ความเพียร
๒๘ กรกฎาคม
การกระทำเช่นเด็กหนุ่มในบทสนทนาประจำเดือนในชั้นเราก็เห็นมีแต่เดช คนเดียวเท่านั้นที่จะทำได้ วันนี้ที่โรงเรียนมีเรื่องแปลกประหลาดสองเรื่อง เรื่องหนึ่งคือ ชายแก่ที่ถูกบาดเจ็บนั้น ได้ส่งสมุดดวงตราไปรษณียากรซึ่งพนิชให้เขาไว้นั้นคืนมาให้ และยังแถมดวงตราต่างประเทศกัวเตมาลาให้เขาอีกสามดวงด้วย พนิชดีใจจนแทบเป็นบ้า เพราะเขาหาดวงตรานี้มาตั้งสามเดือนแล้ว อีกเรื่องหนึ่งก็คือเดชได้รับรางวัลที่สอง ได้รับรางวัลรองลงมาจากประดิษฐ์ ทุกคนพากันแปลกใจ ใครเลยจะนึกว่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อตอนเปิดภาคเรียน พ่อของเดชได้พาลูกเขามายังโรงเรียน แล้วพูดกับครูต่อหน้าทุกคนในชั้นว่า
"ขอให้คุณครูช่วยกวดขันหน่อย เด็กคนนี้โง่เหลือเกิน" ทุกคนประนามเขาเสียแต่แรกทีเดียวว่าหัวเต็มไปด้วยขึ้นเลื่อย แต่เขาไม่ยอมท้อเลย เขาว่า "ถ้าไม่ตายเสีย ก็ต้องสำเร็จวันหนึ่ง" แล้วแต่นั้นมาไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวัน กลางคืน ในบ้าน ในโรงเรียน ในถนน เขาพยายามเรียนอยู่ตลอดเวลา กัดฟันและกำหมัดแน่น มานะอดทนไม่เอาใจใส่ต่อผู้ใดทั้งสิ้น มิไยใครจะเยาะจะเย้ย นอกจากว่าใครไปรบกวนเซ้าซี้เขาหนักเข้า เขาก็ทุบเอา เอาใจใส่อยู่แต่การเรียนของเขาเท่านั้น การเรียนโดยมานะเช่นนี้ ในที่สุดเด็กซึ่งหัวทึบที่สุดก็ได้ก้าวหน้าไปจนเห็นผลถึงเพียงนี้ เมื่อเข้าเรียนใหม่ ๆ เขาไม่รู้จักเลขเบื้องต้นเลย ในเวลาแต่งเรื่องก็เขียนคำพูดที่ไม่เป็นสาระลงไป จำบทเรียนไม่ได้แม้แต่ประโยคเดียว แต่เดี๋ยวนี้เลขเขาก็ทำได้ เรียงความก็ทำได้ถูกต้อง บทเรียนอื่นก็ท่องได้เหมือนกับร้องเพลง
รูปร่างของเดช เมื่อเห็นเข้าจะรู้ว่าเป็นคนที่มีความอดทน รูปร่างเตี้ยล่ำและแข็งแรง หัวโต คอสั้น มือหนาและใหญ่ เสียงห้าวดัง ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ขาด เป็นแจ้งความของโรงละครเขาเอามาอ่านทั้งนั้น ถ้ามีสตางค์ถึง ๑๐ สตางค์เมื่อไร ก็เอาไปซื้อหนังสือทันที เขาว่าเขาได้สร้างห้องสมุดเล็ก ๆ ของเขาไว้แล้ว ยังเคยชวนข้าพเจ้าไปดู เขาไม่พูด ไม่เล่นกับใคร ในเวลาที่เข้าห้องเรียน เขาก็เอามือทั้งสองยันไว้ที่แก้มนั่งนิ่ง ฟังคำพูดของครูเหมือนกับรูปปั้น เขาช่างมานะอดทนเสียจริง ๆ เดช ผู้เข้มแข็ง!
วันนี้ ครูอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก ขณะเมื่อแจกเหรียญให้เดช ได้พูดว่า
"ยินดีด้วย เดช ผู้มานะอาทนและมีความเพียรย่อมได้รับผลตอบแทนเสมอ"
เดชเป็นเด็กดี ไม่แสดงท่าหยิ่งและก็ไม่ยิ้มเมื่อกลับมานั่งก็เอามือยันแก้มไว้อย่างเดิม นั่งเงียบ และดูเหมือนยิ่งเอาใจใส่จต่อการเรียนยิ่งขึ้น
ยิ่งกว่านั้น พอถึงเวลาเลิกเรียน พ่อของเดชมาคอยรับที่หน้าประตู พ่อเขาก็มีรูปร่างเหมือนกับลูกเหมือนกัน ตัวเตี้ย หน้าสี่เหลี่ยม เสียงดัง เขาไม่เชื่อว่าลูกเขาได้รับรางวัล จนกระทั่งครูออกมาบอกกับเขา เขาจึงหัวเราะ ตบไหล่ลูกของเขาแล้ว แล้วพูดด้วยเสียงดัง ๆ ว่า
"ดีมาก ดีมาก ดูเจ้าไม่ออกเลย อย่างนี้ซีน่า" พวกเราได้ยินแล้วต่างกันหัวเราะ ส่วนเดชวางหน้าเฉยไม่มียิ้ม ในหัวมันแต่พะวงถึงบทเรียนสำหรับวันพรุ่งนี้อย่างเดียวเท่านั้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น