วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564

บทที่ ๔๔ รถไฟลาน


 รถไฟลาน

๑๐ กันยายน


วันนี้ อั๋นและเสนาะพากันมาที่บ้าน  รู้สึกดีใจยิ่งกว่าได้ต้อนรับเจ้าชายเสียอีก  นี่เป็นครั้งแรกที่เสนาะมาบ้านเรา  เพราะเขาเป็นคนเฉย ๆ และอายคนอื่นว่าเขาโตมากแล้ว  แต่ก็ยังเรียนอยู่เพียงชั้นมัธยมปีที่ ๓ เท่านั้น  พอกระดิ่งที่ประตูบ้านดังขึ้น  เราก็ออกไปเปิดประตูรับ  ซุ่นหลีไม่ได้มาด้วย  เนื่องด้วยพ่อเขากลับจากเมืองจีน  หลังจากที่ได้ไปอยู่ถึง ๗ ปี  แม่จูบผมอั๋น และพ่อแนะนำให้แม่กับเสนาะโดยกล่าว่า

    "นี่คือเสนาะ  ซึ่งไม่แต่เป็นเด็กที่ดีเท่านั้น  ยังเป็นผู้มีเกียรติและมีหัวใจเป็นสุภาพบุรุษอันแท้จริงอีกด้วย"

    เสนาะก้มหัวที่ตัดผมสั้นเกรียนลง  และชำเลืองมาทางข้าพเจ้าแล้วก็ยิ้มน้อย  ๆ อั๋นห้อยเหรียญรางวัลมาด้วย เดี๋ยวนี้เขาค่อยมีความสุขขึ้น  เพราะพ่อเขาได้เริ่มจับงานเดิมใหม่แล้ว  ในระหว่าง ๕ วันนี้ มิได้ดิ่มสุราเลย  มักเรียกอั๋นให้ไปช่วยทำงานในโรงงาน  ซึ่งผิดกับแต่ก่อนเหมือนกันคนละคนทีเดียว

        พวกเราได้เริ่มเล่นกัน  ข้าพเจ้าได้ขนเอาของเล่นของข้าพเจ้าที่มีอยู่ออกมาหมด  อั๋นดูติอกติดใจขบวนรถไฟมาก  รถไฟนั้นมีตัวรถจักร  ซึ่งพอไขลานเข้ามันก็แล่นไปได้เอง  อั๋นไม่เคยมีของเล่นเช่นนั้นมาก่อน  เมื่อได้มาเห็นเข้าก็จ้องดูอย่างทึ่ง  ข้าพเจ้ามอบกุญแจสำหรับไขลานให้แก่เขา  เขาก็เลยก้มหน้าเล่นง่วนอยู่คนเดียว  ตั้งแต่รู้จักกันมาข้าพเจ้ายังไม่เคยเห็นอั๋นมีความสุขเช่นวันนี้เลย  ปากก็พร่ำพูดแต่คำว่า "ขอโทษ  ขอโทษ"  และคอยกันไม่ให้เราขวางทางรถของเขา  เวลาเขาจะจับรถก็จับอย่างเบา ๆ คล้ายกับรถนั้นทำด้วยแก้ว  เล่น ๆ ได้สักหน่อยก็เอาผ้าเช็ดเสียที  และตรวจตลอดกระทั่งใต้รถแล้วก็ยิ้มอย่างพอใจ

    พวกเรายืนดูการเล่นอย่างเพลิดเพลินของเขาอยู่รอบ ๆ มองดูคออันผอมเรียว  ใบหูที่เคยมีโลหิตไหลตลอดจนข้อมือ  เสื้อที่ม้วนขึ้นเพราะยาวรุงรัง  และแขนอันผอมแห้งของเขา  ในขณะนั้นนึกอยากจะอาของเล่นที่มีอยู่ทั้งหมด ตลอดจนขนมชิ้นสุดท้ายสำหรับกิน และเครื่องนุ่งห่มที่ข้าพเจ้ากำลังสวมอยู่มอบให้แก่เขาโดยไม่เสียดาย  และยังคิดอยากจะคุกเข่าลงไปจูบมือเขายิ่งนัก  แล้วก็คิดว่า  "อย่างน้อยก็ควรจะให้รถไฟนี้แก่เขา"  แต่ก็จะต้องบอกกับคุณพ่อเสียก่อน  ขณะที่กำลังลังเลใจอยู่นั้น  รู้สึกว่ามีคนเอากระดาษมายัดใส่ในมือ  พอก้มลงไปดูเห็นตัวดินสอลายมือของคุณพ่อเขียนไว้ในกระดาษนั้นว่า

    "อั๋นติดใจรถไฟของเจ้ามาก  เขาไม่เคยมีเครื่องเล่นเลย  เจ้าไม่รู้สึกอย่างบ้างหรือ?"

    ทันใดข้าพเจ้าก็หยิบรถไฟทั้งขบวนยัดเข้าอ้อมแขนของอั๋นแล้วพูดว่า

    "เอาไปเถิดอั๋น  ฉันให้เธอ"  อั๋นมองดู่ตาข้าพเจ้าอย่างงง ๆ ข้าพเจ้าจึงพูดอีกว่า

    "เอาไปซิ  ฉันให้เธอจริง ๆ นะ"

    อั๋นยิ่งงงใหญ่  มองไปทางคุณพ่อและคุณแล้วหันมาถามข้าพเจ้าว่า

    "แต่ทำไมล่ะ?"

    คุณพ่อจึงตอบแทนว่า "ประเสริฐเขาให้เธอ เพราะเขาเป็นเพื่อนของเธอ  เพราะเขารักเธอ  และเขาให้เป็นของขวัญในการที่เธอได้รับเหรียญรางวัล"

    อั๋นถามอย่างซึม ๆ ว่า "งั้นผมเอาไปบ้านได้ไหม?"

    "ได้ซิ"  เราทุกคนตอบ

    เขาเดินไปถึงหน้าประตูแล้วก็ชะงัก  ยังไม่ออกไป  ดูเขามีความสุขมาก  หันมายิ้มคล้ายจะของใจข้าพเจ้าจนริมฝีปากเบี้ยว  เสนาะช่วยเอาผ้าเช็ดหน้าห่อรถไฟให้เขา  เขาก้มหัวลงเล็กน้อยแล้วพูดกับข้าพเจ้าว่า

    "วันหลังฉันจะพาเธอไปที่โรงงานของเรา แล้วฉันจะให้ตาปูเธอบ้าง"

    คุณแม่ได้เอาดอกไม้ปักลงที่รังดุมเสนาะ  แล้วว่า

    "ฝากดอกไม้นี้ไปให้คุณแม่ของเธอด้วยนะ"  เสนาะก้มหน้าพูดด้วยเสียงอันดังว่า  "ขอบพระคุณขอรับ"  น้ำใจอันมีเมตตากรุณาและสุภาพของเขานั้นได้ฉายแสงให้เห็นทางแววตา


(อ่านต่อบทที่ ๔๕ "ความหยิ่ง")


ไม่มีความคิดเห็น: