๗ มิถุนายน
เมื่อวานนี้สุนทรได้ใช้คำพูหยาบคายกับไพบูลย์คำหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นเสนาะแล้ว จะไม่พูดดังนี้เลย สุนทรนั้นเนื่องด้วยพ่อเขาเป็นคนชั้นสูง จึงจองหองมาก พ่อเขาเป็นสุภาพบุรุษ มีหมวดดกดำและเฉียบขาด มาส่งสุนทรที่โรงเรียนเกือบทุกวัน เมื่อวานนี้สุนทรทะเลาะกับไพบูลย์ ไพบูลย์เป็นเด็กที่เล็กที่สุด เป็นลูกคนขายถ่าน เถียงกันจนสุนทรจนแต้ม ไม่มีเหตุผลจะเถียงเข้าก็เลยกล่าวว่า "แกมันลูกคนขอทานเสื้อขาด" ไพบูลย์โกรธจนเนื้อตัวสั่นไปหมด ไม่พูดว่ากระไร น้ำตาไหลพราก ตอนกลางวัน ๆ นั้นกลับไปบ้าน ได้เล่าเรื่องนี้ให้พ่อเขาฟัง พอถึงเวลาเข้าเรียนตอนบ่าย พ่อค้าถ่านซึ่งเป็นคนดำรูปร่างเตี้ย ก็จูงมือลูกเข้าไปยังโรงเรียน แล้วบอกเรื่องที่เกิดขึ้นแก่บุตรให้ครูทราบ พวกเรานิ่งฟังอย่างสงบ พอดีพ่อของสุนทร ซึ่งกำลังจูงมือลูกเข้ามาส่งที่โรงเรียนตามเคย ได้ยินมีคนเอ่ยชื่อบุตรจึงถามครูว่า "เรื่องอะไรกันขอรับ?"
"ท่านผู้นี้กำลังเล่าเรื่องให้ผมฟังว่า สุนทรบุตรของคุณได้พูดกับลูกของท่านผู้นี้ว่า "แกมันลูกคนขอทาน เสื้อขาด" ครูตอบ
พ่อของสุนทรหน้าแดงไปหมด ได้หันไปถามลูกของเขาว่า "เจ้าพูดดังนี้จริงไหม?"
สุนทรยืนก้มหน้าอยู่กลางห้อง ไม่ตอบว่ากระไร เหตุนี้พ่อเขาจึงจับแขนของเขาลากมายืน ตรงหน้าไพบูลย์ แล้วบอกว่า "ขอโทษเขาเสียโดยเร็ว"
พ่อค้าถ่านทำท่าขออภัยกล่าวว่า "อย่า - อย่าเลยครับ" แต่สุภาพบุรุษนั้นไม่ยอม กล่าวสำทับกับลูกเขาอีกว่า
"ไปขอโทษเขาเสียเร็ว ๆ ขอโทษตามคำพูดของฉันดังนี้ "ฉันได้กล่าวถ้อยคำที่ล่วงเกินถึงพ่อของเธอ ซึ่งฉันไม่ควรพูดอย่างยิ่ง ขออภัยแก่ฉันเสียเถิด ขอให้พ่อของฉันได้รับเกียรติยศจับมือกับพ่อของเธอด้วย" เจ้าต้องพูดดังนี้"
พ่อค้าขายถ่าน ยิ่งทำท่ากระวนกระวายใจยิ่งขึ้น คล้ายกับจะกล่าวว่า "ไม่ต้องครับ" แต่สุภาพบุรุษนั้นก็ไม่ยอม สุนทรจึงก้มหน้าลง พูดช้า ๆ ตะกุกตะกักว่า
"ฉันได้กล่าว... ถ้อยคำ... ที่ล่วงเกิน... ถึงพ่อของเธอ... ซึ่งฉันไม่ควรพูด... อย่างยิ่ง ขอ... ขออภัยแก่ฉันเสียเถิด... ขอให้พ่อ... ของฉันได้รับเกียรติยศ... จับมือกับพ่อของเธอด้วย"
สุภาพบุรุษผู้นั้นได้ยื่นมือไปยังคนขายถ่าน คนขายถ่านก็สั่นมือนั้นใหญ่ และยังผลักลูกของตนไปใกล้สุนทร ให้เขาเข้าไปจับมือสุนทรอีกด้วย
"คุณครูครับ แต่นี้ไปโปรดให้เด็กสองคนนี้นั่งใกล้ ๆ กันด้วย" สุภาพบุรุษผู้เป็นพ่อของสุนทรได้ขอร้องแก่ครู ดังนั้นครูจึงให้ไพบูลย์นั่งข้าง ๆ สุนทร พ่อของสุนทรรอจนเข้านั่งกันเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงลาออกไป
คนขายถ่านมองดูเด็กทั้งสอง ยืนคิดอยู่เป็นนาน แล้วก็เดินเข้าไปใกล้ ทำท่าคล้ายจะพูด และดูเหมือนรู้สึกเสียใจและอยากจะขออภัย ที่สุดก็ไม่พูดอะไร เขายกมือทั้งสองทำท่าจะเข้ากอดสุนทร แต่ก็มิได้กอด เพีงแต่ใช้นิ้วมือใหญ่ของเขาไปแตะที่หน้าผากของสุนทรเบา ๆ พอออกไปถึงประตูใหญ่ยังหันมามองอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงไป
ครูบอกแก่พวกเราว่า "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ทุกคนจงอย่าลืมเสีย นี่เป็นบทเรียนที่ดีที่สุดในภาคเรียนนี้"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น