วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564

บทที่ ๓๓ ห้องสมุดของเดช


 ห้องสมุดของเดช

๖ สิงหาคม


วันนี้ได้ไปบ้านเดช  ซึ่งอยู่ที่หน้าโรงเรียน  เมื่อได้เห็นห้องสมุดของเขาเข้าแล้ว  รู้สึกอิจฉาเหลือเกิน  เดชไม่ใช่คนมั่งมี  ไม่สามารถจะซื้อหนังสือได้มาก ๆ แต่เขาก็สามารถในการรักษาหนังสือที่ญาติให้  ล้วนถูกเก็บไว้อย่างดี  เขาอุตส่าห์เก็บเงินของเขาไว้แล้วก็เอาไปซื้อหนังสือ  เขาได้รวบรวมหนังสือไว้ไม่ใช่น้อย  เมื่อพ่อเขาเห็นว่าเดชชอบเช่นนั้น  ก็ซื้อตู้หนังสือไม้สักอย่างดีให้ ๑ ตู้ใช้ท่านสีเขียวระบายไว้  หนังสือต่าง ๆ ก็ห่อเสียอย่างสวยงาม  ม่านสีเขียวนั้น  พอดึงเชือกเส้นเล็กเข้า  ก็ไปรวมอยู่เสียข้างหนึ่ง  เผยให้เห็นหนังสือ ๓ ชั้นเรียงไว้อย่างเรียบร้อย  ตัวหนังสือที่สันพราวไปด้วยแสงทอง  มีทั้งเรื่องนิทาน  บันทึกการท่องเที่ยว  คำโคลง  และสมุดภาพ  เขารู้จักเรียงหนังสือให้สีกลั้นกันอย่างสวยงาม  เช่นสีขาวตั้งไว้ที่ขจ้างสีแดง  สีเหลืองตั้งไว้ที่ข้างสีดำ   สีน้ำเงินตั้งไว้ที่ข้างสีขาว  เมื่อมองแต่ไกลดูงดงามดีมาก  และเขายังเปลี่ยนแปลง การเรียงลำดับหนังสือเหล่านี้  เพื่อเป็นเครื่องเพลิดเพลินเสมอ

    เขาได้ทำบัญชีรายชื่อหนังสือไว้ในสมุดเล่มหนึ่ง ท่วงทีเขาจะเป็นบรรณารักษ์คนหนึ่งทีเดียว  ในเวลาที่เขาอยู่บ้านก็ชอบยืนอยู่ที่ข้างตู้หนังสือ  เช็ดขึ้ฝุ่นบ้าง  เปิดขึ้นดูบ้าง  ตรวจสอบรอดเย็บบ้าง  ในขณะที่เขาเอานิ้วมือที่ใหญ่ของเขาเปิดดูหนังสือ  หรือเป่าลมเข้าไปในช่องหนังสือหรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดนั้น  ช่างน่าดูเสียจริง ๆ หนังสือของข้าพเจ้าขาดเสียหายไปเสียทั้งนั้น  แต่หนังสือชองเขาล้วนใหม่เอี่ยมอยู่เสมอ  เมื่อเอาออกมาดูแล้วก็เก็บเข้าที่  เขาถือหนังสือเป็นของที่มีค่า  ข้าพเจ้ามาอยู่ทีบ้านเขาตั้งชั่วโมง  นอกจากหนังสือแล้วไม่เห็นเขาเอาอะไรมาดูเลยน

    สักครู่หนึ่ง  พ่อของเขาซึ่งอ้วนใหญ่เหมือนเขาก็ออกมา  เอามือตบหลังลูกเขา  พูดด้วยเสียงอันดังว่า

    "เธอเห็นว่าเด็กคนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?  อ้ายหัวตะกั่วนี้แข็งนัก  และจะต้องสำเร็จผลเสมอคอยดูไปเถอะ"

    เมื่อเดชถูกพ่อล้อเช่นนี้  ก็หรี่ตาลงครึ่งหนึ่งเหมือนกับสุนัขล่าสัตว์เช่นนั้น  ไม่รู้ว่าเพราะอะไร  แต่ข้าพเจ้าไม่กล้าล้อเลียงเล่นกับเดชเลย  ข้าพเจ้าไม่ค่อยจะเชื่อเลยว่าเขาแก่กว่าข้าพเจ้าเพียง ๑ ปีเท่านั้น  ในเวลาที่ข้าพเจ้ากลับ  เขาออกมาส่งถึงหน้าประตู  พูดอย่างหน้าตาน่าขันว่า  "สวัสดี  วันหลังมาใหม่นะ"  ข้าพเจ้าก็เลยตอบเขาอย่างผู้ใหญ่ "ผมขอคำนับคุณขอรับ"

    เมื่อมาถึงบ้าน  ข้าพเจ้าได้พูกับคุณพ่อว่า "ผมไม่เข้าใจเลยขอรับ  เดชนั้นตามปกติโง่  มรรยาทก็ไม่งดงาม  หน้าตาของเขาเห็นแล้วน่าหัวเราะ  แต่ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุไร  พอเห็นเขาเข้าก็รู้สึกนับถือเสียจริง ๆ"  คุณพ่อตอบว่า  "ก็เพราะเขามีคุณสมบัติงดงามน่ะซี"  ข้าพเจ้ากล่าวอีกว่า  "ตลอดเวลาที่ผมไปหาเขา  เขาพูดกับผมไม่ถึง ๕๐ คำ  และก็ไม่มีของเล่นให้ผมเล่นสักอย่าางเดียว  แต่กระนั้นผมก็ยังชอบไปที่นั่น"

    "ทั้งนี้ก็เพราะเจ้ารู้ค่าของการสมาคมกับเขานั่นเอง"  คุณพ่อตอบ


(อ่านต่อบทที่ ๓๔ "ลูกช่างเหล็ก")

ไม่มีความคิดเห็น: