วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2564

บทที่ ๒๖ ลูกบอลล์


ลูกบอลล์

๑๖ กรกฎาคม


ขณะที่เดินกลับจากโรงเรียน  ได้เกิดเรื่องที่น่าสงสารขึ้นเรื่องหนึ่ง  พวกเด็กออกมานอกถนนเอาลูกบอลล์เล็ก ๆ ขว้างกันไปขว้างกันมา  มีคนเป็นจำนวนมากเดินไปเดินมาข้าง ๆ ถนน  สุภาพบุรุษผู้หนึ่งได้ร้องทักขึ้นดัง ๆ ว่า "หยุด ๆ พวกเธอเล่นกันอย่างนี้ได้หรือ"  ทันใดนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงร้องอย่างน่าตกใจบนถนนอีกฟากหนึ่ง  แล้วก็เห็นชายแก่คนหนึ่งนั่งเอามือทั้งสองปิดหน้าไว้ เด็กคนหนึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ ร้องว่า "ช่วยที  ช่วยกันที"

    ผู้คนได้ล้อมเข้ามาดู  เพราะคนแก่นั้นได้ถูกลูกบอลล์ขว้างเข้าที่ตา  พวกเด็ก ๆ ได้พากันหนีกระจัดกระจายไปหมด  ข้าพเจ้ายืนอยู่ที่หน้าร้านขายหนังสือ  ซึ่งคุณพ่อได้เข้าไปซื้อหนังสืออยู่ข้างใน  พวกเด็ก ๆ พากันวิ่งมาทางข้าพเจ้าหลายคน  บางคนทำเป็นยืนดูอะไรอยู่ที่หน้าร้านอย่างตั้งอกตั้งใจทีเดียว  ในจำพวกนั้นมีเสนาะผู้มีขนมปังในกระเป๋าเสมอ  อรรถและช่างปูนน้อย  พนิช  นักรวบรวมแสตมป์เก่า รวมอยู่ด้วย  ในเวลานั้นผู้คนได้พากันล้อมดู  ตำรวจผู้หนึ่งวิ่งวนไปวนมา  เที่ยวถามคนโน้นคนนี้  "ใครเป็นคนปา?"  "เธอใช่ไหม?"  "บอกซิใครปา!"   เสียงถามกันแซ่ไปหมด

    ทันใดนั้น  เสนาะวิ่งมาพูดกับพนิชเบา ๆ ว่า  "วิ่งเข้าไปรับสารภาพเสียเร็ว ๆ  คนที่ปล่อยให้คนอื่นถูกจับโดยไม่มีความผิดนั้นคือคนขี้ขลาด"

    "แต่ฉันไม่ได้เจตนาเลย"  พนิชตอบ  ตัวสั่นปากสั่น

    "เจตนาหรือไม่เจตนา ก็ต้องสารภาพ"  เสนาะพูดซ้ำอีก

    "ฉันไม่กล้าเข้าไป"

    "ทำใจกล้า ๆ ไว้  ฉันจะเข้าไปด้วย"

    เสียงของตำรวจและเสียงของผู้ดูยิ่งดังขึ้นทุกที  "ใครเป็นคนขว้าง?  แว่นตาแตก - กระจกบาดเอาตาเข้า - เห็นจะต้องบอดแน่ - ใครขว้างนะ"

    พนิชในเวลานั้นแทบว่าจะยืนทรงตัวไม่อยู่เสียแล้ว  "มานี่"  เสนาะพูดเสียงหนักแน่น "ฉันจะช่วย"  พูดแล้วก็จูงมือพนิช เหมือนกับพยุงคนไข้เข้าไป  ทุกคนเมื่อเห็นดังนี้  ต่างก็เดาได้ว่าคนที่ก่อเหตุนี้ขึ้นคือพนิช  บางคนถึงแก่ยกกำหมัดขึ้นจะทุบเอา  เสนาะผลักเขาคนนั้นออกไป แล้วตะโกนว่า "พวกท่านผู้ใหญ่ตั้ง ๑๐ คนจะมาทำร้ายเด็กคนเดียวหรือ?"  ทุกคนจึงได้เงียบไป

    ตำรวจจูงมือพนิช ผลักคนดูออกห่าง  และพาพนิชเข้าไปในร้านขายกับข้าว  ซึ่งเขาอุ้มคนเจ็บเข้าไปพัก  พวกเราก็เดินตามหลังไป  พอเห็นหน้าเข้าก็จำได้ว่าเป็นคนงานที่อยู่กับหลานชายของแกที่ข้าง ๆ บ้านเรานั่นเอง  ชายชรานอนอยู่บนเก่าอี้มีผ้าเช็ดหน้าปิดตาไว้

 


  "ผมไม่ได้เจตนาเลย"  พนิชพูดด้วยเสียงที่เกือบจะไม่ได้ยิน  และกล่าวซ้ำอยู่ดังนั้น  ในเหล่าผู้ดูนั้นมีคนหนึ่งเบียดเข้ามาพูดว่า "คุกเข่าลงไปขอโทษเสีย"  แล้วจับตัวเขากดลงจะให้คุกเข่า  แต่ในขณะนั้นได้มีคน ๆ หนึ่งเข้าอุ้มพนิชไว้แล้วพูดอย่างชัดเจน  "ท่านสุภาพบุรุษทั้งหลาย  โปรดอย่าทำเช่นนั้น  เด็กคนนี้มีความกล้าหาญพอที่เข้ามาสารภาพผิดด้วยตนเอง  ไม่มีใครมีสิทธิ์จะบังคับเขาเช่นนั้น"  ผู้ที่เข้ามาขวางนี้คือครูใหญ่ของเรานั่นเอง  แล้วท่านก็หันมากล่าวกับพนิชว่า  "ขอโทษเขาเสียเร็ว ๆ "  น้ำตาพนิชไหลพราก  เข้าไปกอดเข่าชายแก่  ชายแก่ก็ยื่นมือออกมาจับศีรษะพนิชและลูบผมเขา  คนทั้งหลายพากันพูดขึ้นว่า

    "พ่อหนู ไปเถิด  กลับไปบ้านเสียเถิด"

    คุณพ่อได้จูงมือข้าพเจ้าออกจากกลุ่มคน  ในเวลาเดินทางกลับ  คุณพ่อพูดขึ้นว่า "ประเสริฐ ถ้าเจ้าเป็นผู้ทำผิดเช่นพนิช  เจ้าจะมีความกล้าหาญ พอที่จะสารภาพความผิดตามหน้าที่ไหม?"

    ข้าพเจ้าตอบว่า "ครับ! ผมสัญญา คุณพ่อ"

(อ่านต่อบทที่ ๒๗ "ครูหญิง")


ไม่มีความคิดเห็น: