๑๖ กรกฎาคม
ขณะที่เดินกลับจากโรงเรียน ได้เกิดเรื่องที่น่าสงสารขึ้นเรื่องหนึ่ง พวกเด็กออกมานอกถนนเอาลูกบอลล์เล็ก ๆ ขว้างกันไปขว้างกันมา มีคนเป็นจำนวนมากเดินไปเดินมาข้าง ๆ ถนน สุภาพบุรุษผู้หนึ่งได้ร้องทักขึ้นดัง ๆ ว่า "หยุด ๆ พวกเธอเล่นกันอย่างนี้ได้หรือ" ทันใดนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงร้องอย่างน่าตกใจบนถนนอีกฟากหนึ่ง แล้วก็เห็นชายแก่คนหนึ่งนั่งเอามือทั้งสองปิดหน้าไว้ เด็กคนหนึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ ร้องว่า "ช่วยที ช่วยกันที"
ผู้คนได้ล้อมเข้ามาดู เพราะคนแก่นั้นได้ถูกลูกบอลล์ขว้างเข้าที่ตา พวกเด็ก ๆ ได้พากันหนีกระจัดกระจายไปหมด ข้าพเจ้ายืนอยู่ที่หน้าร้านขายหนังสือ ซึ่งคุณพ่อได้เข้าไปซื้อหนังสืออยู่ข้างใน พวกเด็ก ๆ พากันวิ่งมาทางข้าพเจ้าหลายคน บางคนทำเป็นยืนดูอะไรอยู่ที่หน้าร้านอย่างตั้งอกตั้งใจทีเดียว ในจำพวกนั้นมีเสนาะผู้มีขนมปังในกระเป๋าเสมอ อรรถและช่างปูนน้อย พนิช นักรวบรวมแสตมป์เก่า รวมอยู่ด้วย ในเวลานั้นผู้คนได้พากันล้อมดู ตำรวจผู้หนึ่งวิ่งวนไปวนมา เที่ยวถามคนโน้นคนนี้ "ใครเป็นคนปา?" "เธอใช่ไหม?" "บอกซิใครปา!" เสียงถามกันแซ่ไปหมด
ทันใดนั้น เสนาะวิ่งมาพูดกับพนิชเบา ๆ ว่า "วิ่งเข้าไปรับสารภาพเสียเร็ว ๆ คนที่ปล่อยให้คนอื่นถูกจับโดยไม่มีความผิดนั้นคือคนขี้ขลาด"
"แต่ฉันไม่ได้เจตนาเลย" พนิชตอบ ตัวสั่นปากสั่น
"เจตนาหรือไม่เจตนา ก็ต้องสารภาพ" เสนาะพูดซ้ำอีก
"ฉันไม่กล้าเข้าไป"
"ทำใจกล้า ๆ ไว้ ฉันจะเข้าไปด้วย"
เสียงของตำรวจและเสียงของผู้ดูยิ่งดังขึ้นทุกที "ใครเป็นคนขว้าง? แว่นตาแตก - กระจกบาดเอาตาเข้า - เห็นจะต้องบอดแน่ - ใครขว้างนะ"
พนิชในเวลานั้นแทบว่าจะยืนทรงตัวไม่อยู่เสียแล้ว "มานี่" เสนาะพูดเสียงหนักแน่น "ฉันจะช่วย" พูดแล้วก็จูงมือพนิช เหมือนกับพยุงคนไข้เข้าไป ทุกคนเมื่อเห็นดังนี้ ต่างก็เดาได้ว่าคนที่ก่อเหตุนี้ขึ้นคือพนิช บางคนถึงแก่ยกกำหมัดขึ้นจะทุบเอา เสนาะผลักเขาคนนั้นออกไป แล้วตะโกนว่า "พวกท่านผู้ใหญ่ตั้ง ๑๐ คนจะมาทำร้ายเด็กคนเดียวหรือ?" ทุกคนจึงได้เงียบไป
ตำรวจจูงมือพนิช ผลักคนดูออกห่าง และพาพนิชเข้าไปในร้านขายกับข้าว ซึ่งเขาอุ้มคนเจ็บเข้าไปพัก พวกเราก็เดินตามหลังไป พอเห็นหน้าเข้าก็จำได้ว่าเป็นคนงานที่อยู่กับหลานชายของแกที่ข้าง ๆ บ้านเรานั่นเอง ชายชรานอนอยู่บนเก่าอี้มีผ้าเช็ดหน้าปิดตาไว้
"ผมไม่ได้เจตนาเลย" พนิชพูดด้วยเสียงที่เกือบจะไม่ได้ยิน และกล่าวซ้ำอยู่ดังนั้น ในเหล่าผู้ดูนั้นมีคนหนึ่งเบียดเข้ามาพูดว่า "คุกเข่าลงไปขอโทษเสีย" แล้วจับตัวเขากดลงจะให้คุกเข่า แต่ในขณะนั้นได้มีคน ๆ หนึ่งเข้าอุ้มพนิชไว้แล้วพูดอย่างชัดเจน "ท่านสุภาพบุรุษทั้งหลาย โปรดอย่าทำเช่นนั้น เด็กคนนี้มีความกล้าหาญพอที่เข้ามาสารภาพผิดด้วยตนเอง ไม่มีใครมีสิทธิ์จะบังคับเขาเช่นนั้น" ผู้ที่เข้ามาขวางนี้คือครูใหญ่ของเรานั่นเอง แล้วท่านก็หันมากล่าวกับพนิชว่า "ขอโทษเขาเสียเร็ว ๆ " น้ำตาพนิชไหลพราก เข้าไปกอดเข่าชายแก่ ชายแก่ก็ยื่นมือออกมาจับศีรษะพนิชและลูบผมเขา คนทั้งหลายพากันพูดขึ้นว่า
"พ่อหนู ไปเถิด กลับไปบ้านเสียเถิด"
คุณพ่อได้จูงมือข้าพเจ้าออกจากกลุ่มคน ในเวลาเดินทางกลับ คุณพ่อพูดขึ้นว่า "ประเสริฐ ถ้าเจ้าเป็นผู้ทำผิดเช่นพนิช เจ้าจะมีความกล้าหาญ พอที่จะสารภาพความผิดตามหน้าที่ไหม?"
ข้าพเจ้าตอบว่า "ครับ! ผมสัญญา คุณพ่อ"
(อ่านต่อบทที่ ๒๗ "ครูหญิง")
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น