วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2564

บทที่ ๒๕ สงวน "ช่างปูนน้อย"


สงวน "ช่างปูนน้อย

๑๑ กรกฎาคม


วันนี้ สงวนซึ่งมีนามสมญาว่า "ช่างปูนน้อย" มาที่บ้าน  เขาสวมเสื้อเก่าของพ่อของเขา  ซึ่งยังเปรอะด้วยผงหินและปูนทั้งตัว  เขาได้มาถึงบ้านตามกำหนดเวลาที่นัดไว้  ข้าพเจ้ารู้สึกเบิกบานใจเหลือเกิน  คุณพ่อก็ดีใจมาก

    เขาเป็นเด็กที่มีมารยาทงามน่ารัก  พอเข้าประตูก็ถอดหมวกซึ่งเต็มไปด้วยฝุ่น  ยัดเข้ากระเป๋าเดินเอื่อย ๆ เข้ามา  เหมือนคนทำงานมาเหนื่อย ๆ  วางหน้าตาเมฉย กวาดตามองดูทั่วห้อง  พอเข้าไปในห้องอาหาร  มองดูรอบ ๆ พอแลเห็นภาพตลกคนหลังโกงเข้า  ก็ทำหน้ากระต่ายออกมา  หน้ากระต่ายของเขานั้น  ไม่ว่าใครเห็นเข้าแล้วเป็นต้องหัวเราะทุกคน

    พวกเราเล่นก่อชิ้นไม้กัน  เขาก่อเป็นรูปตึกและสะพานได้ดีเป็นพิเศษ  เขาทำงานด้วยความอดทนและจริงจัง  ลักษณะเหมือนกับผู้ใหญ่  เขาเล่นก่อชิ้นไม้ไปพลางแล้วเล่าเรื่องในบ้านของเขาให้ฟังว่า  บ้านเขาเป็นบ้านเล็กอยู่กันครอบครัวเดียว  ในเวลากลางคืนพ่อยังไปเรียนหนังสืออีกด้วย  แม่รับจ้างซักเสื้อผ้า  เราคิดว่าพ่อแม่คงรักเขามาก  เพราะเสื้อผ้าของเขาแม้จะเก่าและขาดตรงรอยขาดก็ปะไว้อย่างเรียบร้อย  และการเต่งตัวของเขา  ถ้าไม่ได้ผ่านมอืแม่ของเขาก็คงแต่งไม่ได้เรียบร้อยเช่นนั้น  เขาบอกว่า พ่อเขาเป็นคนมีรูปร่างสูงใหญ่  เวลาเข้าออกประตูต้องก้มศีรษะตามปกติเรียกเขาว่า "เจ้าหน้ากระต่าย"  แต่ตรงข้าม ตัวเขาเล็กนิดเดียว

    พอถึงเวลา ๔ โมง  เราไปนั่งกินขนมปังทาเนยกันบนเก้าอี้  เมื่อทุกคนกินอิ่มและลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้ว ข้าพเจ้าเห็นผงขาว ๆ ที่เสื้อของ "ช่างปูนน้อย"  ติดอยู่ที่พนักเก้าอี้ ก็เอื้อมมือไปจะเช็ดมันเสีย  แต่จะเป็นเพราะอะไรไม่ทราบ  คุณพ่อได้จับมือข้าพเจ้าไว้  แล้วสักครู่หนึ่ง  ท่านก็แอบไปเช็ดเสียเอง

    ในขณะที่เรากำลังวิ่งเล่นกันอยู่  กระดุมเสื้อของ "ช่างปูนน้อย" หลุดออกมาลูกหนึ่ง  คุณแม่ได้เย็บให้เขา  "ช่างปูนน้อย" ยืนดูอยู่ข้าง ๆ หน้าแดง

    ข้าพเจ้าเอาสมุดภาพตลากมาให้เขาดู  เขาเลยทำหน้าต่างๆ เลียนแบบในสมุดนั้น  ทำให้คุณพ่อหัวเราะใหญ่  ในเวลาที่จะกลับ  เขารู้สึกเพลิดเพลินมาก  ถึงแก่ลืมสวมหมวกที่ขาดแล้วของเขา  เราออกไปส่งเขาถึงนอกประตู  เขาได้ทำหน้ากระต่ายให้เราดู  เพื่อเป็นการตอบแทน  ชื่อจริงเขาชื่อสงวน  ธรรมารักษ์  อายุ ๘ ปี ๘ เดือน

"ประเสริฐ

    ในขณะที่เจ้าเอื้อมมือไป จะเช็ดฝุ่นที่พนักเก้าอี้นั้น  เหตุใดพ่อจึงห้ามไว้  เจ้ารู้หรือไม่  ทั้งนี้ก็เพราะ ถ้าเจ้าเช็ดต่อหน้าเพื่อน  ก็ไม่ผิดกับด่าเขาว่า "ทำไมเธอจึงทำเก้าอี้นั้นสกปรก"  การทำเช่นนั้นไม่เป็นการสมควร  เพราะข้อหนึ่ง  เขาไม่มีเจตนาที่จะทำให้เปื้อน  อีกข้อหนึ่งฝุ่นที่ติดตัวเขามานั้น  เป็นสิ่งที่ติดมาเพราะพ่อเขาทำงาน  สิ่งที่ติดมาในเวลาที่ทำงานนั้น ไม่ใช่เป็นสิ่งที่สกปรก  มันเป็นเศษปูนสีหรือหินป่น  ซึ่งไม่ใช่สิ่งสกปรก  การทำงานไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ  เมื่อเห็นคนทำงาน  เจ้าไม่ควรพูดว่า "สกปรก"  และควรพูดว่า "เขามีรอยงานติดตัว"  เจ้าจงอย่าลืมในข้อนี้เสีย  เจ้าควรจะรัก "ช่างปูนน้อย"  ผู้นี้  โดย ๑ เขาเป็นเพื่อนักเรียนของเจ้า  และ ๒ เขาเป็นลูกของผู้ที่ทำงานกรรมกร"


(อ่านต่อ บทที่ ๒๖ "ลูกบอลล์")

ไม่มีความคิดเห็น: