วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2564

บทที่ ๓๐ ความเพียร


ความเพียร

๒๘ กรกฎาคม


การกระทำเช่นเด็กหนุ่มในบทสนทนาประจำเดือนในชั้นเราก็เห็นมีแต่เดช  คนเดียวเท่านั้นที่จะทำได้  วันนี้ที่โรงเรียนมีเรื่องแปลกประหลาดสองเรื่อง  เรื่องหนึ่งคือ ชายแก่ที่ถูกบาดเจ็บนั้น  ได้ส่งสมุดดวงตราไปรษณียากรซึ่งพนิชให้เขาไว้นั้นคืนมาให้  และยังแถมดวงตราต่างประเทศกัวเตมาลาให้เขาอีกสามดวงด้วย  พนิชดีใจจนแทบเป็นบ้า  เพราะเขาหาดวงตรานี้มาตั้งสามเดือนแล้ว  อีกเรื่องหนึ่งก็คือเดชได้รับรางวัลที่สอง  ได้รับรางวัลรองลงมาจากประดิษฐ์  ทุกคนพากันแปลกใจ  ใครเลยจะนึกว่าจะเป็นเช่นนั้น  เพราะเมื่อตอนเปิดภาคเรียน  พ่อของเดชได้พาลูกเขามายังโรงเรียน  แล้วพูดกับครูต่อหน้าทุกคนในชั้นว่า

    "ขอให้คุณครูช่วยกวดขันหน่อย  เด็กคนนี้โง่เหลือเกิน"  ทุกคนประนามเขาเสียแต่แรกทีเดียวว่าหัวเต็มไปด้วยขึ้นเลื่อย  แต่เขาไม่ยอมท้อเลย  เขาว่า "ถ้าไม่ตายเสีย ก็ต้องสำเร็จวันหนึ่ง"  แล้วแต่นั้นมาไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวัน  กลางคืน  ในบ้าน  ในโรงเรียน  ในถนน  เขาพยายามเรียนอยู่ตลอดเวลา  กัดฟันและกำหมัดแน่น  มานะอดทนไม่เอาใจใส่ต่อผู้ใดทั้งสิ้น   มิไยใครจะเยาะจะเย้ย  นอกจากว่าใครไปรบกวนเซ้าซี้เขาหนักเข้า  เขาก็ทุบเอา  เอาใจใส่อยู่แต่การเรียนของเขาเท่านั้น  การเรียนโดยมานะเช่นนี้  ในที่สุดเด็กซึ่งหัวทึบที่สุดก็ได้ก้าวหน้าไปจนเห็นผลถึงเพียงนี้  เมื่อเข้าเรียนใหม่ ๆ เขาไม่รู้จักเลขเบื้องต้นเลย  ในเวลาแต่งเรื่องก็เขียนคำพูดที่ไม่เป็นสาระลงไป  จำบทเรียนไม่ได้แม้แต่ประโยคเดียว  แต่เดี๋ยวนี้เลขเขาก็ทำได้  เรียงความก็ทำได้ถูกต้อง  บทเรียนอื่นก็ท่องได้เหมือนกับร้องเพลง

    รูปร่างของเดช  เมื่อเห็นเข้าจะรู้ว่าเป็นคนที่มีความอดทน  รูปร่างเตี้ยล่ำและแข็งแรง  หัวโต  คอสั้น  มือหนาและใหญ่  เสียงห้าวดัง  ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ขาด  เป็นแจ้งความของโรงละครเขาเอามาอ่านทั้งนั้น  ถ้ามีสตางค์ถึง ๑๐ สตางค์เมื่อไร  ก็เอาไปซื้อหนังสือทันที  เขาว่าเขาได้สร้างห้องสมุดเล็ก ๆ ของเขาไว้แล้ว  ยังเคยชวนข้าพเจ้าไปดู  เขาไม่พูด  ไม่เล่นกับใคร  ในเวลาที่เข้าห้องเรียน  เขาก็เอามือทั้งสองยันไว้ที่แก้มนั่งนิ่ง  ฟังคำพูดของครูเหมือนกับรูปปั้น  เขาช่างมานะอดทนเสียจริง ๆ เดช ผู้เข้มแข็ง!

    วันนี้  ครูอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก  ขณะเมื่อแจกเหรียญให้เดช  ได้พูดว่า

    "ยินดีด้วย เดช  ผู้มานะอาทนและมีความเพียรย่อมได้รับผลตอบแทนเสมอ"

    เดชเป็นเด็กดี  ไม่แสดงท่าหยิ่งและก็ไม่ยิ้มเมื่อกลับมานั่งก็เอามือยันแก้มไว้อย่างเดิม  นั่งเงียบ  และดูเหมือนยิ่งเอาใจใส่จต่อการเรียนยิ่งขึ้น

    ยิ่งกว่านั้น  พอถึงเวลาเลิกเรียน  พ่อของเดชมาคอยรับที่หน้าประตู  พ่อเขาก็มีรูปร่างเหมือนกับลูกเหมือนกัน  ตัวเตี้ย  หน้าสี่เหลี่ยม  เสียงดัง  เขาไม่เชื่อว่าลูกเขาได้รับรางวัล  จนกระทั่งครูออกมาบอกกับเขา  เขาจึงหัวเราะ  ตบไหล่ลูกของเขาแล้ว แล้วพูดด้วยเสียงดัง ๆ ว่า

    "ดีมาก ดีมาก  ดูเจ้าไม่ออกเลย  อย่างนี้ซีน่า"  พวกเราได้ยินแล้วต่างกันหัวเราะ  ส่วนเดชวางหน้าเฉยไม่มียิ้ม  ในหัวมันแต่พะวงถึงบทเรียนสำหรับวันพรุ่งนี้อย่างเดียวเท่านั้น


(อ่านต่อบทที่ ๓๑ "ความกตัญญู") 

ไม่มีความคิดเห็น: