วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564

บทที่ ๔๗ นักโทษ


นักโทษ

๑๗ กันยายน


เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดที่สุดในปีนี้  เมื่อเช้าวานนี้  คุณพ่อพาข้าพเจ้าไปหาชายผู้หนึ่งเพื่อจะไปตกลงในเรื่องบ้านเช่าที่เราจะไปพักตากอากาศ  คนที่เราไปหานั้นเป็นครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง  เขาได้เชิญเราไปนั่งคุยที่บ้านเขา  ที่บนโต๊ะของเขามีกระปุกหมึกไม้อันหนึ่งสลักเป็นลวดลายอย่างแปลกประหลาด  คุณพ่อมองดูอย่างเอาใจใส่  ครูนั้นเลยกล่าวว่า

    "กระปุกหมึกนี้เป็นของผม  และมีประวัติอย่างยืดยาวทีเดียว"  แล้วเขาก็เล่าประวัติของมันให้เราฟังมีข้อความว่า

    "เมื่อหลายปีก่อน  ครูผู้นี้ได้เคยเข้าไปสอนหนังสือให้พวกนักโทษในเรือนจำ  เรือนจำนี้ก่อสร้างเป็นวงกลมรอบข้างมีหน้าต่างทีเล็กและสูง  ซึ่งใช้ท่อนเหล็กขัดไว้เป็นลูกกรง  ภายในหน้าต่างเหล่านั้นเป็นห้องเล็ก ๆ ซึ่งเป็นที่คุมนักโทษ  นักโทษทุกคนต่างยืนอยู่ในห้องของตนฟังการสอนจากทางหน้าต่างนั้น  ส่วนครูก็ทำการสอนโดยเดินไปเดินมา  ในห้องมืดมาก นอกจากหน้าตาอันเต็มไปด้วยหนวดเคราขอนักโทษแล้ว  ก็มองไม่เห็นอะไรอีกเลย  ในเหล่านักโทษนั้นมีนักโทษเลขที่ ๗๘  เอาใจใส่ต่อการเรียนกว่าคนอื่น ๆ เขาเรียนอย่างจริงจัง  และมองดูครูด้วยสายตาอันแสดงความนับถือและกตัญญู  เป็นชายหนุ่มที่มีหนวดดกดำ  ลักษณะของเขาดูจะเป็นคนเคราะห์ร้ายมากกว่าชั่วร้าย  เดิมเขาเป็นช่างไม้     วันหนึ่งหัวหน้างานได้ด่าว่าเขาอย่างรุนแรง  จนเขาบันดาลโทสะขึ้นมา  ได้เอาสิ่งขว้างไป  บังเอิญไปถูกที่หัวเป็นขาดแผลสาหัสและได้ถึงแก่ความตายเพราะขาดแผลนั้น  เหตุนี้จึงต้องโทษจำคุกหลายปี

    ภายใน ๓ เดือน  นักโทษผู้นี้ได้เรียนจนอ่านออกและเขียนได้ดี  วันหนึ่ง ๆ ตั้งหน้าแต่เรียนอย่างเดียว  ความรู้ก็ดีขึ้น  และนิสัยก็เปลี่ยนดีขึ้นเป็นอันมาก  เขาได้รู้สึกในความผิดของตน  และนึกเสียใจมาก  วันหนึ่งเมื่อเสร็จการเรียนแล้ว  นักโทษคนนั้นได้กวักมือมาทางครูเชิญให้ครูไปหาเขา  แล้วพูดว่า  รุ่งขึ้นเขาจะต้องย้ายไปจากเรือนจำนั้นแล้ว  จะถูกส่งไปยังเรือนจำมหันตโทษ  เขาจึงขอลาครู  และใช้น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพ  ขอร้องให้เขาได้จับมือครูสักทีหนึ่ง  ครูได้ยื่นมือให้  เขาจูบมือนั้นแล้วว่า  "ขอบคุณ"  เมื่อครูหดมือกลับมาก็ปรากฎว่าที่มือนั้นเต็มไปด้วยน้ำตา  และต่อนั้นมาครูก็ไม่ได้เห็นเขาอีกเลย

    ครูได้เล่าต่อไปอีกว่า

    "แต่นั้นมาอีก ๖ ปี  ผมเกือบลืมคนเคราะหร้ายนี้แล้ว  มาเมื่อสองสามวันก่อนนี้  ได้มีชายแปลกหน้ามาหาผมที่นี่คนหนึ่ง  หนวดดกดำ  ผมหงอกประปราย  เครื่องนุ่งห่มขะมุกขะมอมเต็มที  ได้ถามผมว่า

    "ท่านคือครูจำรัสใช่ไหม?"

    "ท่านคือใครเล่า?"  ผมย้อนถามเขา

    "ผมคือนักโทษเลขที่ ๗๘ เมื่อ ๖ ปีก่อนได้รับความกรุณาจากคุณครูสอนหนังสือให้ผมจนอ่านเขียนได้  คุณครูยังคงจำได้เป็นแน่ว่า  ในวันสุดท้ายที่ครูสอนพวกเรานั้น  ครูได้ให้ผมจับมือครั้งหนึ่ง  บัดนี้ผมได้พ้นโทษออกมาแล้ว  วันนี้จึงมาเยี่ยมคุณครู  และขอมอบของที่ระลึกไว้แก่ครูอย่างหนึ่ง  ขอคุณครูโปรดรับเอาไว้  เพื่อเป็นที่ระลึกของผมด้วยเถิด"

    ผมไม่ได้พูดอะไร  เขาเข้าใจว่าผมจะไม่ยอมรับของขวัญนั้น  เขาจึงจ้องมองดูผมเหมือนหนึ่งจะว่า

    "การต้องติดคุกมาตั้ง ๖ ปีนั้น  ยังไม่พอที่จะล้างความสกปรกของมือผมอีกหรือ?"

    นัยน์ตาของเข่ส่อให้เห็นความปวดร้าวในหัวใจ  ผมจึงยื่นมือไปรับ  และของนั้นก็คือกระปุกหมึกนี้เอง"

    เรามองดูกระปุกนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์  ดูเหมือนสลักด้วยปลายตะปูแหลม ๆ  ซึ่งไม่รู้ว่าจะต้องสิ้นเวลานานสักเท่าไร  ที่ฝาสลักเป็นปากกาวางพาดอยู่บนสมุดรอบข้างแกะเป็นตัวหนังสือว่า  "มอบแด่คุณครูที่ระลึกของเลขที่ ๗๘ หกปี"  และข้างล่างสลักเป็นตัวหนังสือตัวเล็ก ๆ ว่า "เรียนและหวัง"

    ครูไม่ได้พูดอะไรต่อไป  เราจึงลากลับมาบ้าน  ในระหว่างทาง  ข้าพเจ้าได้พยายามคิดถึงสภาพของนักโทษที่ยืนอยู่ที่หน้าต่างในเรือนจำนั้น  ลักษณะในการลาจากครู  ตลอดจนการทำกระปุกหมึกในเรือนจำ  เมื่อคืนวานนี้เลยฝันถึงเรื่องนี้  รุ่งเช้าก็ยังคงคิดถึงเรื่องนี้อยู่เสมอ

    วันนี้ไปโรงเรียนได้รู้เรื่องที่เกินคาดหมายอีก  ข้าพเจ้าย้ายไปนั่งอยู่ข้างประดิษฐ์  พอทำเลขเสร็จแล้วก็เล่าเรื่องกระปุกหมึกนั้นให้ประดิษฐ์ฟัง  ตลอดจนรูปปากกาวางพาดบนหนังสือที่แกะบนกระปุกหมึก  และลายสลักเป็นตัวหนังสือรอบ ๆ มัน  "หกปี"  เมื่อประดิษฐ์ได้ฟังคำบอกนี้แล้วถึงกับสะดุ้ง  มองดูหน้าข้าพเจ้าแล้วหันไปมองดูซุ่นหลีลูกหญิงขายผัก  ผู้นั่งอยู่ข้างหน้าเรา  หันหลังมาทางเรากำลังใช้หัวคิดทำเลขอย่างเต็มที่  ประดิษฐ์จับแขนข้าพเจ้ากระตุก  พูดเสียงเบา ๆ ว่า

    "อย่าเอ็ดไป  เธอไม่รู้หรือ  เมื่อวานซืนนี้ซุ่นหลีได้เล่าให้ฉันฟังว่า  เขาได้เห็นกระปุกหมึกใบหนึ่งที่พ่อเขาสลักไว้ตั้งแต่อยู่เมืองจีน  เป็นกระปุกหมึกกลมทำด้วยมือข้างบนสลักเป็นรูปปากกาวางพาดอยู่บนสมุด  เห็นจะเป็นอันนั้นแน่ซุ่นหลีว่าพ่อเขาไปเมืองจีน  ความจริงคงจะอยู่ในเรือนจำ  ในเวลาที่พ่อเขาต้องโทษนั้นเขายังเล็กอยู่  ฉะนั้นจึงไม่รู้เรื่อง  แม่เขาก็คงจะปิดบังเขาเป็นแน่  เขาจึงไม่รู้อะไรเลย  อย่าให้เขารู้ระแคะระคายอะไรได้เทียวนะ"

    ข้าพเจ้าเลยพูดไม่ออก  ได้แต่จ้องมองดูซุ่นหลีเลยอยู่  ในขณะนั้นประดิษฐ์ได้ทำเลขของเขาเสร็จแล้วและส่งไปให้ซุ่นหลีทางใต้โต๊ะ  พร้อมด้วยกระดาษแผ่นหนึ่ง แล้วก็รับต้นร่างการสนทนาประจำเพือนเรื่อง  "บุรุษพยายาลของคุณพ่อ"  ซึ่งครูให้ซุ่นหลีคัดมาจากมือซุ่นหลีว่าจะเขียนแทนให้  และยังให้ปากกาตัวหนึ่งแก่เขาด้วย  และประดิษฐ์ได้ให้ข้าพเจ้าสัญญาว่า  เรื่องที่ข้าพเจ้าเล่าให้เขาฟังนี้  เราจะรักษาไว้เป็นความลับ  และพอโรงเรียนเลิก  ประดิษฐ์ได้บอกกับข้าพเจ้าว่า

    "เมื่อวานนี้  พ่อของซุ่นหลีได้มารับลูกของเขา  วันนี้ก็คงมาอีก  ฉันทำอย่างไรละก็ทำตามฉันนะ"

    พอเราออกไปถึงถนนใหญ่  ก็เห็นพ่อของซุ่นหลียืนอยู่ที่ข้างถนน  หนวดดำ  ผมหงอกประปรายสวมเสื้อผ้าอย่างเลว  ๆ  ใบหน้าอันไม่มีราศีนั้น  ดูหมือนกำลังคิดอะไรอยู่  ประดิษฐ์เข้าไปจับมือซึ่งหลีแล้วพูดโดยเสียงดังว่า

    "ซุ่นหลีลาละ"  พูดแล้วก็เอามือเชยคางซุ่นหลีเบา ๆ ข้าพเจข้าก็เลยทำตามอย่าง    

    แต่ในขณะนั้น  ข้าพเจ้ากับประดิษฐ์ พากันหน้าแดง  พ่อของซุ่นหลีมองดูเราด้วยความกรุณา  แต่ในสายได้ปรากฎแววแห่งความสงสัยเล็กน้อย  ทำให้เรารู้สึกเหมือนกับมีน้ำเย็นมาราดลงบนอกในยามร้อนฉะนั้น


(อ่านต่อบทที่ ๔๘ "บุรุษพยาบาลของคุณพ่อ")

ไม่มีความคิดเห็น: