วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

บทที่ ๔ เด็กนครราชสีมา

 



เด็กนครราชสีมา

๒๒ พฤษภาคม

ในที่สุดสันทัดจะต้องใช้ไม้เท้ายันจึงจะเดินได้  เมื่อตอนบ่ายวานนี้  ขณะที่ครูกำลังบอกข่าวนี้แก่พวกเรา  ครูใหญ่ได้พาเด็กคนหนึ่งเข้ามาในห้องเรียน  เป็นเด็กผิวดำคล้ำ  ผมดก ตาโตดำเป็นมันและคิ้วดกดำ  ครูใหญ่พาเด็กคนนั้นมาส่งให้ครูกระซิบอะไรเบา ๆ กับครู ๒-๓ คำ  แล้วออกไป  เด็กนั้นกวาดตามองดูทุกสิ่งในห้องด้วยนัยน์ตาอันดำและโตของเขา  ครูจูงมือเขามายืนหน้าชั้น  แล้วกล่าวแก่พวกเราว่า

    "พวกเราทุกคนควรดีใจ  ที่วันนี้มีเพื่อนใหม่คนหนึ่งมาจากจังหวัดนครราชสีมา  ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่หลายร้อยกิโลเมตร  มาร่วมเรียนกับเราในโรงเรียนนี้  เนื่องด้วยเขามาจากเมืองไกล  เธอทุกคนจงรักเพื่อนร่วมชาติของเราคนนี้เป็นพิเศษ  บ้านเดิมของเขาเคยมีประวัติอันกระเดื่องนามมาแล้ว  เป็นที่กำเนิดของวีรสตรีผู้มีนามอุโฆษและทหารที่กล้าหาญและเป็นที่น่าเที่ยวแห่งหนึ่ง  มีป่าไม้  มีภูเขา และเป็นที่ราบสูง  ขอพวกเราจงรักเพื่อนผู้นี้ของเราให้มาก  พยายามให้เขาลืมว่าเขาได้ห่างบ้านของเขามาไกลให้เขารู้สึกว่าในประเทศไทยนี้  เด็กไทยไม่ว่าจะไปอยู่ในโรงเรียนหรือในที่ใด ๆ  จะพบแต่เพื่อนร่วมชาติที่มีไมตรีจิตทั่งนั้น"

    เมื่อครูกล่าวเสร็จแล้ว  ก็ชี้ที่ตั้งแห่งจังหวัดนครราชสีมาในแผนที่ไทยแผ่นใหญ่  ซึ่งแขวนไว้บ้างพนังตึกให้เราดู  แล้วก็เรียกด้วยเสียงอันดังว่า 

    "ประดิษฐ์ รักธรรม"  ประดิษฐ์เป็นผู้ที่ได้รับรางวัลที่ ๑ ทุกครั้ง  และประดิษฐ์ก็ลุกขึ้นยืน

    "มานี่"  ครูเรียกประดิษฐ์ออกจากที่นั่งไปยืนอยู่ตรงหน้าเด็กคนนั้น

    "เธอเป็นหัวหน้าชั้น"  ครูกล่าวกับเขา  "จงกล่าวคำต้อนรับเพื่อนนักเรียนใหม่คนนี้  ในนามแห่งลูกพระนครต้อนรับลูกนครราชสีมา"

    เมื่อประดิษฐ์ได้ยินครูพูดดังนี้ ก็เข้าไปกอดคอเด็กใหม่คนนั้น  กล่าวด้วยเสียงอันแจ่มชัดว่า  "ขอต้อนรับเพื่อนใหม่ด้วยความยินดีอย่างยิ่ง"  เด็กผู้นั้นก็กอดประดิษฐ์  พวกเราต่างปรบมือขึ้นพร้อมกัน แม้ครูจะพูดว่า "เงียบ ๆ การปรบมือในห้องเรียนใช้ไม่ได้"  แต่ก็เห็นได้ชัดว่าตัวครูเองชอบใจมาก และเด็กผู้นั้นก็พอใจ  เมื่อครูจัดที่ให้นั่งแล้วเด็กนั้นก็นั่งลง  แล้วครูก็กล่าวอีกว่า

    "พวกเราจงจำคำพูดของครูที่ได้พูดไว้  เด็กนครราชสีมาหรือเด็กพระนคร  ถึงจะอยู่ที่ไหนก็คือบ้านของเราทั้งนั้น   ประเทศไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  จะแบ่งแยกไม่ได้  ชาวไทยทุกคนย่อมเป็นพี่น้องในครอบครัวเดียวกันทั้งสิ้น  ฉะนั้นทุกคนจะต้องเคารพรักใคร่ซึ่งกันและกัน  ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดเห็นว่าเขามิใช่คนไทยแล้วกระทำมิชอบต่อเพื่อนนักเรียนใหม่นี้  ผู้นั้นไม่ควรค่าที่จะเงยหน้าขึ้นมองดูธงไตรรงค์ร่วมกับพวกเราเลย"

    เมื่อเด็กผู้นั้นได้นั่งลงยังที่เรียบร้อยแล้ว นักเรียนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ กับเขา  บ้างเอาปากกาให้บ้างให้รูปภาพ และบ้างก็ให้ดวงตราไปรษณียกร

(อ่านต่อบทที่ ๕ "เพื่อนักเรียน")

ไม่มีความคิดเห็น: