วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2564

บทที่ ๔๕ ความหยิ่ง


ความหยิ่ง

๑๑ กันยายน 


วันหนึ่งอั๋นเดินเฉียดสุนทรไป บังเอิญไปกระทบแขนเขาเข้า  สุนทรเอามือปัดแขนเสื้อใหญ่ทีเดียว  เขาถือว่าพ่อแม่เขามีเงิน  จึงหยิ่งมาก พ่อของประดิษฐ์ก็เป็นคนมีเงินเหมือนกัน แต่ประดิษฐ์ไม่เคยเอาเหตุนี้ไปทำหยิ่งกับใครเลย  บางครั้งสุนทรคิดจะยึดเก้าอี้ยาวทั้งตัวเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเสียคนเดียว  ถ้าใครไปนั่งเข้าเขาก็รังเกียจ  เขาเหยียดคนทั่วไป  บนริมฝีปากของเขามีรอยยิ้งอย่างเย้ยหยันปรากฎอยู่เสมอ  เวลาเดินแถวเรียงสองออกมาจากห้องเรียน  ถ้าใครไปเหยียบรองเท้าของเขาเข้า  ก็จะเกิดเรื่องใหญ่  ตามปกติแม้เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ มักจะด่าใส่หน้าเอา  หรือไม่ก็ขู่ว่าจะบอกให้พ่อเขามาที่โรงเรียน  ความจริง  ในวันที่เขาด่าลูกคนขายถ่านว่าเป็นขอทานนั้น  เขาได้รับบทเรียนอันดีจากพ่อของเขาแล้ว  เราไม่เคยเห็นนักเรียนที่น่าเกลียดเช่นนี้เลย  ไม่มีใครอยากพูดกับเขา  ในเวลาเลิกเรียนก็ไม่มีใครบอกลากับเขาสักคนเดียว  ในเวลาที่เขาทำบทเรียนไม่ได้  อย่าว่าแต่คนเลย  แม้สุนัขก็ไม่อยากสอนเขา  เขาเข้ากับใครไม่ติดทั้งนั้น  ประดิษฐ์เป็นคนที่เขาเกลียดที่สุด  เพราะประดิษฐ์เป็นหัวหน้าชั้น  และเขาเกลียดเสนาะเนื่องด้วยมีคนชอบเสนาะมาก  ประดิษฐ์ไม่เอาใจใส่กับเขาเลย  แม้เขาจะอยู่ใกล้ๆ  และเมื่อมีคนไปบอกเสนาะว่าสุนทรว่าเขาลับหลัง  เขาก็ตอบว่า  "ความหยิ่งของเขานั้นไม่มีค่าพอที่จะไปตอบแทนด้วย"

    วันหนึ่ง  สุนทรเห็นอรรถสวมหมวกเก่า ๆ ก็เยาะเย้ยเขาอย่างดูถูก  อรรถได้พูดขึ้นว่า

    "ขอให้เธอไปเรียน  จรรยากับประดิษฐ์เสียสักหน่อยเถิด"

    เมื่อวานนี้  สุนทรบอกกับครูว่าเด็กนครราชสีมาคนนั้นเหยียบเท้าของเขา  ครูได้บอกเด็กนครราชสีมานั้นว่า "เธอเจตนาหรือเเปล่า?"

    "ผมไม่ได้เจตนาเลยขอรับ"  เขาบอก แล้วครูก็พูดว่า

    "อะไร  สุนทร  นิดหน่อยเท่านั้นไม่ได้เทียวหรือ"

    สุนทรพูดอย่างเอาเรื่องว่า  "ผมจะไปบอกกับพ่อของผม"

    ครูชักโกรธขึ้นมา  จึงว่า "พ่อของเธอก็จะต้องว่าเธอเป็นคนผิด  ในโรงเรียนการตัดสินว่าใครถูกใครผิด จะลงโทษหรือให้รางวัลอยู่ในอำนาจของครูเท่านั้น"  แล้วก็กล่าวโดยน้ำเสียงอ่อนโยนต่อไปว่า

    "สุนทร  แต่นี้ไปเธอจะต้องกลับตัวเสียบ้าง  จงสุภาพและอ่อนน้อมต่อเพื่อนฝูง  เธอเห็นไหม  ในที่นี้มีทั้งลูกของกรรมกรและลูกของสุภาพบุรุษ  มีทั้งคนจนและคนรวย  ทุกคนล้วนรักใคร่กันอย่างพี่น้อง  ทำไมเธอจีงไม่เอาอย่างเขาบ้าง?  การที่จะทำให้เพื่อนทุกคนชอบเธอนั้นไม่ยาก  และการมีเพื่อนชอบรักกันมาก ๆ จะทำให้เธอมีความสุขยิ่งขึ้นอีกด้วย  อย่างไร  เธอมีอะไรจะพูดอีกไหม?"

    สุนทรยังคงยืนฟังด้วยอาการยิ้มเย้ยอยู่ในหน้าอย่างเดิม  เมื่อครูถามขึ้นอีก  ก็ตอบอย่างชาเย็นว่า

    "ไม่มี  ไม่มีอะไรขอรับ"

    "นั่งลงเถิด  ฉันเสียใจด้วย เธอเป็นเด็กที่ไม่มีหัวใจเสียเลย"

    เรื่องนี้นับว่าเป็นอันเสร็จสิ้นไปแล้ว  แต่สงวน "ช่างปูนน้อย"  ซึ่งนั่งอยู่ข้างหน้าสุนทรนั้น  ได้หันหลังมามองดูสุนทร  แล้วทำหน้ากระต่ายซึ่งน่าขันอย่างพูดไม่ถูก  ทั้งชั้นได้หัวเราะกันขึ้นด้วยเสียงอันดัง  ครูเองแม้จะดุว่า  "ช่างปูนน้อย"  แต่ก็ยังกลั้นยิ้มไม่ค่อยได้  สุนทรหัวเราะเหมือนกัน แต่หัวเราะอย่างเหยเกที่สุด


(อ่านต่อบทที่ ๔๖ "การบาดเจ็บขอบกรรมกร")

 

ไม่มีความคิดเห็น: