วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564

บทที่ ๒๓ พ่อค้า


 กรกฎาคม

พ่อค้า

๑ กรกฎาคม


ในวันที่โรงเรียนหยุดคุณพ่ออยากจะให้ข้าพเจ้าชวนเพื่อนมาที่บ้าน หรือไม่ก็ให้ข้าพเจ้าไปเยี่ยมเพื่อน ๆ เพื่อสมานสามัคคีระหว่างกัน  วันอาทิตย์นี้ตั้งใจไว้ว่าจะไปเดินเที่ยวเล่นกับประยูรผู้ซึ่งแต่งตัวสวยงามและหรูหรา  ประยูรผู้นี้คือผู้ที่มีใจริษยาประดิษฐ์อยู่เสมอ  ก็เผอิญพนิชมาเยี่ยมเขาเป็นคนรูปร่างผอมสูง  จมูกงุ้มเหมือนปากนกเค้าแมว  ตาเล็กมีแววฉลาด  คมเหมือนตาเหยี่ยว  เขาเป็นลูกเจ้าของร้านขายของเบ็ดเตล็ด  เป็นเด็กที่แปลกประหลาดคนหนึ่ง  ชอบนับสตางค์ในกระเป๋าเสมอ  และนับได้เร็วมากทีเดียว  การคูณเลขก็คูได้โดยไม่ต้องท่องสูตร  เขาเก็บเงินของเขาไว้ได้มาก   และเดี๋ยวนี้เขามีเงินฝากไว้ในคลังออมสินหลายบาท  ข้าพเจ้ายืนยันได้ทีเดียวว่าเขาไม่เคยใช้สตางค์โดยไม่มีประโยชน์แม้แต่สตางค์เดียว  ถ้าเขาทำสตางค์ตกลงไปใต้ม้านั่งสักสตางค์หนึ่ง  แม้จะต้องเสียเวลาหาตั้งสัปดาห์เขาก็จะต้องหาจนได้  จึงจะยอมหยุด  ทุก ๆ สิ่งที่เขาพบไม่ว่าจะเป็นปากกาเสีย ๆ  หรือเข็มหมุดที่ใช้แล้ว  เศษเทียนไขหรือแสตมป์เก่า ๆ เขาจะต้องเก็บผสมไว้ทั้งสิ้น  เขาได้ทำการรวบรวมแสตมป์มากว่าสองปีแล้ว  และเดี๋ยวนี้เขามีแสตมป์ประเทศต่าง ๆ ตั้งหลายร้อยดวงปิดไว้ในสมุดใหญ่  ซึ่งเมื่อปิดจนเต็มสมุดแล้วก็จะเอาไปขายให้ร้านหนังสือ  เขามักชวนเพื่อน ๆ ไปซื้อของต่าง ๆ ที่ร้านขายหนังสือร้านเดียวกันนี้  ฉะนั้นร้านขายหนังสือจึงให้สมุดเขาใช้โดยไม่ต้องซื้อ  อยู่ในโรงเรียน  เขาก็ทำการค้าขายต่าง ๆ บางทีซื้อของมาจากคนอื่น  บางทีก็ขายให้คนอื่น  บางครั้งเอาของไปแลกเป็นเปลี่ยนกับเพื่อน  เมื่อเปลี่ยนแล้ว  ถ้าไม่พอใจ  ก็ขอเปลี่ยนกลับคืนมาใหม่  เขาซื้อมา ๑ และเวลาขายต้องขาย ๔ เสมอ  หนังสือพิมพ์เก่า ๆ ก็รวบรวมเอาไปขายที่ร้านขายของ  เขามีสมุดพกเล่มหนึ่งในนั้นมีแต่ตัวเลขทั้งนั้น  เขาไม่เอาใจใส่วิชาอื่นเลย นอกจากวิชาเลขคณิต  เขาเคยคิดอยากจะได้เหรียญรางวัลที่ ๑ เหมือนกัน  แต่ทั้งนี้เพื่อว่าเขาจะได้ไปดูหนังโดยไม่ต้องเสียสตางค์เท่านั้นเอง  แม้เขาจะมีนิสสัยแปลกประหลาด  ข้าพเข้าก็ชอบเขามาก  วันนี้ข้าพเจ้าได้เล่นขายของกับเขา  เรามีเครื่องชั่งด้วย  เขารู้ราคาแน่นอนของของต่าง ๆ มาตราชั่งเขาก็รู้จักดี  และเขาทำกรวยกระดาษได้สวย  และเร็วไม่แพ้คนขายของตมร้านค้าเลย  เขาว่าเมื่อเขาออกจากโรงเรียนแล้ว  จะไปทำการค้าขายอย่างใหม่ที่สุดอย่างหนึ่งซึ่งเขาคิดขึ้นได้เอง  ข้าพเจ้าให้แสตมป์ต่างประเทศเก่า ๆ แก่เขา ๒-๓ ดวง  เขาพอใจมาก  และยังบอกราคาของแสตมป์เหล่านั้นได้ทุกดวง  ในเวลาที่เรากำลังคุยกันอยู่นั้น  คุณพ่อทำเป็นอ่านหนังสือพิมพ์อยู่  แต่ที่แท้กำลังฟังคำพูดของเขา  และพอใจใสคำพูดของเขามาก

    ในกระเป๋า ของพนิช เต็มไปด้วยของกระจุกกระจิกต่าง ๆ  เขาเป็นคนช่างคิด  ในเวลาปกติ  เขามักคิดเสียก่อนแล้วจึงทำ  เช่นเดียวกับพ่อค้า  สิ่งที่เขาคิดอยู่เสมอคือการสะสมแสตมป์  ซึ่งนับว่าเป็นสมบัติอันใหญ่ยิ่งของเขาตามปกติเขามักจะพูดถึงเรื่องนี้กับใครเสมอ ๆ ประหนึ่งว่าเขากำลังจะได้ลาภจากดวงตราเหล่านั้น  ทุกคนหาว่าเขาขึ้เหนียวและหน้าเลือด  แต่ข้าพเจ้าไม่เอาใจใส่นัก  ข้าพเจ้าชอบเขามาก  เขาสอนอะไร ๆ ให้ข้าพเจ้าหลายอย่าง ราวกับผู้ใหญ่  อรรถซึ่งเป็นลูกพ่อค้าฟืน  พูดว่า  แม้แสตมป์มีค่าจะช่วยชีวิตมารดาของเขาได้ พนิชก็คงไม่ยอมสละแสตมป์เพื่อช่วยชีวิตมารดาของเขาเป็นแน่  แต่คุณพ่อข้าพเจ้าไม่เชื่อกล่าวว่า

    "อย่าเพิ่งไปลงโทษเขาก่อน  ถึงเขาจะมีนิสัยเช่นนั้น  เขาก็ยังมีหัวใจเหมือนกัน"


(อ่านต่อ บทที่ ๒๔ "ความโอ้อวด")

ไม่มีความคิดเห็น: