคนตอบ
เขาเดินไปถึงหน้าประตูแล้วก็ชะงัก ยังไม่ออกไป ดูเขามีความสุขมาก หันมายิ้มคล้ายจะของใจข้าพเจ้าจนริมฝีปากเบี้ยว เสนาะช่วยเอาผ้าเช็ดหน้าห่อรถไฟให้เขา เขาก้มหัวลงเล็กน้อยแล้วพูดกับข้าพเจ้าว่า
"วันหลังฉันจะพาเธอไปที่โรงงานของเรา แล้วฉันจะให้ตาปูเธอบ้าง"
คุณแม่ได้เอาดอกไม้ปักลงที่รังดุมเสนาะ แล้วว่า
"ฝากดอกไม้นี้ไปให้คุณแม่ของเธอด้วยนะ" เสนาะก้มหน้าพูดด้วยเสียงอันดังว่า "ขอบพระคุณขอรับ" น้ำใจอันมีเมตตากรุณาและสุภาพของเขานั้นได้ฉายแสงให้เห็นทางแววตา
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น