๑๐ มิถุนายน
น้องชายของข้าพเจ้าป่วย ครูฉวีวรรณได้มาเยี่ยม ก่อนนี้ครูคนนี้ก็ได้เคยสอนลูกพ่อค้าขายถ่านมาเหมือนกัน ครูได้เล่าเรื่องแม่ของเด็กคนนี้ให้เราฟัง ทำให้พวกเราหัวเราะกันใหญ่ เรื่องมีว่าเมื่อสองปีก่อนแม่ของเด็กคนนี้เอาผ้าห่อถ่านไปให้ครูที่บ้านห่อใหญ่ อ้างว่าเพื่อเป็นการตอบแทนในการที่ลูกเขาได้รับเหรียญรางวัล ไม่ว่าครูจะปฏเสธอย่างไร ๆ เขาก็ไม่ยอมรับคืน พยายามจะยัดเยียดให้ครูรับจนได้ ครั้นครูไม่รับจริง ๆ ก็ร้องไห้หิ้วถ่านกลับไปบ้าน ครูเล่าต่อไปว่า ยังมีหญิงอีกคนหนึ่งเอาเงินใส่ในช่อดอกไม้ไปให้ครู คำพูของครูทำให้พวกเรารู้สึกสนุกแล้วก็หัวเราะกันใหญ่ ยาที่ตามธรรมดาน้องชายข้าพเจ้าไม่อยากกินนั้น ณ บัดนี้ก็ยอมกินโดยดีทุกขนาน
การสอนเด็กชั้นประถมปีที่ ๑ นั้นต้องใช้ความอดทนยิ่งนัก แทบทุกคนยังฟันไม่เต็มปากเหมือนกับคนแก่อ่านออกเสียงก็ไม่ได้ชัด บ้างจะไป บ้างน้ำมูกไหล บ้างถอดรองเท้าวางใต้โต๊ะ แล้วก็บอกว่าหาย บ้างเอาดินสอไขหูแล้วก็ร้องว่าเจ็บ บ้างก็ร้องไห้เพราะซื้อสมุดผิด การสอนเด็กเล็ก ๆ ตั้ง ๕๐ คนให้เขียนหนังสือนั้นเป็นสิ่งที่ลำบากมากทีเดียว ในกระเป๋าของเขามักซ่อนพวกลูกหิน รูปบุหรี่ซิกาแรต เศษกระเบื้อง เหล่านี้เป็นต้น ติดเข้ามาให้ห้องเรียนด้วยเสมอ ซึ่งครูจะต้องค้นเอามาเก็บไว้หรือทิ้งเสีย แม้ในรองเท้าเขาก็ซ่อนได้ เด็ก ๆ เหล่านั้นไม่ใคร่จะตั้งใจเรียนกันนัก บางครั้งพอมีแมลงวันบินเข้ามาตัวหนึ่งเท่านั้น ก็เกิดยุ่งกันไปหมดทั้งชั้น ครูต้องทำตนเป็นแม่ของเด็กเหล่านั้น ต้องจัดเครื่องแต่งตัวให้ เมื่อมีดบาดมือเข้าก็ต้องพันแผลให้ หมวกตกก็ต้องเก็บให้ ต้องคอยระวังไม่ให้เขาสับเปลี่ยนเครื่องใช้กัน ใช้ความคิดความพยายามทุกอย่างที่จะไม่ให้เขาทำเสียงเอ็ด ครูหญิงต้องลำบากถึงเช่นนี้ แต่กระนั้นผู้ปกครองของนักเรียนก็ยังมีเรื่องมาต่อว่าอะไรต่อมิอะไรเสมอ เช่น "ครู ดินสอของเด็กทำไมจีงหายไปเล่า?" "ลูกของฉันไม่เห็นเก่งขึ้นเลย เป็นอย่างไรนะ?" บ้างก็ว่า "ลูกของฉันเก่งออกอย่างนี้ทำไมไม่เห็นได้รับรางวัลบ้างเลย?" "กางเกงของลูกฉันถูกตาปูจนขาดไป ทำไมครูไม่ถอนตาปูนั้นออกเสีย?"
จนบางครั้งครูผู้หญิงโกรธพวกเด็ก ๆ จนอดไ่ได้ เงื้อมือขึ้นจะตีเด็กโดยไม่รู้สึกตัว แต่ในที่สุดก็ต้องกัดนิ้วของตนเพื่อให้รู้สึกสติ เมื่อครูโกรธ และได้ดุว่าเด็กแล้ว ก็รู้สึกเสียใจ ต้องไปปลอบโยเด็กที่ถูกดุนั้น บางทีเมื่อไล่เด็กที่ซนมากออกจากห้องเรียนไปแล้ว ตนเองก็ร้องไห้ บางครั้งผู้ปกครองเด็กลงโทษเด็กรุนแรงเกินไป เมื่อครูรู้ข่าวเข้าก็รู้สึกไม่พอใจต้องไปห้ามปราม
ครูฉวีวรรณอายุยังน้อย รูปร่างสูง แต่งกายสะอาด ผิวคล้ำสักหน่อย ขยันและประเปรียว ไม่ว่าทำอะไรว่องไวทั้งนั้น เป็นคนอ่อนโยนและน้ำตาไหลง่าย
"พวกเด็ก ๆ เห็นจะรักครูมากนะคะ" คุณแม่ว่า
"ก็มีมากเหมือนกันค่ะ" ครูว่า "แต่พอสิ้นปีแล้วส่วนมากไม่ค่อยเหลียวแลครูเก่า เมื่อเขาไปเรียนกับครูผู้ชายเขา เขาก็กลัวเห็ว่าการเรียนกับครูผู้หญิงเป็นสิ่งที่น่าละอาย การที่ได้สั่งสอนและดูแลเขามาตั้งปีทำให้รู้สึกรักเขามาก เมื่อห่างเหินกันไป ก็รู้สึกเคร้าโศกคิดถึงอยู่บ้าง แต่นึกเสียว่าเด็ก ๆ เหล่านั้นเคยรักดิฉันมาก คงจะไม่ลืมดิฉันเป็นแน่ แต่แม้ใจดิฉันจะคิดดังนี้ ครั้งโรงเรียนเปิดภาคเรียนปีใหม่ เขากลับมาโรงเรียนจะวิ่งเข้าไปหาและร้องเรียนเขาสักเท่าไร เขาก็กลับหันหน้าไปทางอื่นเสีย ไม่เหลียวมาดูเสียด้วยซ้ำ"
เมื่อครูกล่าวจบ ก็เม้มปากนิ่งอยู่ชั่วขณะ น้ำตาคลอ หันไปลูกหลังน้องชายข้าพเจ้าแล้วกล่าวว่า
"แต่เธอ คงไม่หัสหน้าหนีครู เมื่อครูทักเป็นแน่ เธอคงไม่ลืมครูเก่าของเธอนะจ๊ะ"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น