ครูหญิงประจำชั้นเก่าของเรา
๒๗ พฤษภาคม
ครูหญิงซึ่งเคยสอนเราอยู่ในชั้นมัธยมปีที่ ๑ นั้นวันนี้ได้มาที่บ้านเราตามเวลาที่ได้นัดไว้ ครูไม่ได้มาบ้านเราตั้งปีแล้ว พวกเราต้อนรับด้วยความยินดี ครูเคยเป็นอย่างไรก็คงเป็นอยู่อย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย เครื่องนุ่งห่มไม่หรูหรา ผมไม่ได้ดัด ครูไม่มีเวลาที่จะมาทำสิ่งเหล่านี้ได้ แต่หน้าครูดูเหมือนซูบซีดลงไปกว่าปีก่อน ผมก็ขาวขึ้นมาก ไอเสมอ คุณแม่ถามว่า
"อนามัยของครูเป็นอย่างไรบ้างคะ คุณครูไม่ค่อยจะระวังร่างกายของคุณครูเลย"
"ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่คะ"
อย่างโศก ๆ
"คุณครูพูดเสียงดังเกินไป" คุณแม่ว่า "คุณครูเสียสละเพื่อเด็ก ๆ มากเกินไป"
เป็นความจริงทีเดียว คำพูดของครูไม่มีคำใดที่เราฟังไม่ชัด ข้าพเจ้ายังจำได้ เมื่อเวลาที่เรียนอยู่ครูมักพร่ำสอนพร่ำอธิบายไม่มีการหยุดพักเลย ทำให้พวกเราเกือบไม่มีโอกาสว่อกแว่กทีเดียว ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ครูจะมาเยี่ยมเยียนเรา ครูไม่เคยลืมนักเรียนที่ครูได้เคยสอนมา และยังจำชื่อนักเรียนได้ทุกคนนับเป็นปี ๆ ทีเดียว ในเวลาสอบซ้อมประจำเดือน ครูต้องวิ่งไปหาครูใหญ่ ถามผลการสอบของนักเรียนว่าเป็นอย่างไร และบางทีก็ยืนคอยอยู่ที่ประตูโรงเรียน พอนักเรียนมาก็ให้นักเรียนเอาสมุดแต่งเรื่องมาให้ดู สอบสวนการเรียนของเราว่าจะดีขึ้นหรืออย่างไร นักเรียนหลายคนที่ไปเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแล้ว ก็มักจะนุ่งกางเกงขายาวมาเยี่ยมครูเสมอ วันนี้ครูได้พานักเรียนในชั้นไปดูการประกวดภาพจึงแวะมาทางนี้ ในเวลาที่พวกเราอยู่ในชั้นของครูนั้น พอถึงวันพฤหัสบดี ครูมักจะพาพวกเราไปที่พิพิธภัณฑ์ อธิบายสิ่งต่าง ๆ ให้พวกเราฟังในปีนี้ ครูแก่ตัวลงและผอมลงกว่าเดิมมาก แต่ก็ยังอดทน เมื่อพูดถึงเรื่องโรงเรียนรู้สึกว่าร่าเริง เมื่อสองปีก่อนในเวลาที่ข้าพเจ้านอนป่วยอยู่นั้น ครูเคยมาเยี่ยมข้าพเจ้า วันนี้ครูว่าครูอยากจะดูเตียงที่ข้าพเจ้าเคยนอนในสมัยนั้น ความจริงเตียงนั้นน้องชายข้าพเจ้าได้เอาไปนอนเสียแล้ว เมื่อครูไปดูแล้วก็มิได้พูดว่าอะไร ครูจะต้องไปเยี่ยมไข้นักเรียนคนหนึ่งจึงอยู่นานไม่ได้ ได้ยินว่าเป็นลูกช่างเย็บอานม้า เกิดเป็นโรคคางทูมขึ้น ต้องนอนอยู่กับบ้าน นอกจากนั้นครูยังมีสมุดต่าง ๆ อีกมาก ซึ่งวันนี้จะต้องตรวจแก้ให้เสร็จ และก่อนค่ำเจ้าของร้าน ๆ หนึ่งยังจะมาเรียนเลขที่บ้านครูอีก
"นี่ประเสริฐ" ครูพูดขึ้นเมื่อจะออกไป "เมื่อเธอสามารถแก้ปัญหาที่ลำบากและแต่งเรื่องยาว ๆ ได้แล้ว ยังจะคงรักครูของเธอคนก่อน ๆ อยู่หรือไม่" เมื่อพูดแล้วก็เอามือลูบหัวข้าพเจ้าเบา ๆ พอลงไปถึงบันไดขั้นสุดท้าย ก็พูดอีกว่า "อย่าลืมครูเสียนะประเสริฐ"
โธ่ ครูทีรัก.... เราจะลืมครูอย่างไรได้ แม้เราจะเป็นผู้ใหญ่ ก็จะไม่ลืมครูเลย และจะมาเยี่ยมครูให้บ่อย ๆ ไม่ว่าไปถึงที่ใด เพียงได้ยินเสียงของครูผู้หญิงก็เหมือนกับได้ยินเสียงครูเอง เมื่อนึกถึงระยะสองปีที่ครูได้พร่ำสอนเรามาแล้วภายในสองปีนั้น เพราะครูโดยแท้เราจึงได้เรียนรู้อะไร ๆ ได้มาก ในเวลานั้นแม้ครูจะไม่ค่อยสบาย ร่างกายไม่แข็งแรง แต่ก็ยังรักและแนะนำพวกเราอย่างเต็มใจเสมอ ใครเขียนหนังสือไม่ได้ดี ครูก็หนักใจด้วย ในเวลาที่กรรมการสอบไล่เขามาซักถามเรา ครูก็เป็นห่วงจนเกือบจะนั่งลุกไม่เป็นปกติ ในเวลาที่เราตอบคำถามได้ดี ครูก็ดีใจ ครูรักเราเหมือนอย่างแม่เรา ครูที่ดีเช่นนี้ เราจะลืมเสียอย่างไรได้
(อ่านต่อ บทที่ ๘ "บ้านคนจน")
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น