๒๘ พฤษภาคม
เมื่อวานนี้ตอนบ่าย ข้าพเจ้ากับคุณแม่และพี่สมถวิลได้เอาเสื้อผ้าไปให้หญิงอนาถาตามที่ได้ทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ ข้าพเจ้าถือห่อผ้า พี่ถือกระดาษซึ่งจดที่อยู่ของหญิงคนนั้น พวกเราไปถึงห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่ง ที่นั่นมีนอกชานยาว สองข้างมีห้องเป็นแถวยาว คุณแม่ได้เดินไปตามหน้าห้อง พอไปถึงห้องสุดท้ายก็เคาะประตู เมื่อประตูเปิดออกมา ก็เห็นผู้หญิงกลางคนผอมซีดดูเหมือนเป็นหญิงที่เราเคยเห็นเสมอสวมเสื้อผ้าเขียวเก่า ๆ
"เธอคือผู้ที่หนังสือพิมพ์กล่าวถึงใช่ไหม" คุณแม่ถาม
"ใช่เจ้าค่ะ"
"นี่แนะ ฉันมีผ้าอยู่เล็กน้อย ขอให้รับไว้ด้วย"
หญิงนั้นรู้สึกพอใจมากดูเหมือนไม่รู้ว่าจะแสดงความขอบใจอย่างไรถูก ในขณะนั้นเราได้เห็นเด็กคนหนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่หน้าเก้าอี้ในห้องมืดที่ไมีมีเครื่องเรือนหันหลังออกมาข้างนอกคล้ายกับกำลังเขียนหนังสืออยู่ เมื่อดูโดยถี่ถ้วนแล้ว ก็เห็นกำลังเขียนหนังสืออยู่จริง ๆ บนเก้าอี้มีกระดาษวางอยู่ กระปุกหมึกวางไว้บนพื้น เราคิดอยู่ว่าห้องมืดอย่างนี้ จะเขียนหนังสือได้อย่างไร เราได้เห็นเด็กนั้นมีผมบาง สวมเสื้อขาด จึงจำได้ว่าเป็นซุ่นหลีลูกคนขายผัก เด็กที่มือพิการนั่นเอง เวลานั้นแม่ของเขากำลังเก็บเสื้อผ้าอยู่ ข้าพเจ้าได้บอกแก่คุณแม่
"อย่าเอ็ดไป" คุณแม่ว่า "ถ้าเขารู้ว่ามารดาเขาได้รับทานจากเพื่อน เขาจะรู้สึกอย่างบ้าง อย่าพูดไป"
แต่ในขณะนั้น ซุ่นหลีหันหน้ามา เราไม่รู้จะทำอย่างไร ซุ่นหลีหัวเราะกับข้าพเจ้า และคุณแม่ดุนหลังข้าพเจ้าให้วิ่งเข้าไปหา ซุ่นหลีลุกขึ้นมาจับมือข้าพเจ้าไว้
มารดาของซุ่นหลีบอกเราว่า
"เราอยู่กันเพียงสองคนแม่ลูก สามีดิฉันไปเมืองจีนเสียตั้ง ๗ ปีแล้ว ยิ่งกว่านั้นดิฉันยังล้มป่วยลง ไม่สามารถจะหาบผักไปขายได้ ไม่ว่าโต๊ะหรือเครื่องใช้อะไรพอจะขายได้ก็เก็บขายหมด จึงทำให้ซุ่นหลีอ่านหนังสือลำบาก แม้จะจุดตะเกียงก็ไม่ใคร่ได้ ตาก็ไม่ดีเสียแล้ว นี่ดีที่หนังสือและหน้าสมุดทางอำเภอให้มา จึงไปเรียนหนังสือได้ น่าสงสารซุ่นหลี ถึงอย่างไร ๆ ให้ได้ไปโรงเรียนก็ดีใจมากแล้ว แต่โธ่เอ๋ย คนที่มีเคราะห์กรรมอย่างดิฉันคงไม่มีอีกแล้ว"
คุณแม่ได้เทเอาเงินที่มีอยู่ในกระเป๋าทั้งหมดออกมาให้เขาและลูบศีรษะซุ่นหลี เมื่อออกมาจากบ้านเกือบจะร้องไห้ แล้วกล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า
"ประเสริฐ เจ้าจงดูเด็กที่น่าสงสารนั้น ดูซิว่าเขาขยันและอดทนเพียงไร ส่วนเจ้าสิไม่ว่าอะไรก็บริบูรณ์ทุกอย่าง กระนั้นยังไม่ค่อยจะตั้งใจเรียน ความจริงความขยันของเด็กคนนั้นในวันหนึ่ง ๆ เมื่อเทียบกับความขยันของเจ้าในปีหนึ่งแล้ว ไม่รู้ว่าจะมีค่ามากกว่ากันเท่าใด เด็กชนินี้ซิ จึงควรได้รับรางวัลชั้นที่ ๑"

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น