วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2564

บทที่ ๓๒ ครูผู้ช่วย


 ครูผู้ช่วย

๔ สิงหาคม


คุณพ่อพูดถูก  การที่ครูอารมณ์ไม่ค่อยดีวันนั้นก็เพราะครูไม่ค่อยสบายนั่นเอง  และใน ๓ วันนี้ครูผู้ช่วยจึงมาสอนแทน  ครูที่ไม่มีหนวด  หน้าตาเหมือนกับเด็ก ๆ ที่ได้กล่าวมาแล้ว

    วันนี้ที่โรงเรียนได้เกิดเรื่องที่น่าอับอายขึ้นเรื่องหนึ่ง  ในวันแรกและวันที่สองพวกนักเรียนเอะอะกันใหญ่ ไม่มีระเบียบเลย  ครูผู้ช่วยนี้อดทนมากไม่ได้ว่าอะไรเลย  เพียงแต่พูดว่า "นักเรียนทั้งหลาย  โปรดเงียบหน่อย" และในวันนั้นเหตุการณ์ได้รุนแรงยิ่งขึ้น  เป็นการปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยมีมา  คำพูดของครูไม่มีใครฟังเสียเลย  ไม่ว่าจะตักเตือนห้ามปรามอย่างไร  ก็พากันทำหูทวนลมไปเสียหมด  ครูใหญ่ได้โผล่หน้ามาที่ประตูสองครั้ง  ทำให้เสียงสงบลงได้บ้าง  แต่พอครูใหญ่ลับหลังไป  เสียงก็กลับจอแจเป็นตลาดนัดขึ้นอีก  ประดิษฐ์และเสนาะได้หันมาขึงตาทำเครื่องหมายให้นักเรียนนิ่ง  แต่ก็ไม่มีผล  เป็นสิ่งที่น่าละอายมาก  เดชผู้เดียวนั่งเอาข้อศอกเท้าโต๊ะ  มือยันคางคิดอะไรอยู่  เห็จะคิดถึงห้องสมุดของเขากระมัง  ข้างพนิชเด็กจมูกโค้ง  ผู้สะสมดวงตราไปรษณียากรเก่า ๆ นั้น  ก็นั่งเขียนตั๋วลอตเตอรี่กระปุกหมึกง่วนอยู่เงียบ ๆ นอกนั้นคุยกันหัวเราะกัน  บ้างก็เอาปากกาพุ่งเล่นกัน  บ้างก็เอายางมาทำหนังสติ๊กยิงกระดาษเล่น

    ครูผู้ช่วยต้องไปห้ามคนโน้นทีคนนี้ที  จับมือบางคนไว้  เรียกบางคนไปยืนเสียที่มุมห้อง  เวลาถูกพล่าไปโดยเปล่าประโยชน์  ครูผู้ช่วยไม่รู้จะทำอย่างไร  จึงได้กล่าวต่อพวกนั้นด้วยเสียงอ่อย ๆ ว่า

    "ทำไมพวกเธอจีงเป็นดังนี้นะ  อยากจะให้ฉันทำโทษเธอหรือ"

    พูดแล้วก็เอาำปั้นทุบโต๊ะ  ร้องขึ้นด้วยเสียงโกรธและเครือว่า  "เงียบ! เงียบ"  แต่ก็ไม่มีผล  เสียงยิ่งจอแจหนักขึ้นอีก  แก่นเอากระดาษขว้างไปที่ครู  บ้างร้องเสียงแมว  บ้างเอาหัวดันกันลองกำลังดูว่าใครจะมีแรงมากกว่า  ความโกลาหลในชั้นไม่สามารถจะบรรยายได้ถี่ถ้วน  ในขณะนั้นภารโรงได้เข้ามาบอกว่า

    "คุณครูครับ  ครูใหญ่เชิญคุณครู"

    ครูแสดงท่าทางรำคาญใจ  แล้วก็รีบออกไป   ความปั่นป่วนยิ่งร้ายแรงขึ้น

    ทันใดเสนาะได้ลุกขึ้นยืน  หน้าแดงก่ำกำหมัดแน่น  ตะโกนขึ้นด้วยเสียงโกรธและกราดเกรี้ยว

    "หยุดเดี๋ยวนี้! พวกไม่ใช่คน! เห็นครูใจดีเลยกำเริบกันใหญ่  ถ้าครูใช้กำลังเข้า  ก็จะหมอบลงกับดินเหมือนสุนัข  พวกขี้ขลาด  ถ้ามีใครล้อครูอีก  ฉันจะออกไปคอยข้างนอก  จะต่อยให้ฟันหลุดเทียวให้ตายสิ แม้พ่อของคนนั้นจะมาเห็นจะไม่ฟังเสียงทั้งนั้น"

    ทุกคนเงียบไปหมด  ท่าทางของเสนาะในเวลานั้นช่างสง่าเหลือเกิน  ยืนเด่นอยู่ในห้อง  นัยน์ตาเกือบจะลุกเป็นไฟออกมา  เหมือนกับสิงโตน้อยกำลังแผลงฤทธิ์  เขาจ้องมองดูคนที่กำเริบที่สุด  ไปทีละคน ๆ ไม่มีใครกล้าเงยหน้าเลย  เมื่อครูผู้ช่วยเดินเข้ามาด้วยตาแดง ๆ นั้น  ในห้องเงียบจนเกือบได้ยินเสียงหายใจ  ครูเห็นสภาพดังนั้น  ก็ยืนงงอยู่ด้วยความประหลาดใจ  ต่อเมื่อได้เห็นเสนาะยืนอยู่อย่างเกรี้ยวกราดและตัวสั่น  ก็เดารู้ว่าเป็นอย่างไร  จึงใช้น้ำเสียงพูดอย่างรักใคร่ฉันพี่น้องว่า "เสนาะ  ฉันขอบใจเธอ"

(อ่านต่อบทที่ ๓๓ "ห้องสมุดของเดช")


ไม่มีความคิดเห็น: