นักโทษ
๑๗ กันยายน
เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดที่สุดในปีนี้ เมื่อเช้าวานนี้ คุณพ่อพาข้าพเจ้าไปหาชายผู้หนึ่งเพื่อจะไปตกลงในเรื่องบ้านเช่าที่เราจะไปพักตากอากาศ คนที่เราไปหานั้นเป็นครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง เขาได้เชิญเราไปนั่งคุยที่บ้านเขา ที่บนโต๊ะของเขามีกระปุกหมึกไม้อันหนึ่งสลักเป็นลวดลายอย่างแปลกประหลาด คุณพ่อมองดูอย่างเอาใจใส่ ครูนั้นเลยกล่าวว่า
"กระปุกหมึกนี้เป็นของผม และมีประวัติอย่างยืดยาวทีเดียว" แล้วเขาก็เล่าประวัติของมันให้เราฟังมีข้อความว่า
"เมื่อหลายปีก่อน ครูผู้นี้ได้เคยเข้าไปสอนหนังสือให้พวกนักโทษในเรือนจำ เรือนจำนี้ก่อสร้างเป็นวงกลมรอบข้างมีหน้าต่างทีเล็กและสูง ซึ่งใช้ท่อนเหล็กขัดไว้เป็นลูกกรง ภายในหน้าต่างเหล่านั้นเป็นห้องเล็ก ๆ ซึ่งเป็นที่คุมนักโทษ นักโทษทุกคนต่างยืนอยู่ในห้องของตนฟังการสอนจากทางหน้าต่างนั้น ส่วนครูก็ทำการสอนโดยเดินไปเดินมา ในห้องมืดมาก นอกจากหน้าตาอันเต็มไปด้วยหนวดเคราขอนักโทษแล้ว ก็มองไม่เห็นอะไรอีกเลย ในเหล่านักโทษนั้นมีนักโทษเลขที่ ๗๘ เอาใจใส่ต่อการเรียนกว่าคนอื่น ๆ เขาเรียนอย่างจริงจัง และมองดูครูด้วยสายตาอันแสดงความนับถือและกตัญญู เป็นชายหนุ่มที่มีหนวดดกดำ ลักษณะของเขาดูจะเป็นคนเคราะห์ร้ายมากกว่าชั่วร้าย เดิมเขาเป็นช่างไม้ วันหนึ่งหัวหน้างานได้ด่าว่าเขาอย่างรุนแรง จนเขาบันดาลโทสะขึ้นมา ได้เอาสิ่งขว้างไป บังเอิญไปถูกที่หัวเป็นขาดแผลสาหัสและได้ถึงแก่ความตายเพราะขาดแผลนั้น เหตุนี้จึงต้องโทษจำคุกหลายปี
ภายใน ๓ เดือน นักโทษผู้นี้ได้เรียนจนอ่านออกและเขียนได้ดี วันหนึ่ง ๆ ตั้งหน้าแต่เรียนอย่างเดียว ความรู้ก็ดีขึ้น และนิสัยก็เปลี่ยนดีขึ้นเป็นอันมาก เขาได้รู้สึกในความผิดของตน และนึกเสียใจมาก วันหนึ่งเมื่อเสร็จการเรียนแล้ว นักโทษคนนั้นได้กวักมือมาทางครูเชิญให้ครูไปหาเขา แล้วพูดว่า รุ่งขึ้นเขาจะต้องย้ายไปจากเรือนจำนั้นแล้ว จะถูกส่งไปยังเรือนจำมหันตโทษ เขาจึงขอลาครู และใช้น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพ ขอร้องให้เขาได้จับมือครูสักทีหนึ่ง ครูได้ยื่นมือให้ เขาจูบมือนั้นแล้วว่า "ขอบคุณ" เมื่อครูหดมือกลับมาก็ปรากฎว่าที่มือนั้นเต็มไปด้วยน้ำตา และต่อนั้นมาครูก็ไม่ได้เห็นเขาอีกเลย
ครูได้เล่าต่อไปอีกว่า
"แต่นั้นมาอีก ๖ ปี ผมเกือบลืมคนเคราะหร้ายนี้แล้ว มาเมื่อสองสามวันก่อนนี้ ได้มีชายแปลกหน้ามาหาผมที่นี่คนหนึ่ง หนวดดกดำ ผมหงอกประปราย เครื่องนุ่งห่มขะมุกขะมอมเต็มที ได้ถามผมว่า
"ท่านคือครูจำรัสใช่ไหม?"
"ท่านคือใครเล่า?" ผมย้อนถามเขา
"ผมคือนักโทษเลขที่ ๗๘ เมื่อ ๖ ปีก่อนได้รับความกรุณาจากคุณครูสอนหนังสือให้ผมจนอ่านเขียนได้ คุณครูยังคงจำได้เป็นแน่ว่า ในวันสุดท้ายที่ครูสอนพวกเรานั้น ครูได้ให้ผมจับมือครั้งหนึ่ง บัดนี้ผมได้พ้นโทษออกมาแล้ว วันนี้จึงมาเยี่ยมคุณครู และขอมอบของที่ระลึกไว้แก่ครูอย่างหนึ่ง ขอคุณครูโปรดรับเอาไว้ เพื่อเป็นที่ระลึกของผมด้วยเถิด"
ผมไม่ได้พูดอะไร เขาเข้าใจว่าผมจะไม่ยอมรับของขวัญนั้น เขาจึงจ้องมองดูผมเหมือนหนึ่งจะว่า
"การต้องติดคุกมาตั้ง ๖ ปีนั้น ยังไม่พอที่จะล้างความสกปรกของมือผมอีกหรือ?"
นัยน์ตาของเข่ส่อให้เห็นความปวดร้าวในหัวใจ ผมจึงยื่นมือไปรับ และของนั้นก็คือกระปุกหมึกนี้เอง"
เรามองดูกระปุกนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ ดูเหมือนสลักด้วยปลายตะปูแหลม ๆ ซึ่งไม่รู้ว่าจะต้องสิ้นเวลานานสักเท่าไร ที่ฝาสลักเป็นปากกาวางพาดอยู่บนสมุดรอบข้างแกะเป็นตัวหนังสือว่า "มอบแด่คุณครูที่ระลึกของเลขที่ ๗๘ หกปี" และข้างล่างสลักเป็นตัวหนังสือตัวเล็ก ๆ ว่า "เรียนและหวัง"
ครูไม่ได้พูดอะไรต่อไป เราจึงลากลับมาบ้าน ในระหว่างทาง ข้าพเจ้าได้พยายามคิดถึงสภาพของนักโทษที่ยืนอยู่ที่หน้าต่างในเรือนจำนั้น ลักษณะในการลาจากครู ตลอดจนการทำกระปุกหมึกในเรือนจำ เมื่อคืนวานนี้เลยฝันถึงเรื่องนี้ รุ่งเช้าก็ยังคงคิดถึงเรื่องนี้อยู่เสมอ
วันนี้ไปโรงเรียนได้รู้เรื่องที่เกินคาดหมายอีก ข้าพเจ้าย้ายไปนั่งอยู่ข้างประดิษฐ์ พอทำเลขเสร็จแล้วก็เล่าเรื่องกระปุกหมึกนั้นให้ประดิษฐ์ฟัง ตลอดจนรูปปากกาวางพาดบนหนังสือที่แกะบนกระปุกหมึก และลายสลักเป็นตัวหนังสือรอบ ๆ มัน "หกปี" เมื่อประดิษฐ์ได้ฟังคำบอกนี้แล้วถึงกับสะดุ้ง มองดูหน้าข้าพเจ้าแล้วหันไปมองดูซุ่นหลีลูกหญิงขายผัก ผู้นั่งอยู่ข้างหน้าเรา หันหลังมาทางเรากำลังใช้หัวคิดทำเลขอย่างเต็มที่ ประดิษฐ์จับแขนข้าพเจ้ากระตุก พูดเสียงเบา ๆ ว่า
"อย่าเอ็ดไป เธอไม่รู้หรือ เมื่อวานซืนนี้ซุ่นหลีได้เล่าให้ฉันฟังว่า เขาได้เห็นกระปุกหมึกใบหนึ่งที่พ่อเขาสลักไว้ตั้งแต่อยู่เมืองจีน เป็นกระปุกหมึกกลมทำด้วยมือข้างบนสลักเป็นรูปปากกาวางพาดอยู่บนสมุด เห็นจะเป็นอันนั้นแน่ซุ่นหลีว่าพ่อเขาไปเมืองจีน ความจริงคงจะอยู่ในเรือนจำ ในเวลาที่พ่อเขาต้องโทษนั้นเขายังเล็กอยู่ ฉะนั้นจึงไม่รู้เรื่อง แม่เขาก็คงจะปิดบังเขาเป็นแน่ เขาจึงไม่รู้อะไรเลย อย่าให้เขารู้ระแคะระคายอะไรได้เทียวนะ"
ข้าพเจ้าเลยพูดไม่ออก ได้แต่จ้องมองดูซุ่นหลีเลยอยู่ ในขณะนั้นประดิษฐ์ได้ทำเลขของเขาเสร็จแล้วและส่งไปให้ซุ่นหลีทางใต้โต๊ะ พร้อมด้วยกระดาษแผ่นหนึ่ง แล้วก็รับต้นร่างการสนทนาประจำเพือนเรื่อง "บุรุษพยายาลของคุณพ่อ" ซึ่งครูให้ซุ่นหลีคัดมาจากมือซุ่นหลีว่าจะเขียนแทนให้ และยังให้ปากกาตัวหนึ่งแก่เขาด้วย และประดิษฐ์ได้ให้ข้าพเจ้าสัญญาว่า เรื่องที่ข้าพเจ้าเล่าให้เขาฟังนี้ เราจะรักษาไว้เป็นความลับ และพอโรงเรียนเลิก ประดิษฐ์ได้บอกกับข้าพเจ้าว่า
"เมื่อวานนี้ พ่อของซุ่นหลีได้มารับลูกของเขา วันนี้ก็คงมาอีก ฉันทำอย่างไรละก็ทำตามฉันนะ"
พอเราออกไปถึงถนนใหญ่ ก็เห็นพ่อของซุ่นหลียืนอยู่ที่ข้างถนน หนวดดำ ผมหงอกประปรายสวมเสื้อผ้าอย่างเลว ๆ ใบหน้าอันไม่มีราศีนั้น ดูหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ ประดิษฐ์เข้าไปจับมือซึ่งหลีแล้วพูดโดยเสียงดังว่า
"ซุ่นหลีลาละ" พูดแล้วก็เอามือเชยคางซุ่นหลีเบา ๆ ข้าพเจข้าก็เลยทำตามอย่าง
แต่ในขณะนั้น ข้าพเจ้ากับประดิษฐ์ พากันหน้าแดง พ่อของซุ่นหลีมองดูเราด้วยความกรุณา แต่ในสายได้ปรากฎแววแห่งความสงสัยเล็กน้อย ทำให้เรารู้สึกเหมือนกับมีน้ำเย็นมาราดลงบนอกในยามร้อนฉะนั้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น