วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2564

บทที่ ๔๖ การบาดเจ็บของกรรมกร



การบาดเจ็บของกรรมกร

๑๕ กันยายน


สุนทรกับแก่นเป็นคู่กันได้ทีเดียว  วันนี้ได้เห็นสภาพอันน่าเศร้าใจเรื่องหนึ่ง  ซึ่งมีแต่เขาสองคนเท่านั้นที่ไม่รู้สึกสลดไปกับพวกเราด้วย  ในขณะที่กลับจากโรงเรียนนั้นข้าพเจ้ากับคุณพ่อกำลังยืนดูนักเรียนชั้นปีที่ ๒ เล่นอะไรกันอยู่  ในทันใดนั้นที่หัวถนนได้มีคนวิ่งมาหมู่หนึ่ง  ใบหน้าของทุก ๆ คนเศร้าสลดและพูดกันด้วยเสียงเบา ๆ มีตำรวจเดินมาด้วย ๓ คน  ข้างหลังมีคนหามเปลสองคน  พวกเด็ก ๆ ได้ล้อมเข้ามาดู  หมู่คนเหล่านั้นได้ค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาทางเรา  ก็เห็นในเปลนั้นมีชายคนหนึ่งผิวพรรณซีดเซียวเหมือนกับคนตายนอนอยู่  ที่ผมเต็มไปด้วยเลือด  ในปากในหูล้วนมีแต่เลือดทั้งนั้น  ผู้หญิงคนหนึ่งอุ้มลูกเดินตามมาข้าง ๆ ร้องราวกับคนบ้าว่า  "ตายแล้ว  ตายแล้ว"

    ข้างหลังของผู้หญิงนั้นมีเด็กชายคนหนึ่งสพายกระเป๋าหนังสือเดินร้องไห้ตามมาด้วย

    "เรื่องอะไรกัน"  คุณพ่อถาม

    ชายคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ เราเล่าว่า  ชายคนนี้เป็นช่างปูน  ได้ตกลงมาจากตึกชั้น ๔ ในเวลาที่กำลังทำงานอยู่  ขณะนั้นคนหามเปลได้หยุดพักลงชั่วคราว  คนที่ยืนอยู่ส่วนมากพากันหันหน้าหนีด้วยความสลดใจ  ครูหญิงคนสวยซึ่งสอนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ ๓  กำลังประคองครูฉวีวรรณ  เพราะครูฉวีวรรณเป็นลมและจะล้มลง  ในขณะนั้นข้าพเจ้ารู้สึกว่ามีมือมาแตะไหล่จึงหันไปดู  เห็นสงวน "ช่างปูนน้อย"  ยืนอยู่หน้าซีดเซียวเหมือนกับผี  ตัวสั่นไปหมด  เขาคงจะนึกถึงพ่อของเขากระมัง  ข้าพเจ้าก็เลยพลอยคิดถึงไปด้วย

    ข้าพเจ้านั้นไม่มีเรื่องส่วนต้วที่จะต้องเป็นห่วง  เพราะขณะที่ข้าพเจ้ามาเรียนหนังสือที่โรงเรียนนั้น คุณพ่อของข้าพเจ้าก็นั่งทำงานอยู่กับโต๊ะในบ้าน  ฉะนั้นจึงไม่มีอันตรายอะไร  แต่เพื่อนส่วนมากหาเป็นเช่นนี้ไม่  พ่อของเขาบ้างก็ทำงานอยู่บนสะพานสูง ๆ บ้างก็ทำงานอยู่หน้าฟังเฟืองเครื่องจักร  ซึ่งถ้าเผลอตัวก้าวผิดไปสักก้าวเดียวก็จะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้  พวกเขเหล่านี้ไม่ผิดกับพวกลูกทหารที่ไปสงครามเลย  ฉะนั้นเมือ "ช่างปูนน้อย"  เห็นสภาพเช่นนี้เข้าจึงตัวสั่นขึ้น  คุณพ่อเข้าใจความรู้สึกของเขา  จึงพูดว่า

    "กลับไปบ้านเสียเถิด สงวน  พ่อเธอไม่เป็นอะไร  กับเขาด้วยหรอก  กลับไปเร็ว ๆ ไป๊"

    "ช่างปูนน้อย"  เดินไปช้า ๆ ทีละก้าว  และหันหลังมามองบ่อย ๆ หมู่คนได้เคลื่อนต่อไปอีก  หญิงนั้นได้ร้องด้วยเสียงที่เสียดแทงเข้าในหัวของเราว่า "ตายแล้ว  ตายแล้ เขาตายแล้ว โธ่เอ๋ย"

    "เปล่า  เขาไม่ตายหรอก"  คนที่อยู่รอบข้างปลอบโยน  แต่แกก็ไม่ฟังเสียง  ได้แต่ร้องไห้และทึ้งผมไปตลอดทาง

    ในขณะนั้น  ได้มีเสียงดุ ๆ ดังขึ้นข้าง ๆ ข้าพเจ้าว่า

    "อะไรกัน  เธอหัวเราะหรือ?"

    เมื่อหันไปดู  ก็เห็นสุภาพบุรุษผู้หนึ่ง  จ้องมองไปทางแก่น  และเอาไม้เท้าปัดหมวกของแก่นตกลงไปที่ดินแล้วว่า

    "ถอดหมวก  เลวจริงเธอ  ในขณะที่คนที่ต้องบาดเจ็บเพราะทำงานกำลังผ่านมา  เจ้าต้องถอดหมวก รู้ไหม?"

    เมื่อหมู่คนผ่านไปแล้ว  ปรากฎรอบโลหิตหยดอยู่บนถนนเป็นทางยาว


(อ่านต่อบทที่ ๔๗ "นักโทษ")

     

ไม่มีความคิดเห็น: