วันเปิดภาคเรียน
๑๗ พฤษภาคม
วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนปีใหม่ ชีวิตเดือนครึ่งในชนบทได้ผ่านไปเหมือนหนึ่งความฝัน แต่แล้วเราก็ได้กลับมายังโรงเรียนเก่าของเราอีก ในเวลาเช้าขณะที่คุณแม่พาไปส่งที่โรงเรียนนั้น ในใจยังคงคิดถึงสภาพแห่งชนบทอยู่ เดินตามคุณแม่ไปเหมือนคนใจลอด
ตามถนนหนทางเต็มไปด้วยนักเรียนในเครื่องแบบทั้งชายและหญิง ในร้านขายหนังสือสองร้านซึ่งอยู่ใกล้ ๆ โรงเรียนของเรา ผู้ปกครองและนักเรียนกำลังซื้อสมุดหนังสือ หมึก ปากกา ดินสอ หน้าโรงเรียนมีผู้คนพลุกพล่าน ภารโรงโรงเรียนและตำรวจจราจร ได้พยายามแหวกทางเดินไม่ให้คับคั่ง พอมาถึงหน้าประตูโรงเรียนรู้สึกว่ามีคนมาตบไหล่ หันไปดูก็เห็นครูประจำชั้นมัธยมปีที่ ๒ ครูเก่าผมหยักโศกงามของเรานั่นเอง ข้าพเจ้าได้กระทำความเคารพท่าน ท่านมองหน้าข้าพเจ้าด้วยหน้าตาอันยิ้มแย้มแจ่มใสและร่าเริงอย่างเคย แล้วกล่าวว่า
"เราไม่ได้อยู่ร่วมชั้นกันต่อไปอีกแล้วนะประเสริฐ"
ข้าพเจ้าเศร้าใจในเรื่องนี้อยู่แล้ว เมื่อครูมากล่าวฟื้นขึ้นอีกเช่นนี้ จึงทำให้ข้าพเจ้าตื้นตันใจยิ่งขึ้น
เมื่อพวกเราเข้าไปในบริเวณโรงเรียน ก็เห็นมีสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี พ่อค้า ข้าราชการ ทหาร พลเรือน พระภิกษุ และพี่เลี้ยง มือหนึ่งจูงเด็กและอีกมือหนึ่งถือเครื่องเล่าเรียนยืนกันอยู่ตามขั้นบันได และนั่งกันเต็มห้องรับแขก เสียงจ้อกแจ้กจนฟังไม่ได้ศัพท์ รู้สึกดีใจที่ได้มาเห็นห้องนี้อีกครั้งหนึ่ง ห้องนี้เป็นห้องใหญ่อยู่ชั้นล่าง มีประตูติดต่อกันไปถึง ๗ ห้อง ซึ่งในระยะ ๒ ปีที่แล้วมา เราต้องเดินผ่านทุกวัน ขณะนั้นมีครูเดินเข้า ๆ ออก ๆ อยู่หลายคน ครูหญิงที่สอนเราตั้งแต่เมื่อครั้งอยู่ชั้นมัธยมปีที่ ๑ ร้องทักข้าพเจ้ามาจากประตูห้อง
"ประเสริฐ ปีนี้เธอจะต้องขึ้นไปอยู้ห้องชั้นบนแล้ว ครูจะไม่ได้เห็นเธอเดินผ่านห้องเรียนนี้อีกแล้ว" ครูพูดด้วยความอาลัย
ครูใหญ่ถูกพวกผู้หญิง ซึ่งกลัวว่าจะไม่มีห้องว่างให้พวกลูก ๆ ของเขาเรียนรุมกันอยู่แน่น ผมของท่านดูหงอกมากกว่าเมื่อปีกลายเล็กน้อย นักเรียนทุกคนแข็งแรงและสูงใหญ่ขึ้น ชั้นล่างได้จัดเรื่องห้องเรียนกันเสร็จแล้ว มีเด็กใหม่ซึ่งเพิ่งมาเข้าเรียนในชั้นประถมปีที่ ๑ ไม่ยอมเข้าห้องเรียน ทำตื้อดึงจะกลับบ้าน ต้องฉุดกันเข้าไป บางคนวิ่งหนีออกมา บางคนเห็นพ่อแม่กลับก็ร้องไห้ ผู้ที่เป็นพ่อแม่ต้องกลับมาพูดปลอมโยน บ้างก็ดุ ทำให้พวกครูหัวหมุนจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
น้องข้าพเจ้าอยู่ในชั้นซึ่งครูผู้หญิงคนหนึ่งชื่อฉวีวรรณเป็นผู้สอน ครูของข้าพเจ้าชื่อครูสินธุ์ ห้องเรียนของเราอยู่ชั้นบน
เวลา ๘.๓๐ น. พวกเราได้เข้าห้องเรียน ในชั้นเรามีอยู่ ๓๐ คนด้วยกัน ที่เลื่อนชั้นขึ้นมาจากห้อง ๒ พร้อมกันนั้นเพียง ๑๕-๑๖ คน ประดิษฐ์ รักธรรม ผู้สอบไล่ได้เป็นที่ ๑ เสมอ ก็ได้มาอยู่ห้องเดียวกันนี้ด้วย
เมื่อหวนคิดไปถึงการวิ่งไปวิ่งมาตามทุ่งนาป่าเขาในระหว่างหยุดฤดูร้อน ก็รู้สึกว่าโรงเรียนเล็กและอึดอัดเสียแล้ว และเมือ่นึกถึงครูประจำชั้นมัธยม ๒ ของเรา ครูคนดีซึ่งยิ้มแย้มกับเราเสมอ รูปร่างไล่เรี่ยกับพวกเรา ทำให้คิดถึงครูผมหยักโศกคนนี้มาก จะไม่ได้อยู่ร่วมกันอีกแล้ว ครูคนใหม่นี้ รูปร่างสูง ไม่มีหนวดเครา ผมสีดอกเลาและยาว หน้าผากมีรอยย่อเป็นเส้น ๆ พูดเสียงดัง แก่จ้องดูเราทีละคน ๆ ดังกับจะมองให้ทะลุเข้าไปในหัวใจ เป็นครูที่ไม่รู้จักยิ้มเลย ข้าพเจ้าคิดอยู่ในใจว่า
"เฮ้อ! วันนี้เพิ่งเป็นวันแรกเท่านั้น ยังอีกตั้ง ๙ เดือน! บทเรียนและการสอบซ้อมประจำเดือน มันช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริง ๆ"
พอโรงเรียนเลิก รีบออกจากห้องเรียน รู้สึกอยากเห็นหน้าคุณแม่เป็นกำลัง พอวิ่งไปถึงคุณแม่ก็กราบลงกับตัก ท่านพูดกับข้าพเจ้าว่า
"ประเสริฐเจ้าต้องเอาใจใส่ต่อการเล่าเรียนของเจ้านะ ทุกคนต้องเรียนเหมือนกันทั้งนั้น"
เรากลับบ้านด้วยความร่าเริง แต่ครูเก่าที่น่ารักของเราไม่ได้อยู่ร่วมกันอีกแล้ว โรงเรียนจึงไม่ชวนสนุกเหมือนแต่ก่อน.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น