วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564

บทที่ ๓๘ ความรักชาติ


ความรักชาติ

๒๔ สิงหาคม


"ประเสริฐ

    เมื่อนิทานเรื่องเด็กคนกลองนี้ได้สัมผัสดวงใจของเจ้าแล้ว  ก็คงเป็นการง่ายแก่เจ้าที่จะเรียงความเรื่อง "ความรักชาติ" สำหรับเอาคะแนนในการสอบไล่เป็นแน่  ทำไมเราจึงรักประเทศของเรา  ปัญหาข้อนี้  คงจะเกิดคำตอบสำหรับเจ้า  ขึ้นตั้งหลายร้อยข้อทีเดียว  แต่สำหรับพ่อนั้น  พ่อรักชาติไทย  เพราะแม่ของพ่อเป็นคนไทย  เพราะเลือดที่ไหลอยู่ในท่อโลหิตของพ่อเป็นเลือดไทย  เพราะว่าดินแดนที่ฝังศพ หรืออัฐิของบรรพบุรุษของพ่อเป็นเมืองไทย  เพราะเมืองที่พ่อเกิดเป็นเมืองไทย  ภาษาที่พ่อพูดและหนังสือที่พ่อเรียนเป็นภาษาไทย  พี่น้องของพ่อเพื่อนฝูงของพ่อ  มหาบุรุษในสมัยของพ่อ  ธรรมชาติอันสวยงามที่อยู่รอบข้างพ่อตลอดจนสิ่งที่พ่อรัก  พ่อเรียนและพ่อชมเชยทุกสิ่งทุกอย่างนี้  ล้วนเป็นไทย - ไทยทั้งสิ้น  ฉะนั้นพ่อจึงรักชาติไทย  พ่อจึงรักเมืองไทย

    ความรักซึ่งเจ้ามีต่อชาติไทยเมืองไทยอย่างเต็มเปี่ยมนั้น  ในเวลานี้  เจ้ายังไม่รู้สึกได้ อย่างแท้จริง  ต่อเมื่อเจ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว  นั่นแหละเจ้าจะรู้สึกได้เอง  และถ้ายิ่งเจ้าไปอยู่ต่างประเทศเสียนาน ๆ เมื่อเจ้ากลับมา  ยืนพิงแคมเรือบนดาดฟ้า  มองดูภูมิประเทศของเรา  ซึ่งค่อย ๆ โผล่ขึ้นจากขอบฟ้าแล้ว ขณะนั้นแหละความรู้สึกในมาตุภูมิของเจ้าจะทำให้เบ้าตาของเจ้าล้นไปด้วยน้ำตา  และความรู้สึกนั้นจะจับขั้วหัวใจของเจ้า  ในขณะที่เจ้าไปอยู่ ณ ต่างประเทศ  ถ้าบังเอิญเจ้าได้ยินเสียงใครพูดภาษาของเจ้า  เจ้าจะต้องแหวกฝูงคนเข้าไปหาเขาผู้นั้นทันที  และถ้าเจ้าได้ยิน  ชาวต่างประเทศพูดสิ่งที่เป็นอกุศลต่อประเทศของเจ้า   เจ้าจะบังเกิดโทษะพลุ่งขึ้นทันทีทีเดียว  เจ้าจะรู้สึกหยิ่งและภาคภูมิใจนัก  ที่เจ้าจะได้พลีชีพเพื่อชาติของเจ้า  เมื่อประเทศของเจ้าถูกชาติอื่นรุกรานเข้ามา  โปรยกระสุนเข้ามาในมาตุภูมิของเจ้า  เมื่อเจ้าได้เห็นกระบอกปืนของทหารเป็นเงารับกับแสงแดด  เด็กหนุ่ม ๆ เดินไปอาสาสมัครกันเป็นหมู่ ๆ พ่อกอดลูกชายของเขาแล้วร้อง  "ทำใจกล้าไว้ ๆ ๆ"  แม่จูบลูกแล้วอวยพรให้มีชัย  เจ้าจะรู้สึกรื่นเริงใจยิ่งนักเมื่อเจ้าบังเอิญได้มีโอกาสเห็นทหารที่อ่อนเพลียเดินแถวกลับ  เสื้อผ้าขาด  หน้าตาซูบซีด  แต่คึกคัก นัยน์ตามีประกายแสดงความมีชัย  เห็นธงทหารที่ถูกกระสุนปืนยิงจนขาดกระรุ่งกระริ่ง  เห็นทหารที่มีผ้าพันหัว  ชูแขนซึ่งเหลือแต่ข้างเดียวผ่านไปในหมู่ชนซึ่งเปล่งเสียงไชโยโห่ร้องโปรยดอกไม้  และยิ้มแย้มไปยังเขา  ในขณะนั้นแหละเจ้าก็จะเข้าใจในความหมายแห่งความรักชาติได้จริง ๆ ในขณะนั้น  เจ้าก็จะรู้สึกตัวว่าตนและประเทศได้ร่วมเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  นี่เป็นความสะเทือนใจอันยอดเยี่ยม

    พ่ออยากจะได้เห็นเจ้าไปสงครามเพื่อชาติไทย เมืองไทย  อยากจะได้เห็นเจ้ามีขัยกลับมาโดยสวัสดิภาพ  เจ้าผู้ซึ่งเป็นเลือดเนื้อและดวงใจของพ่อ  แต่ถ้าพ่อรู้ว่าการที่เจ้ากลับมาโดยสวัสดิภาพนั้น เพราะเจ้าหลีกเลี่ยงหน้าที่ของเจ้า  เพราะเจ้ากลัวต่อความตายเพื่อประเทศของเจ้าเช่นนี้แล้วไซร้  พ่อของเจ้าซึ่งในเวลานี้ต้อนรับเจ้าด้วยความชื่นอกชื่นใจ ขณะเมื่อเจ้ากลับมาจากโรงเรียน ก็จะต้อนรับเจ้าด้วยความโศกสลดรันทดใจ  พ่อจะหมดความรักในตัวเจ้า  พ่อจะต้องตายเพราะความละอายนั้น เสียดแทงหัวใจพ่อเป็นแน่

            จากพ่อของเจ้า"

(อ่านต่อบทที่ ๓๙ "ความริษยา")


ไม่มีความคิดเห็น: