วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564

บทที่ ๒๒ คนอนาถา


 คนอนาถา

๒๙ มิถุนายน


ประเสริฐ

    การเสียสละเพื่อประเทศชาติของเด็กหนุ่มผู้นั้นเป็นสิ่งที่น่าชมเชยอย่างยิ่ง  แต่นอกจากนี้แล้ว  การบำเพ็ญประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราควรจะทำนั้น  ไม่รู้ว่ายังมีสักเท่าไร  เมื่อเช้านี้ขณะที่เจ้าเดินไปข้างหน้าแม่  เจ้าได้เดินผ่านหญิงขอทานคนหนึ่ง  ซึ่งอุ้มเด็กหน้าตาขาวซีดนั่งอยู่ข้างทาง  หญิงนั้นได้ขอสตางค์เจ้า  เจ้ามองดูหน้าเขาแล้วก็ผ่านเลยไป  โดยไม่ให้เขาสักสตางค์เดียว  ซึ่งในกระเป๋าของเจ้าก็มีสตางค์อยู่หลายอัน  จำไว้นะประเสริฐ  เมื่อมีคนจนยื่นมือออกมาขอสตางค์เรา  อย่าแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเสีย  และยิ่งเป็นหญิงที่ขอทานเพื่อลูกของตน  ก็ยิ่งไม่ควรเฉยเมยยิ่งขึ้น  ขอให้คิดถึงความทุกขเวทนาของแม่ผู้น่าสงสาร  สมมติว่าถ้าแม่ถึงแก่ต้องบอกกับเจ้าว่า  "ประเสริฐ  วันนี้แม่ไม่มีข้าวให้เจ้ากิน เลย"  เจ้าลองคิดดูซิจ่า  หัวใจของแม่ในเวลานั้นจะรู้สึกเป็นอย่างไร

    ในขณะเมื่อแม่เอาสตางค์ให้คนขอทานสตางค์หนึ่ง  และเขาได้ให้ศีลให้พรแม่ว่า "ขอเทพเจ้าจงพิทักษ์รักษาท่านและครอบครัวของท่านให้เจริญสุขสถาพร"  นั้น  เจ้าไม่รู้หรอกว่า มันดูดดื่มและซาบซึ้งเข้าไปในหัวใจของแม่เพียงไร  รู้สึกเหมือนพรนั้นจะช่วยเพิ่มความสุขให้ครอบครัวของเราได้จริง  และเมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว  ก็ยิ่งรู้สึกว่า  สิ่งที่คนขอทานตอบแก่เราด้วยคำพูดนั้น  มีค่ามากกว่าที่สตางค์เราให้แก่ขอทานเสียอีก

    แม่อยากจะได้เห็นเจ้าควักสตางค์อออกจากกระเป๋าและวางลงในมือขอคนตาบอดที่ไม่มีที่พึ่ง  แม่ที่อดอยากและเด็กกำพร้าพ่อแม่  อยากเห็นเจ้าประกอบกุศลกรรม  เพียงแต่ที่ใกล้เคียงกับโรงเรียน  ก็มีคนจนตั้งมากมาย  สิ่งที่คนจนปรารถนา ก็คือการรับทานจากเด็ก  เพราะการรับทานจากเด็กไม่เป็นสิ่งน่าละอาย  เพราะก็มีความต้องในทุก ๆ สิ่งเช่นเดียวกับเขาเหมือนกัน  การบริจาคทานของผู้ใหญ่  เป็นการบริจาคเพื่อการกุศล  ส่วนการบริจาคทานของเด็ก  นอกจากเพื่อการกุศลแล้ว ยังประกอบด้วยความสงสารอีกด้วย  เจ้ามีความรู้สึกเช่นนี้บ้างหรือเปล่า  มันเหมือนกับว่าทั้งดอกพิกุลและสตางค์ระร่วงจากมือเจ้าพร้อมกันเช่นนั้น  เจ้าจงคิดให้ดี เจ้านั้นมีความสุขสมบูรณ์ไม่ขาดแคลนอะไรเลย  แต่พวกเขาสิอัตคัดขาดแคลนไเสียทุกอย่าง  ในขณะเดียวกันที่เจ้าปรารถนาในสิ่งที่เป็นความฟุ่มเฟือบนั้น  มีมนุษย์เป็นจำนวนมากที่ต้องการเพียงอาหารสำหรับประทังชีวิตอยู่ได้ก็เป็นที่พอใจอย่างที่สุดแล้ว  ในพระนครที่เต็มไปด้วยตึกรามยวดยานและเด็กที่แต่งตัวสวยงามนั้น  ยังมีเด็กและหญิงที่ไม่มีข้าวจะกินอยู่มากมาย  เจ้าลองนึกดูซิ  ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสภาพที่น่าสังเวชใจเพียงไร  พวกเขาไม่มีอาหารกิน  ไม่มีเครื่องนุ่งห่มพอความต้องการของร่างกาย  ไม่น่าสงสารหรือ?  ในมหานครก็มีเด็กที่เหมือนเจ้ามีความดีเช่นเจ้า ฉลาดเฉลียวเหมือนเจ้า แต่ยากจนถึงกับไม่มีอะไรจะกิน  มีสภาพเหมือนกับสัตว์ซึ่งหลงอยู่กลางทะเลทรายอีกมากมาย  ประเสริฐเอ๋ย  ในภายหน้าถ้าพบขอทานที่มีลูกเล็ก ๆ เจ้าอย่าเดินเลยเขาไปเสีย  โดยไม่บริจาคทานแก่เข้าบ้างพอสมควรกับกำลังของเจ้า

                                    -จากแม่ของเจ้า -

(อ่านบทต่อไป บทที่ ๒๓ "พ่อค้า")

ไม่มีความคิดเห็น: