ความหยิ่ง
๑๑ กันยายน
วันหนึ่งอั๋นเดินเฉียดสุนทรไป บังเอิญไปกระทบแขนเขาเข้า สุนทรเอามือปัดแขนเสื้อใหญ่ทีเดียว เขาถือว่าพ่อแม่เขามีเงิน จึงหยิ่งมาก พ่อของประดิษฐ์ก็เป็นคนมีเงินเหมือนกัน แต่ประดิษฐ์ไม่เคยเอาเหตุนี้ไปทำหยิ่งกับใครเลย บางครั้งสุนทรคิดจะยึดเก้าอี้ยาวทั้งตัวเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเสียคนเดียว ถ้าใครไปนั่งเข้าเขาก็รังเกียจ เขาเหยียดคนทั่วไป บนริมฝีปากของเขามีรอยยิ้งอย่างเย้ยหยันปรากฎอยู่เสมอ เวลาเดินแถวเรียงสองออกมาจากห้องเรียน ถ้าใครไปเหยียบรองเท้าของเขาเข้า ก็จะเกิดเรื่องใหญ่ ตามปกติแม้เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ มักจะด่าใส่หน้าเอา หรือไม่ก็ขู่ว่าจะบอกให้พ่อเขามาที่โรงเรียน ความจริง ในวันที่เขาด่าลูกคนขายถ่านว่าเป็นขอทานนั้น เขาได้รับบทเรียนอันดีจากพ่อของเขาแล้ว เราไม่เคยเห็นนักเรียนที่น่าเกลียดเช่นนี้เลย ไม่มีใครอยากพูดกับเขา ในเวลาเลิกเรียนก็ไม่มีใครบอกลากับเขาสักคนเดียว ในเวลาที่เขาทำบทเรียนไม่ได้ อย่าว่าแต่คนเลย แม้สุนัขก็ไม่อยากสอนเขา เขาเข้ากับใครไม่ติดทั้งนั้น ประดิษฐ์เป็นคนที่เขาเกลียดที่สุด เพราะประดิษฐ์เป็นหัวหน้าชั้น และเขาเกลียดเสนาะเนื่องด้วยมีคนชอบเสนาะมาก ประดิษฐ์ไม่เอาใจใส่กับเขาเลย แม้เขาจะอยู่ใกล้ๆ และเมื่อมีคนไปบอกเสนาะว่าสุนทรว่าเขาลับหลัง เขาก็ตอบว่า "ความหยิ่งของเขานั้นไม่มีค่าพอที่จะไปตอบแทนด้วย"
วันหนึ่ง สุนทรเห็นอรรถสวมหมวกเก่า ๆ ก็เยาะเย้ยเขาอย่างดูถูก อรรถได้พูดขึ้นว่า
"ขอให้เธอไปเรียน จรรยากับประดิษฐ์เสียสักหน่อยเถิด"
เมื่อวานนี้ สุนทรบอกกับครูว่าเด็กนครราชสีมาคนนั้นเหยียบเท้าของเขา ครูได้บอกเด็กนครราชสีมานั้นว่า "เธอเจตนาหรือเเปล่า?"
"ผมไม่ได้เจตนาเลยขอรับ" เขาบอก แล้วครูก็พูดว่า
"อะไร สุนทร นิดหน่อยเท่านั้นไม่ได้เทียวหรือ"
สุนทรพูดอย่างเอาเรื่องว่า "ผมจะไปบอกกับพ่อของผม"
ครูชักโกรธขึ้นมา จึงว่า "พ่อของเธอก็จะต้องว่าเธอเป็นคนผิด ในโรงเรียนการตัดสินว่าใครถูกใครผิด จะลงโทษหรือให้รางวัลอยู่ในอำนาจของครูเท่านั้น" แล้วก็กล่าวโดยน้ำเสียงอ่อนโยนต่อไปว่า
"สุนทร แต่นี้ไปเธอจะต้องกลับตัวเสียบ้าง จงสุภาพและอ่อนน้อมต่อเพื่อนฝูง เธอเห็นไหม ในที่นี้มีทั้งลูกของกรรมกรและลูกของสุภาพบุรุษ มีทั้งคนจนและคนรวย ทุกคนล้วนรักใคร่กันอย่างพี่น้อง ทำไมเธอจีงไม่เอาอย่างเขาบ้าง? การที่จะทำให้เพื่อนทุกคนชอบเธอนั้นไม่ยาก และการมีเพื่อนชอบรักกันมาก ๆ จะทำให้เธอมีความสุขยิ่งขึ้นอีกด้วย อย่างไร เธอมีอะไรจะพูดอีกไหม?"
สุนทรยังคงยืนฟังด้วยอาการยิ้มเย้ยอยู่ในหน้าอย่างเดิม เมื่อครูถามขึ้นอีก ก็ตอบอย่างชาเย็นว่า
"ไม่มี ไม่มีอะไรขอรับ"
"นั่งลงเถิด ฉันเสียใจด้วย เธอเป็นเด็กที่ไม่มีหัวใจเสียเลย"
เรื่องนี้นับว่าเป็นอันเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่สงวน "ช่างปูนน้อย" ซึ่งนั่งอยู่ข้างหน้าสุนทรนั้น ได้หันหลังมามองดูสุนทร แล้วทำหน้ากระต่ายซึ่งน่าขันอย่างพูดไม่ถูก ทั้งชั้นได้หัวเราะกันขึ้นด้วยเสียงอันดัง ครูเองแม้จะดุว่า "ช่างปูนน้อย" แต่ก็ยังกลั้นยิ้มไม่ค่อยได้ สุนทรหัวเราะเหมือนกัน แต่หัวเราะอย่างเหยเกที่สุด
(อ่านต่อบทที่ ๔๖ "การบาดเจ็บขอบกรรมกร")
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น