วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

บทที่ ๗ ครูหญิงประจำชั้นเก่าของเรา



ครูหญิงประจำชั้นเก่าของเรา

๒๗ พฤษภาคม

ครูหญิงซึ่งเคยสอนเราอยู่ในชั้นมัธยมปีที่ ๑ นั้นวันนี้ได้มาที่บ้านเราตามเวลาที่ได้นัดไว้  ครูไม่ได้มาบ้านเราตั้งปีแล้ว  พวกเราต้อนรับด้วยความยินดี  ครูเคยเป็นอย่างไรก็คงเป็นอยู่อย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย  เครื่องนุ่งห่มไม่หรูหรา  ผมไม่ได้ดัด  ครูไม่มีเวลาที่จะมาทำสิ่งเหล่านี้ได้  แต่หน้าครูดูเหมือนซูบซีดลงไปกว่าปีก่อน  ผมก็ขาวขึ้นมาก ไอเสมอ  คุณแม่ถามว่า 

    "อนามัยของครูเป็นอย่างไรบ้างคะ  คุณครูไม่ค่อยจะระวังร่างกายของคุณครูเลย"

    "ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่คะ"

อย่างโศก ๆ

    "คุณครูพูดเสียงดังเกินไป"  คุณแม่ว่า  "คุณครูเสียสละเพื่อเด็ก ๆ มากเกินไป"

    เป็นความจริงทีเดียว  คำพูดของครูไม่มีคำใดที่เราฟังไม่ชัด  ข้าพเจ้ายังจำได้  เมื่อเวลาที่เรียนอยู่ครูมักพร่ำสอนพร่ำอธิบายไม่มีการหยุดพักเลย ทำให้พวกเราเกือบไม่มีโอกาสว่อกแว่กทีเดียว  ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ครูจะมาเยี่ยมเยียนเรา  ครูไม่เคยลืมนักเรียนที่ครูได้เคยสอนมา  และยังจำชื่อนักเรียนได้ทุกคนนับเป็นปี ๆ ทีเดียว  ในเวลาสอบซ้อมประจำเดือน  ครูต้องวิ่งไปหาครูใหญ่  ถามผลการสอบของนักเรียนว่าเป็นอย่างไร  และบางทีก็ยืนคอยอยู่ที่ประตูโรงเรียน  พอนักเรียนมาก็ให้นักเรียนเอาสมุดแต่งเรื่องมาให้ดู  สอบสวนการเรียนของเราว่าจะดีขึ้นหรืออย่างไร  นักเรียนหลายคนที่ไปเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแล้ว  ก็มักจะนุ่งกางเกงขายาวมาเยี่ยมครูเสมอ  วันนี้ครูได้พานักเรียนในชั้นไปดูการประกวดภาพจึงแวะมาทางนี้  ในเวลาที่พวกเราอยู่ในชั้นของครูนั้น  พอถึงวันพฤหัสบดี  ครูมักจะพาพวกเราไปที่พิพิธภัณฑ์  อธิบายสิ่งต่าง ๆ ให้พวกเราฟังในปีนี้  ครูแก่ตัวลงและผอมลงกว่าเดิมมาก  แต่ก็ยังอดทน  เมื่อพูดถึงเรื่องโรงเรียนรู้สึกว่าร่าเริง  เมื่อสองปีก่อนในเวลาที่ข้าพเจ้านอนป่วยอยู่นั้น  ครูเคยมาเยี่ยมข้าพเจ้า  วันนี้ครูว่าครูอยากจะดูเตียงที่ข้าพเจ้าเคยนอนในสมัยนั้น  ความจริงเตียงนั้นน้องชายข้าพเจ้าได้เอาไปนอนเสียแล้ว  เมื่อครูไปดูแล้วก็มิได้พูดว่าอะไร  ครูจะต้องไปเยี่ยมไข้นักเรียนคนหนึ่งจึงอยู่นานไม่ได้  ได้ยินว่าเป็นลูกช่างเย็บอานม้า  เกิดเป็นโรคคางทูมขึ้น ต้องนอนอยู่กับบ้าน  นอกจากนั้นครูยังมีสมุดต่าง ๆ อีกมาก  ซึ่งวันนี้จะต้องตรวจแก้ให้เสร็จ และก่อนค่ำเจ้าของร้าน ๆ หนึ่งยังจะมาเรียนเลขที่บ้านครูอีก

    "นี่ประเสริฐ"  ครูพูดขึ้นเมื่อจะออกไป  "เมื่อเธอสามารถแก้ปัญหาที่ลำบากและแต่งเรื่องยาว ๆ ได้แล้ว  ยังจะคงรักครูของเธอคนก่อน ๆ อยู่หรือไม่"  เมื่อพูดแล้วก็เอามือลูบหัวข้าพเจ้าเบา ๆ พอลงไปถึงบันไดขั้นสุดท้าย  ก็พูดอีกว่า "อย่าลืมครูเสียนะประเสริฐ"

    โธ่  ครูทีรัก....  เราจะลืมครูอย่างไรได้   แม้เราจะเป็นผู้ใหญ่  ก็จะไม่ลืมครูเลย  และจะมาเยี่ยมครูให้บ่อย ๆ ไม่ว่าไปถึงที่ใด  เพียงได้ยินเสียงของครูผู้หญิงก็เหมือนกับได้ยินเสียงครูเอง  เมื่อนึกถึงระยะสองปีที่ครูได้พร่ำสอนเรามาแล้วภายในสองปีนั้น  เพราะครูโดยแท้เราจึงได้เรียนรู้อะไร ๆ ได้มาก  ในเวลานั้นแม้ครูจะไม่ค่อยสบาย ร่างกายไม่แข็งแรง  แต่ก็ยังรักและแนะนำพวกเราอย่างเต็มใจเสมอ  ใครเขียนหนังสือไม่ได้ดี  ครูก็หนักใจด้วย  ในเวลาที่กรรมการสอบไล่เขามาซักถามเรา  ครูก็เป็นห่วงจนเกือบจะนั่งลุกไม่เป็นปกติ  ในเวลาที่เราตอบคำถามได้ดี ครูก็ดีใจ  ครูรักเราเหมือนอย่างแม่เรา  ครูที่ดีเช่นนี้ เราจะลืมเสียอย่างไรได้

(อ่านต่อ บทที่ ๘ "บ้านคนจน")

ไม่มีความคิดเห็น: