อัฐเพื่อนเรา
๑๓ มิถุนายน
วันนี้คุณแม่ได้ยกโทษให้ข้าพเจ้าแล้ว แต่ใจคอยังหดหู่อยู่ คุณแม่อนุญาตให้ข้าพเจ้าออกไปเดินเล่นนอกบ้าน ข้าพเจ้าเดินเล่นตามริมคลองกับลูกของคนเฝ้าประตู เดินไปได้สักครึ่งทาง เห็นเรือลำหนึ่งจอดอยู่ตรงหน้าร้านแห่งหนึ่ง ขณะนั้นได้ยินเสียงเรียกชื่อ ข้าพเจ้าจึงหันไปดู ก็เห็นอัฐเพื่อนนักเรียนของเรานั่นเอง สวมเสื้อสีน้ำตาลเหงื่อไหลโทรมตัว กำลังขนฟืนที่คนที่ยืนอยู่ในเรือโยนขึ้นมาบนบก ไปกองไว้ที่หน้าบ้านของเขาอย่างว่องไว
"อัฐ เธอกำลังทำอะไร" ข้าพเจ้าถาม
"ไม่เห็นหรือ" เขาหยิบฟืนขึ้นใส่บ่า แล้วตอบว่า "ฉันกำลังท่องบทเรียนของฉันอยู่ทีเดียว"
ข้าพเจ้าหัวเราะ แต่อัฐก็คงตั้งหน้าท่องไปอย่างจริงจัง "สามานยนาม คือคำนามที่เป็นชื่อทั่วไปเช่น คน บ้าน เมือง ใจ ลม" ท่องพลางหอบฟืนไปพลาง เมื่อวางฟืนลงและกองเสร็จแล้วก็ท่องต่อไปอีก "ซึ่งใช้เรียกได้ทั่วไป" แล้วเดินกลับมาขนฟืนอีก ปากก็ท่องเรื่อยไป "ไม่จำกัดเฉพาะลงไปว่า คนนี้ ตัวนี้ ฯลฯ"
นี่เป็นการทวนไวยากรณ์สำหรับวันพรุ่งนี้ "วิธีนี้เป็นยังไง" เข่าว่า "พ่อไปธุระ แม่ก็นอนป่วยอยู่ในบ้าน ฉันต้องขนฟืนพลาง ท่องไวยากรณ์ไปพลาง ไวยากรณ์วันนี้ยากเหลือเกิน จำไม่ค่อยจะได้เลย - พ่อบอกว่า ๗ โมงจะกลับแล้วจะชำระเงินให้" เขากล่าวกับคนเรือบรรทุกฟืนนั้น
เรือบรรทุกฟืนถอยไปแล้วอัฐก็พูดว่า "เชิญเข้ามาข้างในก่อนซิ" เราพากันเข้าไปในนั้น ร้านกว้างมาก เต็มไปด้วยกองฟืน
"วันนี้เป็นวันที่ยุ่งมาก เป็นความจริงทีเดียวฉันแทบไม่มีเวลาว่างเสียเลย กำลังคิดจะทำเรียงความ แขกก็มา พอแขกไป จับปากกาจะเขียนเรือบรรทุกฟืนก็มาพอดี วันนี้ไปตลาดฟืนสองเที่ยวปวดขาจนเกือบยืนไม่อยู่ มือก็แข็ง ถ้าจะวาดรูปคงทำไม่ได้ดีเป็นแน่" เมื่อกล่าวจบก็เอาไม้กวาดไปเที่ยวกวาดใบไม้แห้งและเศษฟืนซึ่งเกลื่อนกลาดอยู่จนสะอาด
"อัฐ เธอทำการบ้านที่ตรงไหน" ข้าพเจ้าถาม
"ไม่ใช่ที่นี่ เข้ามาดูซิ" เขาพาข้าพเจ้าเข้าไปในห้องเล็กหลังร้าน ซคึ่งเป็นห้องครัวและห้องรับประทานอาหาร บนโต๊ะที่มุมห้องเต็มไปด้วยหนังสือและสมุด กับมีร่างเรียงความซึ่งได้ลงมือไปบ้างแล้วอยู่ด้วย "อยู่นี่ยังไงล่ะ เรื่องที่สองยังทำไม่เสร็จเลย เครื่องใช้ที่ทำด้วยหนังมีรองเท้า เข็มขัด และ - เอ๊ะ อ้อ - และกระเป๋าเดินทาง" เขาจับปากกาและเติม "กระเป๋าเดินทาง" ลงไปอย่างบรรจง
"มีใครบ้าง?" เสียงร้องเรียกมาแต่ข้างนอก ผู้หญิงคนหนึ่งมาซื้อฟืน อัฐร้องออกไปว่า "เชิญเข้ามาซิจ๊ะ" เขากระโดดออกไปมัดฟืนรับสตางค์แล้วก็จดลงบัญชี อันปกปรกที่มุมห้องแล้วก็กลับมาใหม่ว่า "จะต้องทำข้อนี้เสียให้เสร็จเร็ว ๆ ให้จงได้" พูดแล้วก็จับปากกาเขียนต่อไป "กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าของทหาร อ้าวข้าวต้มเดือดแล้ว" เขาร้องแล้วก็วิ่งไปยกหม้อข้าวต้มลงจากเตาไฟ "นี่เป็นข้าวต้มของแม่" ฉันหัดต้มข้าวจนเป็นแล้ว รอเดี๋ยวเอาข้าวต้มไปให้แม่ด้วยกัน แม่คงดีใจเป็นแน่ในสัปดาห์นี้ แม่นอนแซ่วอยู่ตลอดเวลา"
เราเปิดประตูเข้าไปในห้องเล็กที่แม่ของอัฐกำลังนอนอยู่บนเตียงใหญ่ ที่ศีรษะโพกผ้าขาว
"นี่ข้าวต้มจ้ะแม่" อัฐบอก "และนี่เพื่อนนักเรียน เขาเยี่ยมแม่จ้ะ แม่จ๋า"
"อ้อหนู มาเยี่ยมฉันหรือ?" แม่ของอัฐมองดูเราแล้วพูด อัฐจัดหมอนให้แม่เขาเรียบร้อยแล้วก็ดึงผ้าห่มคลุมให้ใหม่ แล้วก็ไล่แมวที่นอนอยู่บนหีบออกไป
"แม่ ไม่เอาข้าวต้มอีกหรือ?" อัฐพูดแล้วรับชามข้าวต้มจากมือมารดา "กินยาแล้วหรือยังแม่จ๋า ถ้าหมดฉันจะไปที่ร้านขายยาอีก ฟืนเอาขึ้นเสร็จแล้วจ้ะแม่ พอ ๔ โมง ฉันจะต้มเนื้อตามที่แม่สั่ง ถ้าคนขายผักเดินผ่านมาฉันจะเอาสตางค์ให้เขา ๘ สตางค์ ก็เสร็จเรื่องทุก ๆ อย่างได้ทำสำเร็จเรียบร้อยหมดแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก แม่จ๋า"
"ดีที่มีเจ้า ไปเถิด ช่างรอบคอบดีเหลือเกิน" เมื่อแม่เขากล่าวดังนี้แล้ว ก็บอกให้เราหยิบขนมในโหลมากินกัน อัฐชี้รูปพ่อของเขาให้เราดู พ่อเขาแต่งเครื่องแบบทหาร ที่หน้าอกประดับเหรียฐกล้าหาญ ได้ยินว่าได้มาแต่คราวมหาสงคราม เค้าหน้าเหมือนอัฐไม่มีผิดเลย นัยน์ตาเป็นประกาย หน้ายิ้มอย่างร่าเริง
พวกเรากลับมาที่ห้องครัวนั้นอีก "นึกได้แล้ว" อัฐว่าแล้วก็เขียนเติบลงไปอีก "อานม้าก็ทำด้วยหนังเช่นกัน - ต่อนี้ตอนเย็นจึงค่อยทำใหม่ ค่นนี้ต้องนอนดึกหน่อยเป็นแน่ เธอน่ะช่างสบายเหลือเกิน เวลาเรียนก็มี เวลาเดินเล่นก็มี" พูดแล้วเขาก็ออกไปหน้าร้านอีก เอาฟืนมาผ่า
"นี่แหละเป็นการออกกำลังกายของฉันละ แต่นี่ไม่เหมือนกับ "เหยียดแขนทั้งสองออกไปข้างหน้า" ก่อนพ่อกลับมาฉันคงจะผ่าฟืนนี้เสร็จ พ่อเห็นคงจะดีใจแต่ที่น่าเบื่อที่สุดก็คือ เมื่อถือขวานแล้วมาเขียนหนังสือเข้าก็เหมือนกับงูเลื้อยทีเดียว แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่บอกกับครูตามตรง - ถ้าโรคของแม่หายได้เร็ว ๆ ก็จะดี วันนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว พรุ่งนี้พอไก่ขันจะต้องตื่นท่องไวยากรณ์ให้ได้ - อ้าวเรือฟืนมาอีกแล้ว ต้องไปจนอีก"
เรือบรรทุกฟืนมาหยุดที่หน้าร้านอีกลำหนึ่ง อัฐวิ่งไปพูดกับคนเรือ ๒-๓ คำ แล้วกลับมาว่า "ขอโทษ แันไม่สามารถจะรับรองเธอได้อีกแล้ว พรุ่งนี้จึงค่อยมาพบกันใหม่ ไปเดินเล่นของเธอตามสบายเถิด เธอช่างมีความสุขเสียจริง ๆ" เขาบีบมือเราแน่น แล้วก็วิ่งไปขนฟืนกลับไปกลับมาหน้าแดงเหมือนกับดอกกุหลาบ การเคลื่อนไหวอันว่องไวนั้นช่างน่าดูเสียจริง ๆ
"เธอช่างมีความสุขเหลือเกิน" เขาพูดกับข้าพเจ้าดังนี้ แต่เปล่า ไม่เป็นความจริงเลย โอ้! อัฐ ไม่เป็นความจริงเลย เธอซิมีความสุขกว่าฉันเพราะเธอเรียนด้วยและก็ทำงานได้ด้วย เธอสามารถทำงานให้พ่อแม่ได้ เธอดีกว่าฉัน กล้าหาญกว่าฉันตั้งหลายร้อยเท่า เพื่อที่ดีเอ๋ย!

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น