๑๕ กันยายน
สุนทรกับแก่นเป็นคู่กันได้ทีเดียว วันนี้ได้เห็นสภาพอันน่าเศร้าใจเรื่องหนึ่ง ซึ่งมีแต่เขาสองคนเท่านั้นที่ไม่รู้สึกสลดไปกับพวกเราด้วย ในขณะที่กลับจากโรงเรียนนั้นข้าพเจ้ากับคุณพ่อกำลังยืนดูนักเรียนชั้นปีที่ ๒ เล่นอะไรกันอยู่ ในทันใดนั้นที่หัวถนนได้มีคนวิ่งมาหมู่หนึ่ง ใบหน้าของทุก ๆ คนเศร้าสลดและพูดกันด้วยเสียงเบา ๆ มีตำรวจเดินมาด้วย ๓ คน ข้างหลังมีคนหามเปลสองคน พวกเด็ก ๆ ได้ล้อมเข้ามาดู หมู่คนเหล่านั้นได้ค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาทางเรา ก็เห็นในเปลนั้นมีชายคนหนึ่งผิวพรรณซีดเซียวเหมือนกับคนตายนอนอยู่ ที่ผมเต็มไปด้วยเลือด ในปากในหูล้วนมีแต่เลือดทั้งนั้น ผู้หญิงคนหนึ่งอุ้มลูกเดินตามมาข้าง ๆ ร้องราวกับคนบ้าว่า "ตายแล้ว ตายแล้ว"
ข้างหลังของผู้หญิงนั้นมีเด็กชายคนหนึ่งสพายกระเป๋าหนังสือเดินร้องไห้ตามมาด้วย
"เรื่องอะไรกัน" คุณพ่อถาม
ชายคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ เราเล่าว่า ชายคนนี้เป็นช่างปูน ได้ตกลงมาจากตึกชั้น ๔ ในเวลาที่กำลังทำงานอยู่ ขณะนั้นคนหามเปลได้หยุดพักลงชั่วคราว คนที่ยืนอยู่ส่วนมากพากันหันหน้าหนีด้วยความสลดใจ ครูหญิงคนสวยซึ่งสอนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ ๓ กำลังประคองครูฉวีวรรณ เพราะครูฉวีวรรณเป็นลมและจะล้มลง ในขณะนั้นข้าพเจ้ารู้สึกว่ามีมือมาแตะไหล่จึงหันไปดู เห็นสงวน "ช่างปูนน้อย" ยืนอยู่หน้าซีดเซียวเหมือนกับผี ตัวสั่นไปหมด เขาคงจะนึกถึงพ่อของเขากระมัง ข้าพเจ้าก็เลยพลอยคิดถึงไปด้วย
ข้าพเจ้านั้นไม่มีเรื่องส่วนต้วที่จะต้องเป็นห่วง เพราะขณะที่ข้าพเจ้ามาเรียนหนังสือที่โรงเรียนนั้น คุณพ่อของข้าพเจ้าก็นั่งทำงานอยู่กับโต๊ะในบ้าน ฉะนั้นจึงไม่มีอันตรายอะไร แต่เพื่อนส่วนมากหาเป็นเช่นนี้ไม่ พ่อของเขาบ้างก็ทำงานอยู่บนสะพานสูง ๆ บ้างก็ทำงานอยู่หน้าฟังเฟืองเครื่องจักร ซึ่งถ้าเผลอตัวก้าวผิดไปสักก้าวเดียวก็จะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ พวกเขเหล่านี้ไม่ผิดกับพวกลูกทหารที่ไปสงครามเลย ฉะนั้นเมือ "ช่างปูนน้อย" เห็นสภาพเช่นนี้เข้าจึงตัวสั่นขึ้น คุณพ่อเข้าใจความรู้สึกของเขา จึงพูดว่า
"กลับไปบ้านเสียเถิด สงวน พ่อเธอไม่เป็นอะไร กับเขาด้วยหรอก กลับไปเร็ว ๆ ไป๊"
"ช่างปูนน้อย" เดินไปช้า ๆ ทีละก้าว และหันหลังมามองบ่อย ๆ หมู่คนได้เคลื่อนต่อไปอีก หญิงนั้นได้ร้องด้วยเสียงที่เสียดแทงเข้าในหัวของเราว่า "ตายแล้ว ตายแล้ เขาตายแล้ว โธ่เอ๋ย"
"เปล่า เขาไม่ตายหรอก" คนที่อยู่รอบข้างปลอบโยน แต่แกก็ไม่ฟังเสียง ได้แต่ร้องไห้และทึ้งผมไปตลอดทาง
ในขณะนั้น ได้มีเสียงดุ ๆ ดังขึ้นข้าง ๆ ข้าพเจ้าว่า
"อะไรกัน เธอหัวเราะหรือ?"
เมื่อหันไปดู ก็เห็นสุภาพบุรุษผู้หนึ่ง จ้องมองไปทางแก่น และเอาไม้เท้าปัดหมวกของแก่นตกลงไปที่ดินแล้วว่า
"ถอดหมวก เลวจริงเธอ ในขณะที่คนที่ต้องบาดเจ็บเพราะทำงานกำลังผ่านมา เจ้าต้องถอดหมวก รู้ไหม?"
เมื่อหมู่คนผ่านไปแล้ว ปรากฎรอบโลหิตหยดอยู่บนถนนเป็นทางยาว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น